
รับน้ำหนักไม่ไหว!! สะพานข้ามคลองถล่ม
จนท.คาดสาเหตุสะพานข้ามคลองแขวงกลั่นล่างพังถล่ม รับน้ำหนักรถบรรทุกผ่านตลอดทั้งวันไม่ไหวจึงพังลง
วันที่ 20 ก.ย.59 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่บริเวณเชิงสะพานข้ามคลองแขวงกลั่นล่าง บนเส้นทางหลวงชนบท ฉช.3020 แสนภูดาษ-พิมพา (คลองใหม่-บางควาย) พื้นที่ ม.8 ต.หนองจอก อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย ทางหลวงชนบทฉะเชิงเทรา โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ชลประทานจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต.หนองจอก ตลอดจนผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เร่งลงพื้นที่เข้ามาตรวจสอบสภาพของสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กที่พังถล่มครืนลงไปยังภายในลำคลอง ตั้งแต่เมื่อช่วงหัวค่ำของคืนที่ผ่านมาวานนี้ (19 ก.ย.59) อย่างไม่ทราบสาเหตุ ท่ามกลางความหวาดเสียวของชาวบ้านที่ต่างเข้ามามุงดูกันอยู่เป็นจำนวนมากด้วยความสนใจ
นายบุญเชิด พรหมศรี อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 ม.9 ต.หนองจอก อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 กล่าวว่า สะพานแห่งนี้เป็นสะพานข้ามคลองแขวงกลั่นล่างของสำนักงานชลประทาน จ.ฉะเชิงเทรา ที่ได้สร้างเชื่อมต่อให้ชาวบ้านได้ข้ามไปมาหาสู่กัน ระหว่างชาวบ้านในพื้นที่ ม.7 ม.8 และ ม.9 ต.หนองจอก ซึ่งเดิมนั้นเป็นสะพานไม้ ต่อมาในปี 2526 หรือเมื่อประมาณกว่า 32 ปีที่ผ่านมาทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้เข้ามาก่อสร้างเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กแบบมาตรฐานให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้สัญจรข้ามผ่านไปมาได้โดยสะดวก ซึ่งการสร้างได้ออกแบบให้พื้นด้านบนเป็นแบบตะแกรงเหล็กที่สามารถยกเปิดให้เรือขุดลอกคลองของกรมชลประทานสามารถลอดผ่านไปได้
แต่หลังจากสะพานแห่งนี้ได้มีการโอนย้ายความรับผิดชอบจากกรมโยธาธิการและผังเมืองไปให้แก่ทางสำนักงานทางหลวงชนบทฉะเชิงเทรา รับผิดชอบแล้ว ได้พบว่าพื้นสะพานเดิมซึ่งเป็นตะแกรงเหล็กนั้นผุกร่อน จึงได้มีการซ่อมแซมสร้างให้เป็นแบบพื้นคอนกรีตที่ด้านบนทดแทนด้วยการเสริมตอม่อ และวางแผ่นคอนกรีตใหม่ ก่อนเทพื้นถนนและลาดยางทับ เมื่อประมาณ 12 ปีที่ผ่านมา ก่อนที่จะมาพังถล่มลงเมื่อช่วงเย็นวานนี้อย่างไม่ทราบสาเหตุ
“โชคดีมากที่ขณะสะพานพังถล่มลงมานั้นไม่มีรถยนต์ของผู้ที่กำลังใช้เส้นทางสัญจรผ่านตกลงไปยังภายในลำคลอง แต่ก็เป็นที่น่าหวาดเสียวเนื่องจากได้มีรถบรรทุก 6 ล้อ บรรทุกชิ้นส่วนยานยนต์ขับผ่านมาพอดีและเลยจุดที่พังถล่มลงมานั้นได้เพียงพ้นช่วงคันรถเท่านั้น ก่อนที่จะพังถล่มลงคลองจึงรอดไปได้อย่างหวุดหวิด แต่ก็ยังมีรถจักยานยนต์ของขาวบ้านที่ไม่รู้ว่าสะพานพังถล่มลงไปแล้วขับผ่านมา และตกลงไปยังภายในลำคลอง แต่ก็โชคดีที่คนขับไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสมากนัก”
นายบุญเชิด กล่าวต่อว่า สาเหตุที่สะพานแห่งนี้พังถล่มลงมานั้น ตนเชื่อว่าเพราะมีรถบรรทุกน้ำหนักเกินวิ่งผ่านเส้นทางอยู่เป็นจำนวนมากเกือบตลอดทั้งกลางวัน กลางคืน เนื่องจากเส้นทางสายนี้ได้ถูกใช้เป็นเส้นทางสายหลักในการขนส่งสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ที่ภายหลังได้มีโรงงานจำพวกนี้เกิดขึ้นมาในพื้นที่เป็นจำนวนมาก หลาย 10 แห่ง เพื่อผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ส่งให้แก่ผู้ประกอบการรายใหญ่ ที่ได้เข้ามาก่อตั้งโรงงานอยู่ใกล้ๆ พื้นที่ จึงทำให้มีรถบรรทุกชิ้นส่วนยานยนต์ขับวิ่งผ่านเส้นทางเกือบตลอดทั้งวัน
อีกทั้งเส้นทางสายนี้ยังสามารถเชื่อมต่อเข้าไปยังนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ได้อย่างสะดวกอีกด้วย จึงมีทั้งรถบรรทุกสินค้าจากภาคอุตสาหกรรม และรถบัสรับส่งคนงานใช้เส้นทางผ่านเป็นจำนวนมากด้วยเช่นเดียวกัน โดยหลังจากสะพานพังถล่มลงไปแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่ก็คงต้องเดินทางไปมาหาสู่กัน ตลอดจนการขนส่งพืชผลทางการเกษตรไปขายด้วยความยากลำบาก เพราะต้องใช้เส้นทางอ้อมไปอีกไกลนับ 10 กม. กว่าจะข้ามไปมาหาสู่กันได้



