
เคลื่อน4จังหวัดใต้ นำร่องยางประชารัฐ! เป้า7-8หมื่น/ไร่!
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึง สถานการณ์ปัจจุบันนี้ทั่วโลกให้ความสำคัญเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกไม้เพื่อใช้สอย เพื่อเป็นอาชีพ ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นคงในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้คงอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อให้ไม้ยางพาราเป็นไม้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เกษตรกรที่ทำการปลูกและโค่น สามารถขายได้มูลค่าสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการการรับรองโดยมาตรฐานที่ยอมรับกันทั่วโลกในระดับนานาชาติ
โดยมาตรฐานดังกล่าว เรียกว่า FSC (Forest Stewardship Council) และ PEFC (Programme for the Endorsement of Forest Certification) และเป็นโครงการนำร่องที่ กยท. จะออกใบรับรองไม้ยางพาราร่วมกับ TFCC (Thailand Forest Certification Council)เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรเมื่อโค่นสวนยางพารา 1 ไร่ จะขายไม้ยางพาราได้ไร่ละ 70,000-80,000 บาท
ปัจจุบันขายได้เพียงไร่ละ 20,000–30,000 บาท เท่านั้น เหตุเพราะมาตรฐานการรับซื้อที่สูงขึ้น ส่งผลให้ไทยส่งขายไม้ยางได้เพียงบางประเทศเท่านั้นเบื้องต้น การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้ลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้การจัดการสวนยางที่ดีอย่างยั่งยืนตามมาตรฐาน FSC และ PEFC เพื่อให้ผู้ปลูกยางมีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาสวนยางของตนเองให้ได้มาตรฐาน
ดร.ธีธัช สุขสะอาด
โดยนำร่องพื้นที่ภาคใต้ตอนบน 4 จังหวัด ได้แก่ ระนอง ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี และ ชุมพร ครอบคลุมพื้นที่ สวนยางพารา 2.2 ล้านไร่ ซึ่งการรับรองการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนตามมาตรฐาน FSC และ PEFC จะเป็นการขยายตลาดการส่งออกไม้ยางพาราไปยังประเทศที่ต้องการการรับรองคุณภาพในระดับสากล เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อเมริกา และประเทศในแถบยุโรป
เคลื่อน4จังหวัดใต้ นำร่องยางประชารัฐ! เป้า7-8หมื่น/ไร่!



