
อัยการสูงสุด แสดงวิสัยทัศน์อัยการทั่วประเทศ
อัยการสูงสุด ชูแนวทางใช้ดุลพินิจสั่งคดีโปร่งใส-ไม่เอียงข้าง-เที่ยงธรรมเสมอภาคทุกขั้นตอน ชื่อสั่งคดีเป็นเหตุเป็นผลทุกฝ่ายยอมรับ
ห้องประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซนทารา ถ.แจ้งวัฒนะ - 21 ก.ย.59 -ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดประชุมแสดงวิสัยทัศน์ต่อรองอัยการสูงสุด ผู้ตรวจราชการ อธิบดีอัยการส่วนกลางและภูมิภาค รวมทั้งรองอธิบดีอัยการส่วนกลางรวม 163 คน ว่า สิ่งที่จะเน้น คือ ความยุติธรรมทางอาญาในเรื่องดุลพินิจการสั่งคดีต่างๆ และความโปร่งใสที่จะตรวจสอบได้ ความซื่อสัตย์ที่เชื่อถือได้ โดยส่วนที่มีการร้องขอความเป็นธรรมทางคดีเข้ามาที่ปัจจุบันนี้มีจำนวนมาก ที่มีทั้งฝ่ายผู้เสียหายและฝ่ายผู้ต้องหา โดยตนให้นโยบายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการพิจารณาอย่างละเอียดด้วยความรอบคอบในทุกประเด็นที่ร้องเข้ามา
“ไม่ใช่ดำเนินการให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องทำทุกอย่างเสมอภาคและเที่ยงธรรมด้วยการพิจารณาตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนและใช้ดุลพินิจอย่างรอบคอบไม่เอียงข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากสั่งคดีอย่างเป็นเหตุเป็นผลก็จะเป็นที่ยอมรับเอง”อัยการสูงสุด กล่าวย้ำ
เมื่อถามถึงกรณีที่วันนี้ (21 ก.ย.) พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิโอนหุ้นมูลกว่า 300 ล้านบาทของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมารายใหญ่ มอบอำนาจให้ ทนายความยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมในคดีที่ตกเป็นผู้ต้องหา คดีฆ่านายชูวงษ์โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ที่กองปราบส่งสำนวนมาให้อัยการพิจาณาเมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา
ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ อัยการสูงสุด กล่าวว่า เมื่อมีการร้องขอความเป็นธรรมเข้ามา ตามขั้นตอนหนังสือนั้นจะถูกส่งเข้ามายังสำนักงานงานคดีกิจการอัยการสูงสุดที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับหนังสือร้องขอความเป็นธรรมพิจารณา ซึ่งจะได้มีการตรวจดูรายละเอียดแล้วส่งไปให้สำนักงานคดีที่เกี่ยวข้องคือ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ที่รับผิดชอบสำนวนคดีดังกล่าว เพื่อประกอบการพิจารณาสำนวนคดี ขณะที่ฝ่ายครอบครัวนายชูวงษ์ ก็ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเข้ามา ตนก็ได้มอบหมายให้นาย วินัย ดำรงค์มงคลกุล รองอัยการสูงสุด ที่ควบคุมดูแลด้านคดีอาญาได้รับผิดชอบคดีฆ่าไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ขณะที่หนังสือร้องขอความเป็นธรรมอีกส่วนจะส่งให้สำนักงานคดีกิจการอัยการสูงสุด ที่มีรองอัยการสูงสุดอีกคนหนึ่งรับผิดชอบดูแล แต่อย่างไรก็ตามการพิจารณาก็จะเป็นไปในทางเดียวกัน
เมื่อถามถึงการพิจารณาสำนวนคดีพระเทพญาณมหามุนี หรือ นายไชยบูรณ์ สุทธิผล หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายกับพวกรวม 5 คนถูกกล่าวหาร่วมกันฟอกเงิน ที่ขณะนี้รอสำนวนการสอบสวนเพิ่มเติมจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นั้นมีความคืบหน้าอย่างไร
ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ อัยการสูงสุด กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าส่งรายละเอียดมาสำหรับผู้ต้องหามาแล้วบางคนแต่ยังไม่ครบถ้วนทั้งหมด ซึ่งจะมีการนัดฟังคำสั่งทางคดีในวันที่ 6 ต.ค.นี้ โดยคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนดังนั้นทุกหน่วยงานต้องให้ความสำคัญและควรจะเร่งรัดให้เร็วอยู่แล้ว แต่จะทำได้เร็วมากน้อยแค่ไหนขึ้นกับเงื่อนไขแต่ละอย่าง
“เราจะทำให้ดีและเร็วที่สุด เราไม่มีแรงกดดันอะไรอยู่แล้ว หากจะต้องสอบสวนเพิ่มเติมเราก็ต้องรอให้พนักงานสอบสวนส่งผลมาให้ ก่อนที่อัยการจะพิจารณาสั่งคดีอีกที โดยอัยการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอยู่แล้ว” ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ อัยการสูงสุด กล่าว



