
ผีประเดิมชัย-ไก่รู้ทางหงส์
ศึกลูกหนัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์นี้ มีโปรแกรมฟาดแข้ง 2 คู่ ซึ่งเป็นเกมประเดิมสนามของ 2 ยักษ์ใหญ่อย่าง "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ในฐานะแชมป์เก่าจากเมื่อฤดูกาลก่อน
ที่ต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมน้องใหม่อย่าง "ตราลูกโลก" เบอร์มิงแฮม ขณะที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ต้องยกพลบุกไปเยือน "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ส่วนคอบอลชาวไทยสามารถติดตามลุ้นทั้ง 2 คู่นี้ได้จาก เคเบิลทีวี ที่ยังคงทำหน้าที่ถ่ายทอดสดให้ติดตามรับชมกันถึงหน้าจอโทรทัศน์เหมือนเดิม
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
แมนฯ ยูไนเต็ด - เบอร์มิงแฮม
สนาม - โอลด์ แทรฟฟอร์ด
เวลา - 19.30 น.
ถ่ายทอดสด - ทรูวิชั่นส์ ช่อง 59
สำหรับเกมคู่นี้เคยดวลแข้งกันในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาแล้วทั้งหมด 90 นัด ผลปรากฎว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เหนือกว่า เบอร์มิงแฮม ค่อนข้างเยอะ ด้วยสถิติ ชนะ 41 เสมอ 25 แพ้ 24 ส่วนผลการเผชิญหน้าในสนามแห่งนี้นัดล่าสุด ซึ่งเป็นเกมฟาดแข้งในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี เมื่อปี 2008 ปรากฎว่า "ปีศาจแดง" เป็นฝ่ายเฉือนชนะ "ตราลูกโลก" 1-0
นัดนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องหมดสิทธิใช้งาน 3 แข้งหลักอย่าง เอดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, เนมันย่า วิดิช รวมถึง นานี ที่ต้องนอนพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บต่อไป แต่ทว่า "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือ "ปีศาจแดง" ได้รับข่าวดีเล็กน้อย เนื่องจาก 2 ตัวสำรองที่มีปัญหาบาดเจ็บรบกวนอย่าง เวส บราวน์ รวมถึง เบน ฟอสเตอร์ สามารถกลับมาช่วยทีมได้อย่างแน่นอน
ด้าน เบอร์มิงแฮม สามารถใช้งานผู้เล่นตัวหลักได้เกือบทั้งหมด ส่งผลให้ อเลกซ์ แมคลีช กุนซือ "ตราลูกโลก" เตรียมส่ง 3 ผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง โจ ฮาร์ท, ลี โบว์เยอร์ และ แบร์รี เฟอร์กูสัน ลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างแน่นอน แถมยังพร้อมส่งดาวยิงตัวเก๋าอย่าง เควิน ฟิลลิปส์ ลงสนามตั้งแต่นาทีแรกอีกด้วย
แม้เจ้าถิ่นอาจมีปัญหาในการจัดทัพพอสมควร โดยเฉพาะแนวรับที่ยังไม่ค่อยลงตัวเสียเท่าไรนัก แต่ทว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีแนวรุกที่เฉียบคมพอพึ่งพาได้เสมอ ซึ่งตรงข้ามกับทีมเยือนที่จำเป็นต้องเล่นเกมรับแบบรัดกุม เพื่อรอจังหวะสวนกลับตามแบบฉบับของทีมที่เป็นรองนั่นเอง ดังนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะเป็นฝ่ายประเดิมชัยชนะภายในถิ่นของตัวเองได้สำเร็จ
ผลที่คาด - แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ เบอร์มิงแฮม 2-0
สเปอร์ส - ลิเวอร์พูล
สนาม - ไวท์ ฮาร์ท เลน
เวลา - 22.00 น.
ถ่ายทอดสด - ทรูวิชั่นส์ ช่อง 59
สำหรับเกมคู่นี้เคยดวลแข้งกันในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาแล้วทั้งหมด 132 นัด ผลปรากฎว่า สเปอร์ส เป็นรอง ลิเวอร์พูล อย่างเห็นได้ชัด ด้วยสถิติ ชนะ 36 เสมอ 34 แพ้ 62 ส่วนผลการเผชิญหน้าในสนามแห่งนี้นัดล่าสุด ซึ่งเป็นเกมฟาดแข้งในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี เมื่อฤดูกาลก่อน ปรากฎว่า "ไก่เดือยทอง" เป็นฝ่ายเฉือนชนะ "หงส์แดง" 2-1
นัดนี้ แฮร์รี เรดเนปป์ กุนซือเจ้าถิ่นต้องประสบปัญหากับการจัดตัวผู้เล่นในแนวรับอย่างแน่นอน เนื่องจาก 2 กองหลังตัวหลักอย่าง โจนาธาน วูดเกต และ ไมเคิล ดอว์สัน ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด จึงทำให้กองหลังตัวใหม่อย่าง เซบาสเตียน บาสซง เตรียมลงเล่นเป็นตัวจริงค่อนข้างแน่ เช่นเดียวกับ ปีเตอร์ เคารช์ ที่เตรียมจับคู่กับ เจอร์เมน เดโฟ ยืนเล่นในแดนหน้า
ขณะที่ "ราฟา" ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือทีมเยือนหมดสิทธิใช้งาน มาร์ติน สเคอร์เทล และ อัลแบร์โต อคิลานี ที่ยังคงมีปัญหาบาดเจ็บ แถมยังต้องรอความฟิตของขุมกำลังสำคัญอย่าง สตีเวน เจอร์ราร์ด อีกด้วย แต่คาดว่าน่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงตั้งแต่นาที เพื่อประสานงานในแผงแดนกลางร่วมกับ ลูคัส ไลว่า และ ฮาเบียร์ มาสเชราโน นั่นเอง
แม้เจ้าถิ่นมีปัญหาในเรื่องของเกมรับพอสมควร แต่ทว่าทีมเยือนก็มีปัญหาในจุดนี้เหมือนกัน ส่งผลให้เกมนัดนี้อาจต้องตัดสินกันที่แผงแดนกลางว่า ทีมใดจะสามารถเก็บบอลได้มากกว่ากัน อย่างไรก็ตามทั้งสองทีมมีศักยภาพในเกมรุกที่ไม่ค่อยแตกต่างกันเสียเท่าไรนัก ดังนั้นเกมคู่นี้น่าจะลงเอยด้วยผลเสมอมากที่สุด
ผลที่คาด - สเปอร์ส เสมอ ลิเวอร์พูล 1-1
ลุงหวานเย็น
โปรแกรมฟุตบอล คืนวันอาทิตย์ 15 ส.ค.
บุนเดสลีกา เยอรมนี
มึนเชนกลัดบัค - แฮร์ธา เบอร์ลิน เวลา 20.30 น.
ชาลเก้ - โบคุ่ม เวลา 22.30 น.
ลีก เอิง ฝรั่งเศส
บูโลญจน์ - เกรนอบล์ เวลา 22.00 น.
นีซ - แรนส์ เวลา 22.00 น.
มาร์กเซย - ลีลล์ เวลา 02.00 น.
โคปปา อิตาเลีย รอบ 3
ตริเอสตินา - กายารี เวลา 01.00 น.
นาโปลี - ซาแลร์นิตานา เวลา 01.30 น.
ซามพ์โดเรีย - เลชเช เวลา 01.30 น.



