
ผู้ตรวจฯยันไม่รวบรัดชี้มูล"ธีรวัฒน์"ขัดจริยธรรมร้ายแรง
ผู้ตรวจฯยันไม่รวบรัดชี้มูล"ธีรวัฒน์"ขัดจริยธรรมร้ายแรง แนะขอเอกสารหลักฐาน- ยื่นอุทธรณ์ต่อปธ.กกต. เหตุพ้นความรับผิดชอบแล้ว
20 ก.ย. - นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีที่นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ มอบทนายความยื่นหนังสือโต้แย้งมติผู้ตรวจการแผ่นดินที่ชี้ว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายขัดจริยธรรมและใช้สิทธิตามพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารทางราชการ 2540 ขอสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้อง ว่า ผู้ตรวจฯจะมีการพิจารณาตามพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ซึ่งไม่ใช่เอกสารทุกรายการจะสามารถให้กับผู้ที่ร้องตามที่ขอได้ ถ้าพิจารณาแล้วมีข้อมูลบางอย่างที่อาจจะทำให้เกิดผลเสียกับผู้ร้องในสำนวนก็สามารถพิจารณาไม่ให้ได้ อย่างไรก็ตามที่ผู้ตรวจมีมติก่อนหน้านี้ ผู้ตรวจก็ได้ส่งสำนวนคำร้อง มูลเหตุที่นำสู่การมีมติไปยังประธานกกต.แล้ว โดยนายธีรวัฒน์สามารถไปขอทราบเอกสารหลักดังกล่าวได้จากประธานกกต. รวมถึงที่จะยื่นอุทธรณ์ก็ดำเนินการยื่นต่อประธานกกต.ได้เลย เพราะเรื่องดังกล่าวถือว่าพ้นจากความรับผิดชอบของผู้ตรวจฯแล้ว
ส่วนที่นายธีรวัฒน์ ระบุว่า การดำเนินการของผู้ตรวจฯรวบรัด ไม่โปร่งใส มีเจตนามุ่งร้ายนั้น ยืนยันได้ว่า การพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นการพิจารณาไปตามกฎหมาย เรื่องดังกล่าวไม่ใช่ผู้ตรวจหยิบมาพิจารณาเอง แต่ผู้ร้องมีตัวตนชัดเจน เมื่อมาร้องก็ต้องดำเนินการ ถ้าไม่ทำก็อาจถูกข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ได้เช่นกัน และในกระบวนการตรวจสอบก็ไม่ได้ทำรวบรัดอย่างที่กล่าวหา โดยผู้ตรวจฯรับคำร้องตั้งแต่ก.ค. 58 จากนั้นก็มีการตรวจสอบเก็บข้อมูลพยานแวดล้อมต่าง ๆ ก่อนจะมีหนังสือแจ้งไปยังประธานกกต.ในฐานะผู้บังคับบัญชาให้ชี้แจงต้นเดือนก.พ. 59 ซึ่งประธานกกต.ได้ขอขยายเวลาและตอบกลับมาในเดือนพ.ค.ว่าไม่มีข้อมูลเป็นเรื่องส่วนตัว ผู้ตรวจฯจึงมีมติทำหนังสือถึงนายธีรวัฒน์ลงวันที่ 7 มิ.ย.ให้ชี้แจงกลับมาภายใน 30 วัน แต่พ้นระยะเวลาดังกล่าวก็ยังไม่มีหนังสือชี้แจงของนายธีรวัฒน์มา จนปรากฎเป็นข่าวว่าที่ประชุมผู้ตรวจจะพิจารณาลงมติเรื่องนี้ในวันที่ 13 ก.ย. นายธีรวัฒน์จึงมีหนังสือชี้แจงกลับมาเย็นวันที่ 12 ก.ย.ซึ่งผู้ตรวจก็ยังรับพิจารณาแต่ก็เห็นว่าคำชี้แจงของนายธีรวัฒน์ ไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานที่ผู้ตรวจมีและมีมติว่านายธีรวัฒน์มีพฤติกรรมผิดจริยธรรม
"ถ้าบอกว่าประเด็นคำถามที่ส่งไปให้ชี้แจงไม่ชัดเจน ทำไมเมื่อท่านได้รับหนังสือแล้วไม่แย้งกลับมาหรือถ้าบอกว่าผู้ตรวจฯรวบรัด ถ้านับเวลาตั้งแต่ผู้ตรวจมีหนังสือไปยังนายธีรวัฒน์วันที่ 7 มิ.ย. ผ่านไป 30 วันท่านยังไม่ชี้แจง มาชี้แจงวันที่ 12 ก.ย. รวมระยะเวลา 3 เดือน ท่านไม่เคยมีหนังสือมายังผู้ตรวจขอขยายเวลาสอบสวน อีกทั้งเมื่อท่านส่งหนังสือชี้แจงมาเย็นวันที่ 12 ก.ย.ก่อนที่ผู้ตรวจจะประชุมวันที่ 13 ก.ย. ผู้ตรวจก็ยังพิจารณาให้ อย่างนี้ไม่น่าจะเรียกว่ารวบรัด แต่คำชี้แจงของท่านทางผู้ตรวจเห็นว่าหักล้างกับที่ผู้ตรวจสอบไม่ได้ และหลังจากผู้ตรวจมีมติ ก็ทำความเห็นโดยประธานผู้ตรวจฯลงนามหนังสือวันที่ 14 ก.ย.และส่งออกถึงประธานกกต.เช้าวันที่ 15 ก.ย. ท่านก็เพิ่งจะมีหนังสือขยายเวลาสอบสวนส่งมาบ่ายวันที่ 15 ซึ่งมันก็สวนกันไม่ทันกันแล้ว"นายรักษเกชา กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าประธานกกต.ระบุเป็นเรื่องเมื่อ 20 ปีที่แล้ว และจะให้โอกาสนายธีรวัฒน์ในการชี้แจง ดังนั้นถ้าประธานตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อนจะสามารถทำได้หรือไม่ นายรักษเกชา กล่าวว่า ผู้ตรวจฯตระหนักอีกว่าประมวลจริยธรรมใช้บังคับกับผู้ที่ดำรงตำแหน่งขณะนั้นเท่านั้น ซึ่งกรณีที่มีการกล่าวหาผู้ตรวจพิจารณาแล้วเห็นว่าลักษณะพฤติกรรมเชื่อมโยงมาถึงการดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน ส่วนการดำเนินการตรวจสอบของประธานก็ต้องเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยประมวลจริยธรรมของกกต.



