ข่าว

แฉCEOบ.สหรัฐฯฟันค่าชดเชยสูงสุด24,000ล้านบ.

แฉCEOบ.สหรัฐฯฟันค่าชดเชยสูงสุด24,000ล้านบ.

14 ส.ค. 2552

แฉ CEO บริษัทสหรัฐฯ ผู้ได้ค่าชดเชยสูงสุดเมื่อปีที่แล้วเป็นมูลค่าสูงถึง 702ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 24,000 ล้านบาท

(14ส.ค.) ผลสำรวจเกี่ยวกับแพ็จเกจค่าชดเชยในการออกจากงานของผู้บริหารระดับ CEO 10 อันดับแรกของสหรัฐฯ ที่จัดทำโดย"คอเปอเรต ไลบรารี่" ซึ่งเป็นองค์กรที่จับตาดูการบริหารงานของบริษัทต่างๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น และนำออกเผยแพร่เมื่อวันอังคารระบุว่าผู้บริหารระดับ CEO ของบริษัทธุรกิจในสหรัฐฯ ผู้ที่ได้รับเงินชดเชยมากที่สุดเมื่อปี 2551 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจถดถอยกำลังรุนแรงที่สุด คือนายสตีเฟ่น ชวาร์ซแมน CEO ของบริษัท
ลงทุน"แบล๊คสโตน กรุ๊ป"

 นายชวาซแมนคือผู้ได้รับเงินค่าชดเชยรวม 702.4 ล้านดอลลาร์ (ราว 24,570 ล้านบาท ) ซึ่งส่วนใหญ่คือมูลค่า  699.7 ล้านดอลลาร์ (ราว 24,465 ล้านบาท) อยู่ในรูปของแชร์ที่ได้รับมอบหลังจากบริษัทนำหุ้นออกขายต่อสาธารณชน แต่มีเงื่อนไขที่เรียกว่า "คลอวแบ๊ค โพวิชชั่น" (a performance-based clawback provision)ซึ่งหมายความว่าเขาอาจต้องคืนบางส่วนกลับคืนให้บริษัทเพื่อไปเป็นทุน แต่อย่างน้อยเขาจะเก็บหุ้นไว้ได้ร้อยละ 25 ขณะที่รายงานตั้งข้อ
สังเกตว่า คณะกรรมการเงินชดเชยไม่ได้เป็นผู้อนุมัติแพ็กเกจนี้ แต่อนุมัติโดยนายชวาซแมนเอง

 อันดับสองคือ นายลอว์เรนซ์ เอลลิสัน   ผู้ก่อตั้งและ CEO ของบริษัทซอฟท์แวร์ยักษ์ใหญ่ชื่อ"ออราเคิล คอร์ป" ผู้ได้แพกเก็จชดเชยมูลค่ารวม  556.9 ล้านดอลลาร์ (ราว 19,495 ล้านบาท)ซึ่งรวมทั้งสิทธิในการซื้อขายหุ้นที่มีมูลค่ารวม  543 ล้านดอลลาร์ (ราว 19,005 ล้านบาท) และอันดับสามคือ เรย์ อิรานี่  CEO ของบริษัท"ออคซิเดนทัล ปิโตรเลียม" ที่ได้แพกเกจชดเชยมูลค่ารวม 222.6 ล้านดอลลาร์ (ราว  7,791 ล้านบาท )ซึ่งรวมทั้งสิทธิในการซื้อขายหุ้นมูลค่ารวม 184 ล้านดอลลาร์ (ราว 6,440 ล้านบาท) ขณะที่อีก 7 อันดับที่เหลือ มีอดีตผู้บริหารของบริษัทด้านพลังงานมากที่สุด

 รายงานตั้งข้อสังเกตว่ามีการจ่ายแพกเกจชดเชยมูลค่ามหาศาลให้ CEO เหล่านี้ แม้ราคาหุ้นของบริษัทจะตกฮวบ สวนทางกับหลักการของการจ่ายเงินตามผลการประกอบการของบริษัท และมีการเผยแพร่รายงานฉบับนี้หลังจากสภาคองเกรสและทำเนียบขาวกำลังเพิ่มการตรวจสอบการจ่ายเงินให้ CEO และเมื่อเดือนที่แล้ว สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯได้ผ่านกฏหมายฉบับหนึ่งเพื่อกำหนดเพดานแพกเกจสำหรับ CEO บริษัทในวอลสตรีท ท่ามกลางความไม่พอใจของสาธารณชนเรื่องการใช้เงินฟุ่มเฟือยของบริษัทที่ต้องขอรับเงินช่วยไม่ให้ล้มละลายจากรัฐบาลสหรัฐฯ

 มาตรการใหม่นี้ของสภาผู้แทนราษฎรที่ชื่อเรียกว่า" เซย์-ออน-เพย์" (Say-On-Pay) ซึ่งให้สิทธิ์แก่ผู้ถือหุ้นที่จะลงมติประจำปีซึ่งไม่มีผลผูกมัด เรื่องการจ่ายเงินให้ผู้บริหาร และเปิดโอกาสให้หน่วยงานคุ้มกฎของทางการ สามารถสกัดบางรูปแบบของการจ่ายเงินชดเชยที่มองว่าเป็นอันตรายได้
.