
เมืองทองแพ้ขาดตกรอบเอฟเอคัพ
เอสซีจี เมืองทองฯ ส่งตัวสำรองเกือบทั้งทีม ทำให้พ่าย ชลลุรี แบบหมดรูป 0-3 ตกรอบ 8 ทีมฟุตบอลช้าง เอฟเอคัพ 2016 และหมดลุ้น 3 แชมป์
ฟุตบอลช้าง เอฟเอคัพ 2016 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา มีแข่งขันเหลือเพียง 3 คู่ เนื่อง
จาก ราชบุรี กับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ไม่มีการแข่งขัน เพราะ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ถูกถอดออกจากเป็นสมาชิกภาพของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ทำให้ ราชบุรี ผ่านเข้าไปรอในรอบรองชนะเลิศ โดยไม่ต้องออกแรง
ส่วนคู่อื่นๆ “บิ๊กแมทช์” ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทองฯ ในฐานะเจ้าถิ่นและรองแชมป์รายการนี้ พบ “ฉลามชล” ชลบุรี ซึ่งเกมนี้แฟนบอล เมืองทองฯ ถูกสั่งห้ามเข้าชมเกม ทำให้มีเฉพาะแฟนบอล ชลบุรี ในโควตา 1,200 ที่นั่งเท่านั้น โดย “กิเลน” พักตัวหลักเกือบทั้งทีม
ครึ่งแรกยังทำอะไรกันไม่ได้ เข้าสู่ครึ่งหลังนาที 53 ดัสกร ทองเหลา กัปตันทีมเมืองทองฯ ทำฟาล์ว โรดริโก เวอร์จิลิโอ ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้จุดโทษกับ ชลบุรี ทันที และเป็น เลอันโดร อัสซัมเซา รับหน้าที่สังหารเข้าไปให้ ชลบุรี นำ 1-0 และถัดมา 3 นาที เลอันโดร อัสซัมเซา คนเดิม หลุดเดี่ยวเข้าไปชิพบอลข้ามศรีษะ วิษณุศักดิ์ แก้วเรือง เข้าไปอย่างเหนือชั้น ส่ง “ฉลามชล” ชลห่าง 2-0
จากนั้น “กิเลน” ส่งดาวดังอย่าง “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์, สารัช อยู่เย็น, ธีรศิลป์ แดงดา ลงสนาม ทำให้เกมดีขึ้น แต่นาที 81 วัฒนา พลายนุ่ม ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้จุดโทษกับ ชลบุรี อีกครั้ง ทว่า โรดริโก เวอร์จิลิโอ ยิงไปถูก วิษณุศักดิ์ เซฟเอาไว้ได้ แต่นาที 87 โรดริโก แก้ตัวได้ เมื่อพุ่งโหม่งตุงตาข่าย ปิดกล่องให้ ชลบุรี ถล่ม เมืองทองน 3-0 เขี่ยรองแชมป์เก่าตกรอบ ทำให้ เมืองทองฯ หมดลุ้น 3 แชมป์ โดยเหลือลุ้นแค่โตโยต้า ลีกคัพ กับโตโยต้า ไทยลีก เท่านั้น
ที่เขาพลอง สเตเดียม “นกใหญ่” ชัยนาท พบ “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี ครึ่งแรกทั้ง 2 ทีมเปิดฉากบุกใส่กันสนุก นาที 16 ลักษณะ คำรื่น ยิงให้ ชัยนาท นำก่อน 1-0 ทว่านาที 27 กิลเญเมร์ เดลลาตอร์เร ยิงจุดโทษตีเสมอ 1-1 แต่นาที 31 เดฟดี เรส ยิงเบียดเสาให้เจ้าบ้านนำอีกครั้ง 2-1 อย่างไรก็ตามช่วงทดเวลา ดาร์โก ทาเซฟสกี แปบอลเน้นๆ ตีเสมอ 2-2 ก่อนที่ครึ่งหลังนาที 76 จีระ เจริญสุข ยิงบอลโค้งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงาม เป็นประตูชัยให้ ชัยนาท เฉือน สุพรรณบุรี อย่างสสุดมัน 3-2
ที่สนามทุ่งทะเลหลวง “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย พบ “เจ้าท่า” การท่าเรือ เกมนี้ สุโขทัย เร่งเครื่องยิงต่อเนื่อง เริ่มจากนาที 8 จอห์น บาจโจ ซัดจ่อๆ 1-0 ก่อนที่นาที 31 ดิยุฟ บีรัม ปั่นบอลเสียบเสานำห่าง 2-0 จากนั้นนาที 37 อนุชา สุกใส โหม่งระยะ 18 หลาเสียบใต้คาน 3-0 และนาที 57 ดิยุฟ บีรัม ยิงปิดกล่องให้ สุโขทัย ถล่ม การท่าเรือ 4-0
สรุป 4 ทีมที่ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ประกอบด้วย ชลบุรี, สุโขทัย, ชัยนาท และราชบุรี โดยเตะสนามเป็นกลางวันที่ 26 ตุลาคม ซึ่งจะมีการจับฉลากประกบคู่ในวันที่ 13 ตุลาคมนี้



