ข่าว

เชียร์ธุรกิจไทยจัดทัพบุกตลาดเมียนมา

เชียร์ธุรกิจไทยจัดทัพบุกตลาดเมียนมา

21 ก.ย. 2559

พาณิชย์เชียร์ธุรกิจไทยบุกตลาดเมียนมา มองมีศักยภาพการเติบโตสูง เหตุชาวเมียนมาชื่นชอบสินค้าไทยมากกว่าคู่แข่งอย่างจีนและเวียดนาม

 

          นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงานสัมมนา จัดทัพธุรกิจไทยไปเมียนมา ในหัวข้อ “ยกระดับการค้าการลงทุนไทย ในตลาดอาเซียน” ว่า การค้าระหว่างกันของไทยกับกลุ่ม CLMV อันประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา (2554-2558) ขยายตัวดีมาก เฉลี่ยสูงถึง 12.6% ต่อปี โดยไทยส่งออกไปยังกลุ่มประเทศนี้ประมาณ 10% ของการส่งออกทั้งหมด สินค้าสำคัญ อาทิ ยานยนต์, เคมีภัณฑ์, เครื่องจักรกล และวัสดุก่อสร้าง ซึ่งในส่วนของเมียนมานั้น ไทยส่งออกไปเมียนมาเฉลี่ยปีละไม่น้อยกว่า 4,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาของปี 2559 ขยายตัว 2.2% 

          ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า (JTC) ไทย-เมียนมา ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องที่จะผลักดันเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน เป็น 10,000-12,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 60 และจะร่วมมือยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศ ผ่านการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของแม่สอด-เมียวดี ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกการค้าการลงทุนของทั้งสองฝ่าย

          "เมียนมาเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางการค้ากับไทยสูงมาก เนื่องจากภาคการผลิตของเมียนมายังมีประสิทธิภาพไม่มากนัก และพึ่งพาการนำเข้าเป็นส่วนใหญ่ และในสายตาของชาวเมียนมาสินค้าไทยมีคุณภาพ รูปลักษณ์สวยงามและทันสมัย เมื่อเทียบกับคู่แข่งสำคัญอย่างจีนและเวียดนาม อีกทั้งยังมองว่าสินค้าไทยเป็นสินค้าระดับบน ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และบุคลิกให้แก่ผู้ใช้ จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้สินค้าไทยเป็นสินค้าลำดับต้นๆ ที่ครองใจผู้บริโภคชาวเมียนมามาได้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน" นางอภิรดีกล่าว

          นอกจากนั้น ภายใต้กลยุทธ์ Strategic Partnership ไทยยังสามารถใช้เมียนมาเป็นประตูสู่อินเดียและเอเชียใต้ได้ นับเป็นโอกาสที่น่าสนใจของผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปแสวงหาโอกาสการลงทุนและขยายช่องทางการค้าและบริการไปเมียนมาเพิ่มขึ้น และในปีหน้ากระทรวงฯ มีกำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมสินค้าและบริการไทยทั้งในเมืองเศรษฐกิจหลักของเมียนมา (นครย่างกุ้ง) และเมืองรอง ตลอดจนได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาการค้าและธุรกิจไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในแต่ละประเทศ เพื่อให้บริการข้อมูลข้อมูลและให้คำปรึกษาเชิงลึก ประสานงาน จัดทำนัดหมายในการพบหารือหน่วยงานต่างๆ และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการไทยที่เดินทางไปติดต่อธุรกิจในประเทศอาเซียน