
“ตู่” ชี้ 10 รัฐประหาร การต่อสู้ประชาชนยังอยู่
“ตู่” ชี้ 10 รัฐประหาร การต่อสู้ประชาชนยังอยู่ เผย ศาลเลื่อนไต่สวนถอนประกัน นปช. จาก ม.ค.60 เป็น 3 ต.ค. 59 ปูด “บิ้กตู่” วางแผนยึดอำนาจ มา 5 ปี
19 ก.ย.59 -- นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ว่า 19 ก.ย. 59 เป็นวันครบรอบ 10 ปี การรัฐประหารตลอด 10 ปี มีการยึดอำนาจ 2 ครั้ง แต่การต่อสู้ของประชาชนไม่เคยเปลี่ยนแปลง ยังยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย และเคารพต่ออุดมการณ์ของประชาชน การต่อสู้ของประชาชนยังเป็นเรื่องจิตอาสา เพื่อเปิดประตูสู่ประชาธิปไตย และมีการเลือกตั้ง แม้ได้ชัยชนะ แต่ต้องรอวันแพ้ต่อองค์กรอิสระ ดังนั้น บทบาทการต่อสู้ภาคประชาชนที่ผ่านมา หลายคนอาจไม่พอใจ แต่บทเรียนของประชาชนเกิดขึ้น โดยตนย้ำเสมอว่า ถ้าไม่ชนะอย่ารีบไปแพ้ เพราะจะไม่มีโอกาสได้ต่อสู้กันใหม่อีก ตนบอกประชาชนให้รับรู้ ให้อดทนรอคอยอย่างมีความหวัง มีบางคนเชื่อในแนวคิดว่า ปล่อยให้พังกันไปเอง คสช.พยายามควบคุม กำจัดการต่อสู้ของประชาชนทุกวิธีทาง
ทั้งนี้ ล่าสุดการไปยื่นถอนประกันตัว นปช. 4 คน ยังถูกเลื่อนการไต่สวนจาก ม.ค. 2560 มาเป็นวันที่ 3 ต.ค.นี้ ซึ่งไม่เกินอีก 3 สัปดาห์ แม้อนาคตจะถูกควบคุมอิสรภาพ แต่พวกตนไม่เคยเปลี่ยนแปลงการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และมุ่งมั่นเคารพในอุดมการณ์ต่อสู้ของประชาชน โดยที่ผ่านมา การต่อสู้ต้องใช้ปัญญาทุกอย่าง ไม่เร่งสถานการณ์เพื่อไปแพ้ แต่ขบวนการต่อสู้ยังเดินหน้าไปสู่เป้าหมายเดิมคือ ประชาธิปไตย
นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน สมัยเป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ยึดอำนาจรัฐบาล ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะไปร่วมประชุมสหประชาชาติที่สหรัฐ การยึดอำนาจครั้งนั้นอ้างสาเหตุคนไทยจะฆ่ากันเองในช่วงกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนัดชุมนุมครั้งใหญ่ที่ลานอนุเสาวรีย์รัชกาลที่ 5 แต่ก่อน ถึงวันที่ 19 ก.ย.นั้น กลุ่มพันธมิตรฯ ได้เป็นเสมือนคนเปิดประตูให้เกิดการยึดอำนาจเช่นกัน
ในรัฐบาล ดร.ทักษิณ เมื่อปี 2549 มีสภาพเหมือนสนิมเกิดจากเนื้อในตัวเอง รัฐมนตรีร่วมรัฐบาลบางคนพยายามเคลื่อนไหวเป็นนายกรัฐมนตรี กระทั่งเกิดการยึดอำนาจ 19 ก.ย.ขึ้น พล.อ.สนธิ อ้างต้องการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่น ยุติการแทรกแซงองค์กรอิสระ กำจัดการหมิ่นสถาบัน แล้วต่อมามีการไล่ล่าอดีตคณะรัฐมนตรี (ครม.) จับตัวไปควบคุม
นายจตุพร กล่าวต่อว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การการยึดอำนาจอีกครั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อ 22 พ.ค. 2557 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัยเป็น ผบ.ทบ. ได้เดินตามรอยเดิมการยึดอำนาจเมื่อปี 2549 แต่ปรับรูปแบบให้กระชับขึ้น
การยึดอำนาจเมื่อ 22 พ.ค. 2557 พล.อ.ประยุทธ์ กระทำการแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นในคณะรัฐประหารชุดใดกล้าทำเลย เพราะเป็นผู้เชิญแต่ละฝ่ายในการชุมนุมทางการเมืองมาประชุม แล้วจับกุมและประกาศยึดอำนาจ นอกจากนี้ยังโหมใช้ถ้อยคำ “เสียของ” มาโฆษณาเพื่อสร้างความแตกต่างหรือสื่อบอกว่าการยึดอำนาจเมื่อ 19 ก.ย. 2549 เสียของ เพราะ พล.อ.สนธิ ไม่ได้เตรียมตัวกับการยึดอำนาจ แต่พล.อ.ประยุทธ์ ได้เตรียมตัว ประชุมวางแผนการยึดอำนาจปี 2557 มาตั้งแต่ปี 2553 เท่ากับเตรียมการ เก็บความลับไว้นานร่วม 5 ปี
“เมื่อมีเวลาเตรียมตัว วางแผนยึดอำนาจกันแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องมาเป็นนายกรัฐมนตรี เอง ใช้อำนาจเข้มงวด สลับกับการผ่อนคลายให้สถานการณ์บ้านเมืองไม่เกิดการตึงตัว นอกจากนี้ยังทำในหลายเรื่องที่คณะรัฐประหารชุดใดไม่กล้าทำ แต่ คสช.กลับทำ” นายจตุพร กล่าว
ส่วนสวนดุสิตโพลสำรวจความนิยมต่อตัวนายกรัฐมนตรีครั้งล่าสุดนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ความนิยมมากที่สุดถึงกว่าร้อยละ 63 แม้เอาคะแนนนิยมของอดีตนายกรัฐมนตรีมาร่วมกันยังสู้ไม่ได้และประชาชนยังชอบผลงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มากถึงร้อยละ 80 ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ควรตั้งพรรคการเมือง ลงเลือกตั้ง เพราะในช่วง 84 ปีที่ผ่านประเทศคงได้นายกรัฐมนตรีที่เก่งที่สุดไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว
นายจตุพร กล่าวถึงพล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า ทหารไม่ล้างบางพรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองว่า การกระทำของทหารที่ผ่านมาล้วนเป็นคำตอบได้ชัดเจนถึงสองมาตรฐาน ไม่ตรวจสอบคดีทุกพรรคการเมืองอย่างเท่าเทียมกัน อีกทั้งการย้ายข้าราชการ รัฐบาล คสช. ย้ายเป็นร้อยคนทำได้ แต่อดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี คนเดียวเป็นเรื่อง ซึ่งสิ่งที่แตกต่างกันนั้น เป็นเพราะ รัฐบาล คสช.มีอำนาจจากการรัฐประหาร รวมทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมเล่นงานอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย 40 คน ข้อหาเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเป็นสิ่งบ่งชี้ชัดถึงการล้างบางพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม เมื่อ พล.ต.สรรเสริญ ยกกฎแห่งกรรมมากล่าวอ้าง ตนเชื่อในกฎแห่งกรรมที่มีมาตรฐานเดียวเสมอ ส่วนกฎหมายนั้น มีสองมาตรฐาน เหตุการณ์ที่ผ่านมาบ่งบอกได้ชัดเจน



