
กพร.แจงผลงานรอบ 1 ปี พัฒนาแรงงานทะลุเป้า
กพร.แจงผลงานรอบ 1 ปี พัฒนาแรงงานทะลุเป้า พร้อมรับรอง License ยกระดับฝีมือแรงงาน สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร สาขาแรก ขยายวงเงินกู้ยืมให้สถานประกอบการ สูงสุด 1ล้าน
20 ก.ค. 59 - นายกรีฑา สพโชค อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2559 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ดำเนินการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานไทยให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั้งใน และต่างประเทศ เป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ เพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อม ให้เข้มแข็งสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมบทบาทและการใช้โอกาสในประชาคมอาเซียน โดยวางเป้าหมายพัฒนากำลังแรงงานให้ได้ทั้งสิ้น 3,676,180 คน ซึ่งผลการดำเนินงานได้เกินเป้าหมายที่วางไว้ 3,880,486 คน คิดเป็นมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 105.56
นายกรีฑา กล่าวว่า โครงการพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลในด้านต่างๆ อาทิ โครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานไทย มีสถานประกอบกิจการเข้าร่วม 260 แห่ง สามารถลดต้นทุนการผลิตได้ไม่น้อยกว่า 1,135 ล้านบาท พัฒนากำลังแรงงานได้เฉลี่ย 24,862 คน โครงการการพัฒนาทักษะต่างประเทศให้กับแรงงานไทยเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน มุ่งเน้นจังหวัดที่เป็นแหล่งอุตสาหกรรมการผลิต ภาคการท่องเที่ยวและบริการ มีการดำเนินการฝึกอบรมไปแล้ว 27,901 คน นโยบายการพัฒนากำลังแรงงานรองรับประชาคมอาเซียน ในสาขาต่างๆ อาทิ ด้านโลจิสติกส์ เทคโนโลยียานยนต์ การก่อสร้าง ท่องเที่ยวและบริการไอที รวมทั้ง 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย มีการดำเนินการฝึกอบรมไปแล้ว 1,239,544 คน เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีการจัดทำ พ.ร.บ.เสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่2) พ.ศ.2557 ขึ้น เพื่อควบคุม พัฒนา และยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานของผู้ประกอบอาชีพในสาขาที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะ ด้วยการกำหนดให้มีหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ หรือ License ขึ้นโดยเริ่มที่ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร เป็นสาขาแรก และจะมีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 26 ตุลาคม นี้ ผู้ที่จะได้รับ License ต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ทั้งนี้มีผู้ผ่านการทดสอบจำนวน 49,073 คน และมีผู้ผ่านการประเมินความรู้ความสามารถในสาขานี้ 5,070 คน ดำเนินการให้กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานกู้ยืมเป็นค่าใช้จ่ายฝึกอบรมฝีมือแรงงาน หรือการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน และให้เงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนเพื่อส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
นายกรีฑา กล่าวอีกว่า วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 – 12 มกราคม 2560 สถานประกอบกิจการ สามารถยื่นขอกู้ยืมเงินจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานวงเงินสูงสุดถึง 1 ล้านบาท จากเดิมไม่เกิน 3 แสนบาทต่อครั้ง และยังลดดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเหลือร้อยละศูนย์ จากเดิมร้อยละ 3 ต่อปี มีกำหนดชำระคืนไม่เกิน 12 เดือน จัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังแรงงาน 20 ปี และการบูรณาการภาคการศึกษาและทุกภาคส่วนตามแนวทางประชารัฐ โดยจะขยายการให้บริการประชาชนจากเดิม 3.6 ล้านคนต่อปี เพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านคนต่อปีภายในปี 2564 ต่อไป.



