
ศาลพร้อมอ่านคำตัดสินทุจริตกล้ายาง17ส.ค.
ศาลฎีกานักการเมือง เตรียมพร้อมอ่านคำพิพากษาทุจริตกล้ายาง 17 ส.ค.นี้ บ่ายสอง เผยล่าสุดขณะนี้ยังไม่มีจำเลยยื่นขอเลื่อนฟังคำพิพากษา ด้านทนาย ป.ป.ช. ระบุ ยังไม่มีข้อมูลจำเลยบางคนขอเลื่อน ชี้หากจำเลยมีเหตุจำเป็น ศาลใช้ดุลยพินิจเลื่อนตัดสินคดีได้ แต่ถ้าจำเลยจง
(14ส.ค.) จากกรณีที่มีการคาดการณ์ว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อาจจะเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาคดีทุจริตจัดซื้อกล้ายางพาราจำนวน 90 ล้านต้นมูลค่า 1,440 ล้านบาท ในวันที่ 17 ส.ค.นี้เวลา 14.00 น. ออกไปก่อน เนื่องจากมีข่าวว่าจำเลยบางคน จะไม่เดินทางมาศาลนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่า วันนี้ตั้งแต่เปิดทำการ เวลา 08.00 น. จนถึงหมดเวลาราชการยังไม่ปรากฏว่ามีจำเลยคนใด หรือทนายความจำเลยคนใดในจำนวนจำเลยทั้งสิ้น 44 คน ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ เพื่อขอเลื่อนฟังคำพิพากษาในวันที่ 17 ส.ค. แต่อย่างไรก็ดีเนื่องจากศาลฎีกา ฯ นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 17 ส.ค. เวลา 14.00 น. ดังนั้นก็อาจมีความเป็นไปได้ที่จำเลย จะยื่นคำร้องขอเลื่อนฟังคำพิพากษาในช่วงเช้าของวันดังกล่าว แต่ทั้งนี้เป็นดุลยพินิจขององค์คณะผู้พิพากษาที่จะพิจารณา ซึ่งจะต้องพิจารณาถึงเหตุจำเป็นที่จำเลยนั้นจะยื่นคำร้องเข้ามา
ขณะที่ นายเจษฎา อนุจารีย์ ทนายความคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โจทก์ที่ยื่นฟ้องคดี กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตอนนี้ตนยังไม่ทราบเรื่องที่จะมีการเลื่อนอ่านคำพิพากษาหรือไม่ อย่างไรก็ดีตามหลักกฎหมาย หากจำเลยมาไม่ครบศาลจะยังไม่อ่านคำพิพากษาไม่ได้โดยจะเลื่อนออกไปประมาณ 1 เดือน และจะนัดฟังคำพิพากษาอีกครั้ง หากศาลนัดครั้งที่ 2 แล้วยังมาไม่ครบอีก ศาลสามารถอ่านคำพิพากษาลับหลังได้ พร้อมกับออกหมายจับผู้ที่จงใจหลบเลี่ยงไม่มาฟังคำพิพากษาได้
“ศาลจะดูว่าเหตุผลที่จำเลยไม่มาฟังคำพิพากษาคืออะไร มีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่ โดยทั้งหมดนี้จะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ” ทนายความ ปปช. กล่าวและว่า ในวันที่ 17 ส.ค.นี้ ตนคงไม่ได้เดินทางไปฟังคำพิพากษาด้วยตนเอง เนื่องจากติดภารกิจ แต่จะส่งตัวแทนไปฟังพร้อมผู้แทน ป.ป.ช.
ด้านนายธนากร แหวกวารี ทนายของกลุ่มคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร คชก. จำลยร่วม กล่าวว่า เนื่องจากจำเลยมีหลายกลุ่ม ดังนั้นวันดังกล่าวจะมาครบหรือไม่นั้น ตนไม่สามารถตอบได้ แต่ในส่วนของ คชก.จะเดินทางไปฟังคำพิพากษาครบแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมของศาลฎีกา ฯ ในการอ่านคำพิพากษานั้น ได้มีการประสาน ไปยังสถานีตำรวจนครบาลในพื้น จัดส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสนับสนุน ดูแลความสงบเรียบร้อย ร่วมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศาลที่มีอยู่แล้วจำนวนหนึ่ง ขณะเดียวกัน ศาลได้ประสานเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มาเตรียมพร้อมรับตัวจำเลยไปคุมขังเรือนจำ หากในวันดังกล่าวได้มีการอ่านคำพิพากษา
ส่วนที่จะมีประชาชนให้ความสนใจเดินทางมาฟังคำพิพากษาจำนวนมากนั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ศาลฎีกาได้เตรียมความพร้อมเกี่ยวกับถ่ายทอดภาพและเสียง ขณะองค์คณะ ฯ อ่านคำพิพากษาในห้องพิจารณาชั้น 4 อาคารศาลฎีกา ฯ ออกมายังห้องโถงภายนอก แต่ทั้งนี้ในวันดังกล่าวจะมีการถ่ายทอดเสียงและภาพได้หรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจองค์คณะผู้พิพากษาว่าจะพิจารณาอนุญาตให้มีการถ่ายทอดได้หรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับคดีนี้ ป.ป.ช. ยื่นฟ้องจำเลยประกอบด้วย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ประธาน คชก. จำเลยที่ 1 ,นายวราเทพ รัตนากร อดีตรมช.คลัง ในฐานะเป็น คชก. จำเลยที่2 ,นายสรอรรถ กลิ่นปทุม รมว.เกษตรฯ ในฐานะเป็นคชก. จำเลยที่ 3 , นายเนวิน ชิดชอบ อดีต รมช.เกษตรฯ ในฐานะเป็นผู้ริเริ่มโครงการ จำเลยที่ 4 และนายอดิศัย โพธารามิก อดีตรมว.พาณิชย์ ในฐานะเป็นคชก. จำเลยที่ 5 , กลุ่มคณะกรรมการบริหารโครงการกำหนดทีโออาร์ และคณะกรรมการพิจารณาผลประกวดราคา , บริษัทเจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์จำกัด ในเครือซีพี ,บริษัทรีสอร์ทแลนด์จำกัด และ บริษัทเอกเจริญการเกษตรจำกัด ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-44 ในความผิดฐานในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ จัดการ ทรัพย์สินใดใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตเสียหายแก่รัฐ , เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.151, 157, 341 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11
ภท.เตรียมยกโขยงไปให้กำลังใจ“เนวิน”คดียาง
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีวันที่ 17 ส.ค.ที่ศาลจะมีการอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตจัดซื้อกล้ายาง ที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา และในขณะเดียวกัน วันดังกล่าว จะเป็นวันที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะนำรายชื่อประชาชนชนขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเกรงจะเกิดความวุ่นวาย อาจมีการปะทะกันว่า เชื่อว่าจะไม่เกิดความรุนแรง และผลการฟังคำพิพากษา ก็แค่หัวกับก้อย ไม่มีออกกลางแน่นอน และตนไม่มีความคิดจะขอร้องให้ประชาชนอยู่บ้าน เพราะถ้าตนอยากไปศาล ก็จะไป ซึ่งตั้งใจจะไปกันทั้งพรรคภูมิใจไทย แม้พื้นที่ระหว่างศาลกับจุดถวายฎีกาจะใกล้กัน แต่ก็กว้างพอที่จะรองรับคนเป็นหมื่นได้ อีกทั้งได้ข่าวว่า คนถวายฎีกาจะส่งตัวแทนไปแค่แปดคน
เมื่อถามว่า หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองที่นายเนวินถูกตัดสินผิด จะส่งผลกระทบต่อพรรคหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า คำตัดสินเป็นเรื่องของตัวบุคคล พรรคก็ยังดำเนินการต่อไปได้
เมื่อถามว่า จะไปให้กำลังใจนายเนวินในฐานะอะไร นายชวรัตน์ ได้นิ่งไปครู่หนึ่ง จนนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ต้องตอบแทนให้ก่อนว่า ไปในฐานะคนรู้จัก โดยนายชวรัตน์ กล่าวเสริมว่า ไปในฐานะที่นายเนวินเป็นอาจารย์ใหญ่ เราทำอะไรต้องปรึกษาอาจารย์ใหญ่ แต่ถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นมา เอาไว้ถึงเวลานั้นค่อยมาถามอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า วันที่ไปให้กำลังใจนายเนวิน ต้องลากิจหรือไม่ นายชวรัตน์หันไปถามนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงาน มท.1 โดยนายศักดิ์สยามกล่าวพร้อมหัวเราะว่า คงใช้เวลาไม่นาน ไม่น่าจะต้องลา ถ้าลาก็ตั้งรักษาการ
“ชัย”ยัน“เนวิน”ไม่ได้ไปสิงคโปร์ไม่ห่วงคดีกล้ายาง
ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกระแสข่าวว่านายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เดินทางไปสิงคโปร์ในช่วงใกล้การตัดสินคดีกล้ายาง ว่า ตนไม่ทราบ แต่คงไม่ได้ไปไหน นายเนวิน ก็อยู่ที่บ้านเขา และตนก็ไม่ได้เจอนายเนวิน เพียงแต่เจอในวันประชุมพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น เมื่อถามว่า เป็นห่วงคดีกล้ายางที่จะตัดสินในวันที่ 17 สิงหาคม หรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ไม่ได้ห่วงอะไร เป็นเรื่องเวรกรรม เกิดมาใครทำดีก็ได้ดี ทำชั่วก็ได้ชั่ว ใครทำผิดก็ต้องรับผิด เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ามั่นใจว่านายเนวิน ไม่มีความผิด นายชัย กล่าวว่า ถ้าอย่างนั้นรัฐบาลทุกรัฐบาลตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ทำนโยบายอะไรมาก็ผิดหมด แต่ตนไม่กล้าบังอาจไปพูดว่า นายเนวิน ไม่ผิด เพราะเป็นเรื่องของศาล
เมื่อถามว่า หากนายเนวินถูกศาลตัดสินให้มีความผิด จะมีการยื่นถวายฎีกาหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า คงไม่มี เพราะพวกตนไม่ล่วงเกินพระทัยของพระองค์ท่าน ส่วนวันที่ 17 สิงหาคม ที่มีหลายฝ่ายกังวลว่า จะมีความขัดแย้งเพราะตรงกับวันที่กลุ่มเสื้อแดงจะยื่นถวายฎีกาและรวมกลุ่มบริเวณใกล้ศาลฎีกานั้น ตนคิดว่า คงไม่มีอะไร ฟังดูแล้วทุกฝ่ายเริ่มเข้าใจ สถานการณ์มีทิศทางที่ดีขึ้น คนไทยเข้าใจกันง่าย ทั้งนี้ ผู้ที่ไปฟังคำตัดสิน ไม่ใช่มีเฉพาะเสื้อแดง แต่เสื้อทุกสีต้องไปฟังทั้งนั้น เพราะมีผู้สนใจในคดีมาก และกลุ่มของเสื้อแดงก็อยู่ในคดีนี้ด้วย 40-50 คน แต่เวลาออกข่าว กลับออกข่าวนายเนวิน คนเดียว จึงควรออกข่าวทุกคน เพราะทุกคนอยู่ในคดีทั้งนั้น ส่วนการที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะยื่นถวายฎีกาในวันนั้น คงไม่มีปัญหา เพราะอะไรที่เขาพอใจ เมื่อได้ยื่นตามวัตถุประสงค์แล้ว ส่วนขั้นตอนต่อไปก็ขึ้นอยู่กับระเบียบแบบแผนว่า ถูกต้องตามกระบวนการหรือไม่ ตนเชื่อว่าการเมืองจากนี้ไป จะไม่ไปสู่วังวนเก่าๆ เพราะทุกอย่างต้องเดินหน้าไปเรื่อยๆ ถ้าถอยหลังก็ตกคลอง
เมื่อถามว่า หากนายเนวิน พ้นคดี จะเป็นผลดีกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า นายเนวิน ต้องพ้นการถูกตัดสิทธิ์ 5 ปี ก่อน และเรื่องพรรคภูมิใจไทยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องของนายเนวิน ก็เป็นอีกเรื่อง เพราะเรื่องเกิดก่อนการตั้งพรรคภูมิใจไทย และนายเนวิน ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อาจมีส่วนเป็นเพียงที่ปรึกษาพรรคนอกเกณฑ์เท่านั้น



