ข่าว

รับมือ Phishing ภัยร้ายยุคดิจิทัล

รับมือ Phishing ภัยร้ายยุคดิจิทัล

19 ก.ย. 2559

คอลัมน์ เพื่อนแท้การเงิน : โดย...ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. / www.1213.or.th โทร 1213

 

           หลายๆ ท่านคงเคยใช้บริการทางการเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น internet banking หรือ mobile banking เนื่องจากสามารถทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว สะดวกสบาย และสามารถโอนเงินจากสถานที่ใดก็ได้เพียงแค่ใช้โทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ แต่หากใช้โดยไม่ระมัดระวังเราอาจสูญเสียเงินที่เก็บสะสมมา ซึ่งมิจฉาชีพมักจะหาสารพัดวิธีที่จะมาขโมยเงินของเรา และหนึ่งในวิธีที่มักสร้างความเสียหายให้เราได้ก็คือการ Phishing

           Phishing เป็นภัยการเงินแบบหนึ่ง ที่มิจฉาชีพจะ สร้างอีเมลหรือเว็บไซต์ปลอมในการขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหาย ซึ่งยากต่อการสืบหาตัวผู้กระทำความผิด เพราะผู้เสียหายไม่อาจทราบถึงรูปร่างหน้าตาหรือสถานที่อยู่ของมิจฉาชีพได้เลย คำว่า Phishing มีลักษณะการอ่านที่คล้ายคลึงกับคำว่า Fishing ซึ่งลักษณะของกลโกงดังกล่าวก็คล้ายกับการตกปลา กล่าวคือ มิจฉาชีพจะเริ่มจากการ วางเหยื่อตกปลา โดยการส่งอีเมลปลอมที่คล้ายกับอีเมลของผู้ให้บริการที่ผู้เสียหายใช้บริการอยู่ พร้อมแนบลิงก์เว็บไซต์ปลอมซึ่งมี URL ที่คล้ายหรือเกือบเหมือนกับเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ โดยเนื้อหาอีเมลจะพยายาม ชักจูงให้ผู้เสียหายเข้าไปที่เว็บไซต์ปลอมเพื่อกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น อ้างว่าอายัดบัญชี หรืออ้างว่าอยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยของธนาคาร และหลอกให้ผู้เสียหายเข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัวในเว็บไซต์ปลอมตามลิงก์ที่แนบมา

           ขั้นตอนต่อมาเมื่อ ปลาติดเบ็ด หากผู้ที่ได้รับอีเมลตื่นตกใจ และเข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัวลงในเว็บไซต์ดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องด้านการเงิน เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต เลขที่บัญชีธนาคาร ชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่าน ข้อมูลดังกล่าวก็จะถูกส่งต่อไปยังมิจฉาชีพทันที จากนั้นมิจฉาชีพก็จะนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ เช่น โอนเงินออกจากบัญชี นำข้อมูลไปเปิดบัตรเครดิต นำไปซื้อสินค้าออนไลน์

           เห็นแบบนี้แล้วอาจรู้สึกกังวลใจที่ต้องใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ จะกลับไปใช้บริการแบบเดิม จะดีกว่าหรือไม่ จริงๆ แล้วไม่ว่าจะใช้บริการแบบใดก็มีความเสี่ยงได้หากปราศจากความระมัดระวังหรือการป้องกันที่ดี ซึ่งภัย Phishing ก็ไม่ได้ยุ่งยากเกินไปที่จะรับมือครับ แค่รู้จักสังเกต เช่น เมื่อได้รับอีเมล หรือเอสเอ็มเอส ที่อ้างว่าเป็นผู้ให้บริการ ก็ให้ดูว่ามาจากผู้ให้บริการจริงหรือไม่ และไม่คลิกลิงก์ที่แนบมากับอีเมล หรือเอสเอ็มเอส ที่เราไม่รู้จัก เก็บข้อมูลส่วนตัวไว้เป็นความลับ หรือหากไม่แน่ใจ ให้โทรศัพท์สอบถามผู้ให้บริการโดยตรง และเมื่อต้องการเข้าใช้งานเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ ควรพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ของผู้ให้บริการด้วยตนเอง ซึ่งจะปลอดภัยมากกว่า หลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอินเทอร์เน็ตสาธารณะ หรือฟรีไวไฟ เพื่อป้องกันการดักขโมยข้อมูล สุดท้ายให้หมั่นติดตามข่าวสารเตือนภัยทางการเงิน ซึ่งจะทำให้เรารู้เท่าทันภัยการเงิน

           เพิ่มความระมัดระวังสักนิดจะได้ไม่ต้องมานั่งคิดปวดหัวในภายหลังนะครับ