
“บ้านโพธิ์”จัดระเบียบใช้น้ำรู้ค่า สู่การพัฒนา"เกษตรยั่งยืน”
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
ความร่วมมือของกลุ่มผู้ใช้น้ำและเกษตรกรในพื้นที่ หมู่ที่ 1 บ้านโพธิ์ และหมู่ที่ 3 บ้านโนนจานต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษในโครงการพัฒนาการเกษตรยั่งยืนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในเขตโครงการจัดรูปที่ดินตลอด 3 ปี(2557-59) ภายใต้ดำเนินการของสำนักจัดรูปที่ดินกลาง ในสังกัดกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นำมาซึ่งความร่วมมือต่อการประกอบเกษตรกรรม สามารถยกระดับอาชีพการเกษตร ด้วยปัจจัยต่างๆ ที่ประกอบกันทำให้ความเข้มแข็งของเกษตรกรในพื้นที่จัดรูปที่ดินเติบโตขึ้นตามมา ทำให้มีน้ำใช้ รู้คุณค่า หวงแหนน้ำ พร้อมกับขยายประโยชน์ไปสู่เกษตรกรนอกพื้นที่เพื่อพัฒนาการเกษตรร่วมกันทั้งตำบล สร้างฐานรากของความยั่งยืนให้กับเกษตรกร
เพทาย ศิริบูรณ์ อายุ 61 ปี เกษตกรบ้านโนนจาน หมู่ที่ 3 ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษเผยว่่า ภายหลังจากมีการจัดรูปที่ดินในพื้นที่นาของตน ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น เพราะว่ามีการพัฒนาเส้นทางไปถึงพื้นที่ทางการเกษตร การเดินทางทำได้สะดวกขึ้น การขนส่งผลิตผลทางการเกษตร ไปสู่ตลาดทำได้ง่ายขึ้น และเมื่อมีโครงการพัฒนาการเกษตรยั่งยืนฯ เข้ามา ทำให้คนในชุมชนคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำร่วมกันอย่างเป็นธรรมมากขึ้น
เช่นเดียวกับบุญธรรม แอนดก อายุ 61 ปี เกษตรกรบ้านโพธิ์ หมู่ที่ 1 ต.โพธิ์ ซึ่งได้รับอานิสงค์จากโครงการอีกรายยอมรับว่าการรวมกลุ่มของเกษตรกร ถือเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญยิ่ง เพราะจะให้สมาชิกต้องอยู่บนพื้นที่ฐานความเป็นธรรม การมีวินัย รักษากฎของกลุ่ม โดยหลังจากที่เกษตกรได้ตั้งกลุ่มกันสำเร็จ ก็พัฒนากลุ่มมาเรื่อยๆ จากเดิมที่เคยทำนาเพียงอย่างเดียว ก็พัฒนาทำการเกษตรหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำนา การทำสวน การเลี้ยงสัตว์ การทำไร่นาสวนผสม พื้นที่ดินกลับมามีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ขณะที่หน่วยงานภาครัฐ เข้ามาให้ความรู้เกษตรกร จนเกษตรกรยกระดับตัวเองขึ้นมาได้
ขณะที่ สิริวิชญ กลิ่นภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กรมชลประทานย้ำว่าการพัฒนาการเกษตรในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน ได้นำเอาแนวทาง “การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า” มาส่งเสริมให้กลุ่มผู้ใช้น้ำในเขตจัดรูปที่ดินสามารถพัฒนาเกษตรกรรมตามแนวทางของชุมชนของตนเองได้ เกิดกระบวนการร่วมกันคิดออกแบบระบบบริหารจัดการน้ำ ดูแลบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานได้เอง ซึ่งจะก่อให้เกิดการตระหนักถึงคุณค่าของน้ำ การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและผลผลิตทางการเกษตร
สิริวิชญ กลิ่นภักดี (ที่3ขวามือ) ลงพื้นที่
ด้านว่าที่ ร.ต.ไพเจน มากสุวรรณ์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน กล่าวถึงปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญของโครงการนี้อยู่ที่"การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน”เกษตรกรตระหนักถึงคุณค่าของน้ำ ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า เห็นถึงศักยภาพของตนเองและชุมชน ตระหนักถึงความเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐาน ร่วมกันบำรุงรักษาคันคูส่งน้ำ และร่วมกันวางแผนงานเพื่อพัฒนาให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง อีกทั้งสามารถสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่มเกษตรกรด้วยกันเอง และระหว่างกลุ่มเกษตรกรกับเจ้าหน้าที่ ก่อเป็นองค์ความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติจริงในด้านต่างๆ เช่น การบริหารจัดการน้ำ โดยขยายผลต่อยอดโครงการที่ขยายคลองส่งน้ำเพื่อกระจายน้ำให้เกษตรกรนอกพื้นที่จัดรูปที่ดิน ส่งผลให้การขยายพื้นที่การรับน้ำเพิ่มเติมเกิดการรวมตัวกันเพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่เรียนรู้ และการสร้างเครือข่ายเรียนรู้สู่ชุมชนอื่นๆด้วย
การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ภายใต้โครงการพัฒนาการเกษตรยั่งยืนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน นับเป็นอีกทางออกของเกษตรกรในการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในภาคการเกษตร อันนำมาสู่การสร้างอาชีพสร้างรายได้แก่เกษตรก



