ข่าว

"สุขุมพันธุ์”ยันดึงเนเธอร์แลนด์ แก้น้ำทะเลกัดเซาะบางขุนเทียน

"สุขุมพันธุ์”ยันดึงเนเธอร์แลนด์ แก้น้ำทะเลกัดเซาะบางขุนเทียน

09 ก.พ. 2552

“สุขุมพันธุ์” ดึง เนเธอร์แลนด์ แก้น้ำทะเลกัดเซาะบางขุนเทียน เล็งศึกษาใหม่อีกรอบ ไม่ชัวร์ทำ ทีกรอยน์ -ทิ้งหินหล่อปูน จะแก้ปัญหาได้ถาวร

(8ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.(กทม.)พร้อมนายจาโก้ ทีโอ แวน เด็น ฮุต(H.E. Tjaco Theo Van Den Hout) เอกอัครราชฑูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผบช.น.และพล.ต.ต.วีระพัฒน์ ตันศรีสกุล ผบก.จร. ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อตรวจพื้นที่ประสบภัยน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง ย่านชายทะเลเขตบางขุนเทียน กทม. โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เปิดเผยว่า จากการที่ตนได้เคยกล่าวไว้ตั้งแต่ตอนหาเสียงว่ารู้สึกเป็นห่วงปัญหาดังกล่าวมากโดยเฉพาะในระยะยาว เนื่องจากที่ผ่านมาพื้นที่ชายฝั่งบางขุนเทียนได้ถูกกัดเซาะรวมระยะทางกว่า 1 กม. ประกอบกับปัญหาจากสภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอีกปีละ 5 มิลลิเมตร จึงเกรงว่าอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายทะเลบางขุนเทียนมากขึ้นในฐานะด่านหน้าของ กทม. ทั้งนี้ ตนได้เชิญเอกอัครราชฑูตเนเธอร์แลนด์มาร่วมตรวจสอบพื้นที่ด้วย เนื่องจากประเทศเนเธอร์แลนด์มีประสบการณ์ในการรับมือปัญหาน้ำท่วมมาเป็นระยะเวลากว่า 100 ปีจากการที่พื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งของประเทศอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ซึ่งทางการเนเธอร์แลนด์ก็ได้รับปากว่าจะเร่งส่งทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่เพื่อศึกษาและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาหลังจากนี้ด้วย ส่วนกรณีที่สำนักการระบายน้ำ กทม. จะทำการปรับรูปแบบการก่อสร้างทีกรอยน์จากไส้กรอกทรายเป็นการทิ้งหินและหล่อปูน ตามที่ได้เสนอต่อ กมธ.ป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 800 ล้านบาทนั้น ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ตนยังมีความเป็นห่วงว่าอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ในระยะยาว จึงไม่ต้องการที่จะสูญเสียเงินงบประมาณหลายร้อยล้านบาทไปง่ายๆ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ตัดสินใจเชิญผู้เชี่ยวชาญจากเนเธอร์แลนด์มาช่วยศึกษาอีกทางหนึ่งก่อน อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องใช้เวลาในการดำเนินการ ซึ่งอาจจะไม่ได้ในช่วงเวลา 4 ปี ที่ตนดำรงค์ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. แต่จะเป็นการวางรากฐานเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว เพื่อให้เกิดความยั่งยืนด้วย ขณะที่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านั้น เบื้องต้นอาจใช้วิธีทำเขื่อนไม้ไผ่ช่วยสลายกำลังคลื่นและดักตะกอนดินซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ชาวบ้านทดลองทำแล้วได้ผลก่อนหน้านี้ และขอให้ตนได้กลับไปดูที่มาที่ไปของโครงการทีกรอยน์เดิมอีกครั้งหนึ่งก่อนด้วย หลังจากการบินสำรวจพื้นที่ประสบภัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เปิดเผยว่า รู้สึกตกใจเมื่อได้มองพื้นที่การกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียนจากมุมสูง เนื่องจากที่ผ่านมาตนเคยแต่นั่งรถเข้าไป จึงไม่เห็นชัดเจนว่ามีแผ่นดินเสียหายไปมากเพียงใด ขณะที่ทางเอกอัครราชฑูตเนเธอร์แลนด์เมื่อได้เห็นสภาพปัญหาก็รับปากทันทีว่าจะเร่งนำที่ทีมวิศวกรที่ปรึกษามาลงพื้นที่โดยเร็วที่สุด เพราะลักษณะของปัญหาคล้ายคลึงกับประเทศเขามาก ขณะที่แนวทางการแก้ปัญหาที่วางเอาไว้นั้นจะไม่ทำเฉพาะพื้นที่ กทม.เพียงที่เดียว แต่จะวางแผนให้จังหวัดใกล้เคียงได้แก่สมุทรสาครและสมุทรปราการเข้ามาร่วมอยู่ในโครงการแก้ปัญหาด้วย โดยจะเร่งทำแผนแม่บทหรือ Master Plan ให้แล้วเสร็จภายใน 2 - 3 ปีหลังจากนี้ ส่วนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านั้นจะเร่งหาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาปรับใช้กับวิธีการแก้ปัญหาแบบดั้งเดิมหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การหาสารเคมีที่จะใช้เคลือบไม้ไผ่ให้ทนทาน เป็นต้น “สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาที่สมบูรณ์แบบนั้นคงต้องใช้เวลาหลายปี แต่ตอนนี้ก็ได้ขอให้ทางเนเธอร์แลนด์เร่งส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาศึกษาปัญหาในพื้นที่แล้ว เพื่อสรุปผลว่าควรดำเนินการทิศทางใด พร้อมๆ ไปกับการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญท่านอื่นๆ และชาวบ้านเจ้าของพื้นที่ด้วย เพราะผมเองก็ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ เมื่อได้ข้อสรุปที่ดีที่สุดแล้วจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเสียงบประมาณโดยใช่เหตุ” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าว ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. คณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญผู้บริหารและข้าราชการของกทม.จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งทะเลเขตบางขุนเทียน หารือแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่ากทม.จะดำเนินการก่อสร้างแนวเขื่อนกันคลื่นรูปตัวทีหรือทีกรอยน์(T-Groin) โดยเปลี่ยนวัสดุจากไส้กรอกทรายซึ่งชาวบ้านคัดค้านเป็นการทิ้งหินและหล่อปูนแทนตลอดแนวชายฝั่งยาว 5 กม. คาดว่าจะใช้งบประมาณราว 800 ล้านบาท ใช้เวลาการก่อสร้างประมาณ 3 ปีจึงจะแล้วเสร็จ