
เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่ม เตือน7จว.รับมือ
สำนักงานชลประทานที่ 12 เตือน 7 จังหวัดรับมือ เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเกิน 1,101 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
นายฎรงศ์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ออกหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัด ประกอบด้วย อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี เรื่องแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 4 เนื่องจากปริมาณน้ำไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ ที่สถานีวัดน้ำ C.2 เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับมีปริมาณฝนตกกระจายตัวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบัน ณ วันที่ 21 ก.ย.59 เวลา 13.00 น. ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ที่ 16.38 เมตร ระดับน้ำทะเลปานกลาง ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 1,101 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 201 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (900)
คาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ถึงบริเวณ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ต.บางหัก ต.บางหลวง ต.วัดตะกู ต.ทางช้าง อ.บางบาล ต.ท่าดินแดง ต.บ้านกระทุ่ม ต.หัวเวียง ต.บ้านโพธิ์ ต.บ้านแพน ต.รางจระเข้ ต.สามกอ ต.เจ้าเจ็ด ต.บางนมโค และ ต.น้ำเต้า อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งบริเวณท้ายแม่น้ำน้อย
ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 12 จะควบคุมปริมาณการไหลของน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว ด้วยการบริหารจัดการน้ำเข้าพื้นที่ชลประทานฝั่งตะวันตก และตะวันออกด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ตามศักยภาพที่สามารถรับน้ำเพิ่มได้โดยมิให้มีผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณ จ.พระนครศรีอยุธยา เพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน ประมาณ 50-70 เซนติเมตร หากมีฝนตกหนักเพิ่มเติมซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลหลากผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่าเกณฑ์ดังกล่าว จะแจ้งให้ทราบต่อไป
ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ จึงขอแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด



