ข่าว

เครือข่ายฯผู้ปลูกกาแฟ จับมือลุยขยายตลาด ชี้อนาคตยังสดใส!

เครือข่ายฯผู้ปลูกกาแฟ จับมือลุยขยายตลาด ชี้อนาคตยังสดใส!

22 ก.ย. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

 

         กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดเวทีหารือขยายตลาดธุรกิจกาแฟ ดึงสหกรณ์ผู้ปลูกทั่วประเทศรวมกลุ่มสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการผลิตและการตลาด หลังวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดในประเทศยังสดใส เผยปี 2559 สหกรณ์รวบรวมผลผลิตส่งขายให้เอกชนได้กว่า 6,380 ตัน มูลค่า 508 ล้านบาท

          นายปริญญา เพ็งสมบัติ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กาแฟยังคงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญที่ทำรายได้ให้เกษตรกรปีละประมาณ 4,400 ล้านบาท โดยในช่วงปี 2554-2558 ตลาดกาแฟมีการขยายตัวอย่างมาก ความต้องการใช้เมล็ดกาแฟของโรงงานแปรรูปกาแฟในประเทศเพิ่มขึ้น

 

เครือข่ายฯผู้ปลูกกาแฟ จับมือลุยขยายตลาด ชี้อนาคตยังสดใส!

 

         ขณะเดียวกันผลผลิตกาแฟในประเทศกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากราคากาแฟที่ตกต่ำเป็นเวลานาน ทำให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นแทน เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และไม้ผล อย่างไรก็ตาม กรมส่งเสริมสหกรณ์ ยังคงให้ความสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนให้สหกรณ์และ กลุ่มเกษตรกร ที่ดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปผลผลิตกาแฟจากสมาชิก พัฒนาการดำเนินธุรกิจให้มีความเข้มแข็ง เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้

         ในการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจสหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟ ได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งเสริมเรื่องการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนปลอดดอกเบี้ย เพื่อซื้อกาแฟสารและวัสดุอุปกรณ์ในการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้ากาแฟ

        นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้สนับสนุนเงินจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ในการจัดซื้อกาแฟสาร เพื่อให้สหกรณ์มีเงินทุนเพียงพอสำหรับการรวบรวมผลผลิตกาแฟ ส่งผลให้สามารถ ลดอุปทาน (Supply) กาแฟในตลาดในช่วงฤดูกาลที่ผลผลิตออกสู่ตลาดในปริมาณมาก และสร้างอำนาจการต่อรองด้านราคาให้กับสหกรณ์  

 

เครือข่ายฯผู้ปลูกกาแฟ จับมือลุยขยายตลาด ชี้อนาคตยังสดใส!

  นายปริญญา เพ็งสมบัติ

 

         สำหรับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่มีศักยภาพในการแปรรูปกาแฟเป็นกาแฟคั่ว กาแฟคั่วบด กาแฟ 3IN1 ยังมีโอกาสในการขยายตลาดในการจำหน่ายกาแฟอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในฤดูกาลผลิตกาแฟ 2558/2559 ที่ผ่านมาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ได้มีการดำเนินธุรกิจรวบรวมและจำหน่ายกาแฟ รวมถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์กาแฟเพื่อจำหน่าย สามารถรวบรวมและจำหน่ายกาแฟสารให้กับผู้ประกอบการกาแฟ และบริษัทผู้ผลิตกาแฟสำเร็จรูปในประเทศไทย จำนวน 6,380 ตัน คิดเป็นมูลค่า 508 ล้านบาท

         ทั้งนี้ กองพัฒนาสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจของเครือข่ายสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่ดำเนินธุรกิจกาแฟ” โดยมีตัวแทน สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร ที่ดำเนินธุรกิจกาแฟในพื้นที่ภาคใต้และพื้นที่ภาคเหนือ รวม 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร ระนอง เชียงใหม่ เชียงราย น่าน และจังหวัดแม่ฮ่องสอน รวมทั้งหมด 70 คน เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการเพิ่มมูลค่าและขยายช่องทางการตลาดกาแฟ   

 

เครือข่ายฯผู้ปลูกกาแฟ จับมือลุยขยายตลาด ชี้อนาคตยังสดใส!

 

         พร้อมกันนี้ ยังได้นำคณะผู้เข้าอบรมไปศึกษาดูงานที่ศูนย์อบรมธุรกิจศูนย์ธุรกิจคาเฟ่อเมซอนของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้รับทราบข้อมูลว่าตลาดกาแฟสดยังมีอนาคตที่สดใส ผู้บริโภคยังนิยมดื่มกาแฟเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสหกรณ์ยังมีโอกาสจะพัฒนาไปสู่การดำเนินธุรกิจร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจกาแฟได้ในอนาคต

         อย่างไรก็ตาม สหกรณ์จะต้องจัดทำฐานข้อมูลการผลิตของสมาชิก ฐานข้อมูลกลุ่มผู้ผลิตกาแฟคุณภาพ การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตกาแฟคุณภาพ และเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจกาแฟแบบผู้ประกอบการมืออาชีพ เพื่อให้ธุรกิจกาแฟของสหกรณ์เกิดความยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันการดำเนินธุรกิจกาแฟภายในประเทศต่อไป