ความเคลื่อนไหวของทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ที่เดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ 2016 ระหว่างวันที่ 7-18 ก.ย. ที่นครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล พร้อมกับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม 6 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน และ 6 เหรียญทองแดง ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ก.ย. ทัพนักกีฬาไทยชุดแรก ประกอบด้วย บอคเซีย นำโดย วัชรพล วงษา, พัทธยา เทศทอง, วรวุฒิ แสงอำภา, พรโชค ลาภเย็น ,เฉลิมพล ตันบุตร, สุบิน ทิพย์มะณี และ นวลจันทร์ พลศิล ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมคว้า 2 เหรียญทอง 1 เงิน 2 ทองแดง พร้อมด้วย เทเบิลเทนนิส ที่คว้า 2 เหรียญทองแดง นำโดย รุ่งโรจน์ ไทยนิยม, อนุรักษ์ ลาววงษ์, วันชัย ชัยวุฒิ, ยุทธจักร กลิ่นบานชื่น, ชลชิตพยัค บุตรวรรณสิริณา, ดารารัตน์ อาสายุทธ, วิจิตรา ใจอ่อน, ยิงปืน ที่ประกอบด้วย บดินทร์ ศรศรีวิชัย, สมพร ม่วงศิริ, อดิเดช อินทนนท์, ชุติมา แสนหล้า, ฉัตรชัย เสนาจันทร์ และว่ายน้ำ ที่มี สมชาย ดวงแก้ว และ อัญชญา เกตุแก้ว เดินทางกลับถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว โดยมี “บิ๊กนิดหน่อย” นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย พร้อมญาติพี่น้องและแฟนกีฬาชาวไทย ที่แห่มารอให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
นายจุตินันท์ กล่าวว่า จากผลงานการคว้า 6 ทอง 6 เงิน 6 ทองแดง ถือเป็นผลงานที่เกินเป้าหมายที่วางไว้ นับเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดของทัพพาราลิมปิกไทย แต่ที่น่าดีใจมากกว่าผลงาน 6 เหรียญทองคือผลงานของนักกีฬาดาวรุ่ง อย่าง พงศกร แปยอ ที่คว้าเหรียญรางวัลมาครองได้คนเดียวถึง 4 เหรียญ คือ 2 ทอง และ 2 เงิน เป็นนักกีฬาที่ตนเองรู้สึกเซอร์ไพรส์มาก เพราะก่อนเดินทางไปบราซิล หวังเพียงแค่ให้เข้าไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์เท่านั้น
“ส่วนเป้าหมายต่อไป คือการกลับมาวางแผนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับพาราลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ญี่ปุ่น โดยอีก 4 ข้างหน้า ทัพนักกีฬาไทยต้องรักษามาตรฐานนี้ไว้ให้ได้ ซึ่งคงต้องกลับไปหารือกับคณะกรรมการพาราลิมปิกไทย เพื่อหาแนวทางอย่างไรต่อไป โดยเรื่องสำคัญคือการพัฒนานักกีฬาดาวรุ่งขึ้นมาให้ทันเวลา เพราะจะมีเวลาแค่ 2 ปีเท่านั้น เพื่อหานักกีฬาดาวรุ่ง เนื่องจาก 2 ปีหลังนั้น นักกีฬาจะต้องเดินทางเพื่อไปแข่งขันเก็บคะแนนสะสมไปพาราลิมปิก 2020 แล้ว”
สำหรับเรื่องกองทุนพัฒนากีฬา ได้ผลักดันเรียกร้องให้คนพิการมาตลอด ซึ่งเกณฑ์การแจกรางวัลยังไม่เท่ากับคนปกติ ที่ควรปรับให้เท่าเทียมกัน เพราะแต่ละชนิดกีฬากว่าจะผ่านไปจนถึงได้เหรียญก็ผ่านการแข่งขันหลายรอบ ความยากง่ายก็เท่ากันๆ บางชนิดกีฬา อย่าง วีลแชร์ผลัด 4x100 เทตร ก็ทำผลงานได้ดีกว่านักกีฬาปกติ ซึ่งพล.อ. ธนศักดิ์ ปฏิมากร รองนายกรัฐมนตรี ก็เปิดโอกาสให้เสนอเรื่องแล้ว
“ส่วนการสนับสนุนของภาคเอกชนก็เป็นเรื่องที่ดีที่เข้ามาเยอะ แต่ไม่อยากให้มองเฉพาะตอนได้เหรียญ อยากให้มองระยะยาวมากกว่า เพราะก่อนจะผ่านมาถึงตรงนี้นักกีฬาต้องเตรียมตัวฝึกซ้อม เดินทางไปแข่งขันรายการต่างๆ เพื่อควอลิฟาย ซึ่งค่าใช้จ่ายตรงนี้มันสูงมาก”
นอกจากนี้ นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ในฐานะกรรมการรองกรรมผู้จัดการใหญ่ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ว่า สำหรับเรื่องการสนับสนุนของสิงห์ ที่ผ่านมาได้มีการสนับสนุนทัพนักกีฬาคนพิการไทยในทุกประเภทมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว เรายังคงมุ่งมั่นและพร้อมผลักดันนักกีฬาคนพิการไทยให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จในทุกรายการแข่งขันอย่างต่อเนื่องแน่นอน ส่วนเรื่องเงินรางวัลอัดฉีดในครั้งนี้ ตนยังไม่สามารถตอบได้ตอนนี้ ต้องรอวันงานเลี้ยงในวันที่ 22 ก.ย.นี้ ที่หอประชุมใหญ่ บุญรอดบริเวอรี่ ในเวลา 18.00 น. เป็นต้นไป
ด้าน วัชรพล วงษา นักกีฬาบอคเซีย ฮีโร่ 2 เหรียญทอง ในประเภททีมผสม บีซี1-2 และ บุคคลบีซี 2 เปิดเผยถึงว่า การคว้า 2 เหรียญทองในพาราลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ รู้สึกดีใจมากแต่ก็เหนื่อยมากเช่นกันในช่วงแข่งขัน พอมาถึงเมืองไทยต้องบอกว่ารู้สึกหายเหนื่อยและต้องขอบคุณทุกกำลังใจของคนไทยที่มีมาให้การต้อนรับพวกเราในครั้งนี้และเชียร์พวกเราตลอดการแข่งขัน
“ส่วนเงินรางวัลที่ได้รับนั้น จะมอบให้ครอบครัว และส่วนหนึ่งเอาไปสร้างศูนย์ฝึกบอคเซียที่ จ.เลย เพื่อให้คนที่อยากฝึกเล่นกีฬาบอคเซีย ส่วนเป้าหมายต่อไปในอนาคตต้องคงเดินหน้าฝึกซ้อมต่อไปเพื่อกลับไปป้องกันแชมปในอีก 4 ข้างหน้า และทำผลงานในการแข่งขันรายการต่างๆ ออกมาให้ดีที่สุดต่อไป”
ขณะที่ รุ่งโรจน์ ไทยนิยม เจ้าของเหรียญทองแดงเทเบิลเทนนิส ชายเดี่ยว คลาส 6 กล่าวว่า ผลงานการคว้าเหรียญทองแดงมาครองได้ ต้องบอกว่าดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน เนื่องจากก่อนไปหวังที่ไปป้องกันแชมป์ให้ได้แต่ผลออกมาคือได้เหรียญทองแดงเท่านั้น แต่ไม่คิดอะไรมากเพราะการคว้าเหรียญทองแดงมาครองได้ ถือเป็นผลงานที่ดี และก็ได้ทำเต็มที่แล้ว