ข่าว

 ล่องใต้ดูเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ที่กระบี่

ล่องใต้ดูเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ที่กระบี่

21 ก.ย. 2559

โดย - สุรัตน์ อัตตะ

            กรมส่งเสริมการเกษตร นำทัพสื่อล่องใต้พิสูจน์ผลสำเร็จการดำเนินงาน “ศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร” ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิตสวนปาล์ม พร้อมดูงานส่งเสริมการเกษตรแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นทางการผลิต การแปรรูป และเพิ่มช่องทางการตลาด ผ่านผลงานความสำเร็จการผลิตกาแฟขี้ชะมดของเกษตรกร “Young Smart Farmer” พร้อมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรบนเกาะลันตา และการสนับสนุนกลุ่มแม่บ้าน “ทุ่งหยี่เพ็ง” ผลิตกะปิสร้างอาชีพและรายได้นับล้านบาทต่อปี

            โอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวระหว่างนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมตลาดเกษตรกรแห่งแรกและแห่งเดียวในจ.กระบี่ โดยระบุว่า กรมส่งเสริมการเกษตร มีพันธกิจที่สำคัญ คือ การส่งเสริมพัฒนาเกษตรกร ครอบครัวเกษตรกร องค์กรเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ให้มีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีขีดความสามารถในการผลิตและการจัดการสินค้าเกษตรตามความต้องการของตลาด ซึ่งจังหวัดกระบี่ เป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของการดำเนินงาน เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในระดับโลกแล้ว ยังเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจของประเทศ เช่น ยางพารา และปาล์มน้ำมัน 

            “ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตร ได้เข้าไปดำเนินกิจกรรมพัฒนาเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรผ่านโครงการต่างๆ อย่างหลากหลาย และมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เช่น การส่งเสริมการปลูกปาล์มน้ำมัน การส่งเสริมอาชีพ การส่งเสริมการตลาด การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการดำเนินงานศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ดังนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องเกษตรกร และให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อการดำเนินงาน รวมทั้งเป็นการเผยแพร่กิจกรรมของเกษตรกรในพื้นที่ กรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้จัดนำสื่อมวลชนศึกษาและดูงานใน พื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยมีจุดศึกษาดูงานที่ประสบความสำเร็จและสามารถเป็นต้นแบบให้กับที่อื่นต่อไป” 

           สำหรับจุดแรกนั้นเป็นศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ปาล์มน้ำมัน ต.ทุ่งไทรทอง อ.ลำทับ ของนายสมหวิง หนูศิริ เกษตรกรต้นแบบจ.กระบี่ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ ภายในมีกิจกรรมที่หลากหลายที่สามารถทำเงินให้กับเจ้าของ โดยศูนย์แห่งนี้เริ่มจัดตั้งเมื่อปี 2557 เป็นการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการจัดสวนปาล์มน้ำมัน ทำการเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกปาล์มเป็นพืชหลัก พร้อมกับปลูกพืชแซม เพาะเห็ด เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลาในบ่อซีเมนต์ ภายใต้เป้าหมายและแนวทาง คือ ลดต้นทุนปาล์มน้ำมันจาก 3.2 บาทต่อกก. เหลือ 2.8 บาทต่อกก. และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้ได้ปาล์มน้ำมันจากเดิม 3.2 ตันต่อไร่ต่อปี เป็น 3.5 ตันต่อไร่ต่อปี พร้อมทั้งสามารถสร้างรายได้เสริมจากสวนปาล์มน้ำมันไปพร้อมๆ กัน

              จากนั้นมาดูการผลิตกาแฟขี้ชะมด ต.ดินแดง อ.ลำทับ ซึ่งเป็นศูนย์เครือข่ายของ ศพก.ตำบลทุ่งไทรทอง ดำเนินการโดย นายพิศิษฐ์ เป็ดทอง เกษตรกรสมาชิกโครงการยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์( Young Smart Farmer)รุ่นที่2 ของกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งทำการผลิตกาแฟขี้ชะมดเพื่อลดความเสี่ยงจาการทำการเกษตรเชิงเดี่ยว โดยเลี้ยงชะมดในโรงเรือน 33 ตัว ปลูกกาแฟ ในพื้นที่ 15 ไร่ นำมาให้ชะมดกินเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตกาแฟ จนเป็นที่มาของการผลิตกาแฟขี้ชะมดส่งขายตามโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 20,000 บาท

            หลังใช้เวลาพอสมควรในการดูกระบวนการผลิตกาแฟขี้ชะมดเสร็จแล้วก็เดินทางต่อไปยังตลาดกลางสินค้าเกษตรในตัวเมืองกระบี่ ซึ่งเป็นจุดหมายสุดท้ายในวันนี้ เยี่ยมชมการดำเนินงานตลาดเกษตรกร โดยตลาดแห่งนี้จัดตั้งขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลและความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ เนื่องจากที่ผ่านมาจังหวัดกระบี่ ยังไม่มีตลาดกลางสินค้าเกษตรที่จะเป็นแหล่งรวบรวมหรือให้เกษตรกรมาจำหน่ายผลผลิตได้โดยตรง โดยใช้พื้นที่ประมาณ 2 ไร่ บริเวณอาคารศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร ต.กระบี่ใหญ่ อำเภอเมืองกระบี่ เปิดดำเนินการครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2559 จำหน่ายสินค้าทุกวันจันทร์ เวลา 14.00 – 20.30 น. ซึ่งสามารถตอบโจทย์งานด้านการส่งเสริมการเกษตรได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การกระตุ้นให้เกษตรกรผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพ และการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า โดยเฉพาะการมีตลาดรองรับการปลูกพืชร่วมพืชแซมในสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน ตามโครงการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งเป็นโครงการช่วยเหลือตามมาตรการภัยแล้ง

            เช้าวันต่อมามุ่งหน้าไปยังชุมชนบ้านทุ่งหยีเพ็ง บนเกาะลันตาใหญ่ ซึ่งมีการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์โดยชุมชนมาอย่างยาวนาน มีกิจกรรมท่องเที่ยว นั่งเรือแจวพื้นบ้าน พายเรือคายัค นั่งเรือหางยาว การจัดการป่าชุมชน หญ้าทะเล เพาะพันธุ์ปูไข่ พร้อมกับเข้าชมเมืองเก่าเกาะลันตา ซึ่งในอดีตเป็นสถานที่ตั้งที่ว่าการอำเภอและส่วนราชการ รวมทั้งตลาดเก่า “ศรีรายา” ซึ่งเป็นตลาดท่องเที่ยวแนวย้อนยุคที่ชุมชนร่วมกันจัดการ

     เสร็จแล้วก็แวะไปดูการทำกะปิของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทุ่งหยี่เพ็งร่วมใจ ต.ศาลาด่าน อ.เกาะลันตา ซึ่งเป็นวิสาหกิจชุมชนที่สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นในการทำกะปิชั้นดีจากกุ้งเคย โดยเจ้าพนักงานเคหกิจเกษตรเข้ามาสนับสนุนจัดตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรตั้งแต่ปี 2540 และเป็นกลุ่มแรกในภาคใต้ที่ได้รับการรับรองเครื่องหมาย อย. มผช. รวมทั้งยังได้รับการรับรองเครื่องหมายฮาลาล ปัจจุบันมีเครือข่ายร้านค้าที่รับกะปิไปจำหน่ายถึง 150 ร้าน โดยยอดการผลิตและจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2558 ยอดผลิต 26,425 ก.ก. มูลค่า 2,906,750 บาท ส่วนปี 2559 ตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม มียอดผลิตแล้วกว่า 16,247 ก.ก. มูลค่า 1,787,170 บาท

          นี่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสื่อสัญจรดูผลงานความสำเร็จของการดำเนินงานด้านการส่งเสริมการเกษตรแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิตในแปลงเกษตรกร ไปสู่การแปรรูปสินค้า การสนับสนุนอาชีพ การสร้างช่องทางการตลาด รวมทั้งการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวการเกษตรในพื้นที่จ.กระบี่

                                                                     +++++++++++++++++++