ข่าว

"บิ๊กตู่" สั่งสอบยกแผงต้นเหตุเรือล่ม- สรุปตาย 28 หาย1

"บิ๊กตู่" สั่งสอบยกแผงต้นเหตุเรือล่ม- สรุปตาย 28 หาย1

20 ก.ย. 2559

 “ประยุทธ์” สั่งสืบสวนผู้เกี่ยวข้องทุกส่วน ใครเป็นต้นเหตุทำเรือล่ม สรุปยอดผู้เสียชีวิต 28 สูญหาย 1 

 

          ความคืบหน้าเหตุเรือ “สมบัติมงคลชัยทับทิม” ซึ่งบรรทุกชาวไทยมุสลิมกลับจากงานประเพณีโฮ้ล หรือทำบุญครู ที่มัสยิดตะเกี่ยโยคิน ต.คลองตะเคียน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดอุบัติเหตุเรือล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าวัดสนามไชย หมู่ 7 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากนั้น

          ล่าสุดเมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 20 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมถึงสาเหตุเรือล่มที่จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ประการแรก สาเหตุที่ทำให้มีอุบัติเหตุและมีการเสียชีวิตจำนวนมากนั้น เนื่องจากเรือลำดังกล่าวสามารถรับผู้โดยสารได้จำนวนหนึ่ง แต่ในขณะเกิดเหตุนั้นบรรทุกไปเกือบ 2 เท่าของจำนวนผู้โดยสารที่จะรับได้อย่างปลอดภัย ซึ่งผู้ที่ควบคุมเรือก็ได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่า จะให้ทำอย่างไร ในเมื่อผู้โดยสารเขาจะขึ้นมา

         พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ประการที่สอง ผู้โดยสารเอง ทั้งที่เห็นแล้วว่าเรือค่อนข้างจะเต็มและแออัด แต่ยังจะใช้บริการ รวมถึงเครื่องชูชีพที่จะใช้ช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ก็มีไม่ครบ และประการสุดท้ายคือ ตอม่อจุดที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุซึ่งติดอยู่กับโป๊ะ โดยเวลาปกติเมื่อน้ำน้อยจะมองเห็น แต่เมื่อน้ำมากก็จะจมใต้น้ำทำให้เรือมองไม่เห็น จนเกิดการชนขึ้น อีกทั้งโป๊ะดังกล่าวไม่ใช่ของส่วนราชการ แต่เป็นวัดจัดทำขึ้น ทั้งหมดนี่คือสาเหตุหลัก

         พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งการมาว่า ขั้นตอนแรกให้สอบสวนกันว่า มีใครที่ีมีส่วนเกี่ยวข้องในการประมาทเลินเล่อ หรือคิดถึงแต่เรื่องผลกำไร โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย จากนั้นก็ดูในเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวกับการจราจรทางน้ำที่มีอยู่แล้วแต่ผู้ที่เกี่ยวข้องละเลยไม่ปฏิบัติ ขณะเดียวกันผู้โดยสารเองก็อาจขึ้นเรือโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าจำนวนนั้นแน่นเกินไป และในส่วนตัวโป๊ะนั้น อาจต้องใช้อำนาจในการตรวจสอบ ซึ่งรวมไปถึงโป๊ะท่าเรืออื่นๆ ด้วย

          “นายกฯ ฝากแสดงความเสียใจไปยังญาติผู้สูญเสีย ที่ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 26 ราย และยังหาไม่เจออีก 3 ราย และฝากหน่วยงานเกี่ยวข้องทุกฝ่ายดำเนินการสอบสวน พักใบอนุญาต โดยรมว.คมนาคมชี้แจงว่า ต้องดำเนินการทั้งทางแพ่งกับเจ้าของเรือ และทางอาญากับผู้ควบคุมเรือ นอกจากนี้ยังกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปกำกับดูแล ตรวจสอบ การเดินทาง การขนส่งสาธารณะ ที่ไม่เฉพาะทางเรืออย่างเดียว โดยให้กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์ ไม่ให้เกิดขึ้นมาอีก” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

          ส่วนการค้นหาผู้เสียชีวิตในอุบัติเหตุดังกล่าว วันเดียวกันเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่ค้นหาผู้สูญหายพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ทราบชื่อคือ ด.ช.อภิลักษณ์ บุญรักษ์ อายุ 3 ขวบ ลอยติดอยู่กับผักตบชวาบริเวณหน้าโรงเรียนยอแซฟ ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 4 กิโลเมตร ต่อมาเมื่อเวลา 17.40 น. เจ้าหน้าที่พบศพนางทองใบ ขันธรักษ์ อายุ 89 ปี ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 28 ศพ ยอดผู้สูญหายเหลือ 1 คน