ข่าว

สลด! ผัวใช้หมอนกดหน้าฆ่าเมีย ก่อนคลุมถุงรัดศรีษะตายตาม

สลด! ผัวใช้หมอนกดหน้าฆ่าเมีย ก่อนคลุมถุงรัดศรีษะตายตาม

22 ก.ย. 2559

สลด! ผัวฆ่าเมียหมอนกดหน้าจนขาดอากาศ ก่อนใช้ถุงพลาสติกคลุมศีรษะตัวเองรัดเทปกาวตายตาม ตร.คาดปมต้องคดีหาทางออกไม่ได้

           เมื่อค่ำวานนี้(22ก.ย.) ร.ต.อ.อำนาจ อ่อนปาน รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธชินราช 
          ที่เกิดเหตุบริเวณชั้น 4 ห้อง 410 พบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย หญิง 1 ราย ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายวิสูตร รอดบุญยัง อายุ 62 ปี ภูมิลำเนา จ.เชียงใหม่ และนางพิมลพรรณ รอดบุญยัง อายุ 57 ปี ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน สภาพศพผู้ชายนอนคว่ำหน้าที่พื้นข้างเตียง มีถุงหิ้วพลาสติกคลุมศีรษะจนมิดและพันปิดทับด้วยเทปกาวรอบลำคอแน่น ส่วนศพผู้หญิงนอนหงายเสียชีวิตอยู่บนเตียงติดประตู คาดเสียชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชม.
        จากการตรวจสอบพบขวดเบียร์ถูกเปิดดื่มไปจนหมด แต่ไม่พบร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สินหรือร่องรอยการต่อสู้ใดๆ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงเก็บรอยนิ้วแฝงพร้อมหลักฐานอื่นอย่างละเอียด
        สอบสวนพนักงานโรงแรม ทราบว่าผู้เสียชีวิตเดินทางเข้าพักตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา กระทั่งช่วงเที่ยงของวันนี้ (22ก.ย.) จึงโทรศัพท์ไปสอบถามว่าจะพักต่อหรือไม่ แต่กลับไม่มีใครรับสาย จึงคิดว่าน่าจะนอนหลับพักผ่อนอยู่ กระทั่งช่วงบ่ายจึงขึ้นไปเคาะประตูห้องเพื่อสอบถามอีกครั้ง แต่ไม่มีใครตอบรับและประตูห้องถูกล็อคกลอนจากข้างใน จากนั้นจึงไปตามให้คนมาช่วยกันงัดห้องเข้าไปดูก็พบว่าทั้งคู่เสียชีวิตแล้ว
        เจ้าหน้าที่สันนิษฐานเบื้องต้น คาดว่าสาเหตุการเสียชีวิตจากแนวทางการสอบสวนพบว่า ทั้งคู่มีปัญหาส่วนตัวเรื่องคดีความเรื่องใดเรื่องหนึ่งจนคิดหาทางออกไม่ได้ ฝ่ายสามีจึงอาศัยจังหวะที่ภรรยาหลับใช้หมอนกดปิดใบหน้าจนขาดอากาศหายใจ จากนั้นใช้ถุงหิ้วพลาสติกคลุมศีรษะตัวเองก่อนใช้เทปกาวพันปิดรอบคออีกครั้งจนขาดอากาศหายใจเสียชีวิตอีกคน 
         อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะสอบปากคำญาติและผู้ใกล้ชิดอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนส่งร่างผู้เสียชีวิตไปผ่าชันสูตรที่นิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช ก่อนติดต่อให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป