
เค้นแก๊งพาสปอร์ต หาที่มาชิ้นส่วนศพแช่ตู้เย็น
เค้นสอบแก๊งปลอมพาสปอร์ตต่างชาติ เพื่อหาที่มาของชิ้นส่วนศพแช่ตู้เย็นในห้องผู้ต้องหา
เมื่อเวลา 01.45 วันที่ 24 กันยายน พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วยพ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท. พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ สายันประเสริฐ รองผบก.ทท. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บชน.เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พระโขนงและเจ้าหน้าที่ตำรวจบก.ทท. ร่วมนำตัวนายเจมส์ ดักลาส เอ็กเกอร์ อายุ 66 ปี และนายกาเบียล แอรอน โทมัส อายุ 33 ปี มาทำการสอบปากคำ โดยเรียกสอบทีละคนซึ่งระหว่างการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองมีสีหน้าเคร่งเครียดและใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำนายเจมส์ เป็นรายแรกนั้น ทางผู้ต้องหาขอไม่ให้การแต่อย่างใด ส่วนนายกาเบียล ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี แต่เจ้าตัวปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับการตายของศพที่ถูกหั่นแยกชิ้นส่วนแช่แข็งไว้ ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ต้องทำการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งถึงที่มาที่ไปของผู้ต้องหาแต่ละคน รวมทั้งสาเหตุการฆาตรกรรมชายต่างชาตินิรนามรายนี้อีกด้วย
ต่อมา เมื่อเวลา 03.00 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ทท.และเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พระโขนง ได้คุมตัวนายกาเบียล ไปตรวจค้นห้องพักที่คอนโดหรูแห่งหนึ่ง ในซอยสุขุมวิท 59 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. หลังสืบทราบว่าเป็นห้องพักของผู้ต้องหารายดังกล่าวมาเช่าพักอาศัย เป็นคอนโดสูง 21 ชั้น มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา
เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่คุมตัวไปที่ห้องพักของนายกาเบียล ซึ่งอยู่ชั้น 17 ลักษณะเป็นห้องพักหรู เนื้อที่ 66 ตารางเมตร สภาพภายในห้องแบ่งเป็นห้องทำงาน ห้องน้ำและห้องนอน เจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานทั้งหมดไปตรวจสอบ โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ ก่อนคุมตัวนายกาเบียลไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลและคุมตัวกลับ สน.พระโขนง
ทั้งนี้ในเวลาเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังได้แบ่งกำลังคุมตัวนายเจมส์ ไปค้นห้องพักที่คอนโดหรูอีกแห่งหนึ่ง ภายในซอยสุขุมวิท 77 ใกล้ซอยอ่อนนุช 1 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. ซึ่งเป็นห้องพักของนายเจมส์ โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานทั้งหมดไปตรวจสอบเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป



