
ผุดนิคมฯอาหารครบวงจรสานแผน20ปี
ภาครัฐมือค่ายสิงห์ผุดเวิลด์ ฟู้ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ นิคมอุตฯอาหารครบวงจร วาดฝัน 20 ปีไทยติด 1 ใน 5 ผู้ส่งออกของโลก มูลค่าพุ่งแตะ 2 ล้านล้านบาท
โครงการเวิลด์ ฟู้ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ (World Food Valley Thailand) ถือเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยในรูปแบบประชารัฐ โดยเป็นความร่วมมือกันระหว่างสถาบันอาหาร บริษัทสิงห์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งจะลงทุนพัฒนาเป็นเมืองนวัตกรรมอาหารอนาคตครบวงจรแห่งแรกของไทยและภูมิภาคอาเซียน บนพื้นที่ประมาณ 1,300 ไร่ ของบริษัทสิงห์ฯ ที่จังหวัดอ่างทอง เบื้องต้นคาดว่าภายในปี 2560 จะมีความชัดเจนในรูปแบบการดำเนินงาน และภายใน 3 ปี จะสามารถเริ่มลงมือก่อสร้างได้
นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การจะส่งเสริมให้การส่งออกอาหารและทำให้อุตสาหกรรมเติบโตได้ มูลค่าการผลิตอาหารต้องเพิ่มขึ้น นิคมฯนี้จะสร้างคลัสเตอร์ผู้ผลิตอาหารที่ใช้นวัตกรรมมาเพิ่มมูลค่าและสร้างแบรนด์ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการหารือกันในคณะกรรมการบีโอไอเรื่องของสิทธิประโยชน์ทางภาษีบีโอไอสำหรับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเวิลด์ ฟูด วัลเลย์ ไทยแลนด์ ด้วย
"เราจะคัดเลือกเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมโครงการนี้ คาดว่าจะมีผู้ประกอบการไม่ต่ำกว่า 100 ราย เม็ดเงินลงทุนไม่น่าจะต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท และคาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมอาหารได้อีก 15,000-20,000 ล้านบาท และหากเกิดการลงทุนแบบนี้จะสามารถสร้างการกระจายรายได้สู่ชุมชนและเกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจของจังหวัดได้มากขึ้น” นายอรรชกากล่าว
สำหรับอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเข้ามาร่วมในโครงการนี้จะเน้นไปที่อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร เช่น ข้าว เนื่องจากจ.อ่างทอง มีพื้นที่ปลูกข้าวจำนวนมาก และอาหารประเภทฟังก์ชั่นฟู้ด (Functional Food) โดยตั้งเป้าว่าจะทำให้เกิดโครงการในลักษณะนี้ไม่ต่ำกว่า 5 แห่ง ในช่วง 5 ปีข้างหน้าส่วนจะเป็นที่ไหนขึ้นอยู่กับเอกชนที่จะจะเข้าร่วมพัฒนาว่าจะไปลงทุนที่ไหน ซึ่งเปิดกว้างให้เอกชนรายอื่นเข้ามาร่วมกันพัฒนาโครงการด้วยไม่เฉพาะสิงห์ คอร์เปอเรชั่นเพียงรายเดียว
นางอรรชกา ในอีก 20 ปี ข้างหน้า กระทรวงอุตสาหกรรมตั้งเป้าจะยกระดับไปเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าอาหารติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก จากปัจจุบันอยู่อันดับที่ 14 สร้างรายได้ให้ประเทศในปี 2558 เป็นมูลค่า 897,529 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายให้ผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ของอุตสาหกรรมอาหารขยายตัวเฉลี่ย 4% ส่งออกอาหารโต 8% ต่อปี
ด้านนายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า ในแผนยุทธศาสตร์อาหารแห่งชาติ 20 ปี ได้วางเป้าหมายให้อุตสาหกรรมอาหารเติบโต 4.5-5% ต่อปี และคาดว่าในปี 2579 จะมียอดส่งออกสินค้าอาหารประมาณ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะค่อยๆ ลดสัดส่วนการส่งออกในรูปแบบของวัตถุดิบลง และเพิ่มสินค้าแปรรูปมากขึ้น โดยในส่วนของสินค้าอาหารแปรรูป จะเพิ่มสัดส่วนของสินค้าอาหารกลุ่มที่มีมูลค่าเพิ่มสูง หรือ ฟังก์ชั่นนอลฟู้ด คือ อาหารเพื่อคนป่วย และอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 50% ของอาหารแปรรูปทั้งหมด เพิ่มจากปัจจุบันที่มีสัดส่วนไม่ถึง 10% ซึ่งสินค้าอาหารในกลุ่มนี้จะมีมูลค่าสูงกว่าอาหารแปรรูปทั่วไปไม่ต่ำกว่า 3 เท่า



