
ผู้ว่าฯ ยันเรือล่มตาย15 พบใบอนุญาตคนขับเรือหมดอายุเกือบปี
ผู้ว่าฯกรุงเก่า ยันยอดตายเรือล่ม 15 สูญหาย 11 ราย จัดชุดค้นหารัศมี 5 กิโลเมตร-ชาวบ้านแจ้งพบ3 ศพแต่หาครึ่งชั่วโมงไม่พบ ตร.พบใบอนุญาตคนขับเรือหมดอายุเกือบปี
เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 19 กันยายน ที่วัดสนามไชย จ.พระนครศรีอยุธยา นายประยูร รัตนเสนีย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า ตำรวจน้ำ กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๋งและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เริ่มปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายจากกรณีเรือสมบัติมงคลชัย ล่มจมน้ำเจ้าพระยา ใกล้วัดสนามไชย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.50 น.วันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา
นายประยูร กล่าวว่า วันนี้(19 ก.ย.)ได้แบ่งการปฏิบัติงานออกเป็นสองส่วนคือ ชุดแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำโดยชุดนักประดาน้ำจะลงไปตรวจสอบหัวเรือ ซึ่งเป็นห้องเครื่องและเก็บอุปกรณ์ต่างๆ โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาจากการตรวจสอบบริเวณชั้นสองสามารถเคลียร์ได้เรียบร้อยแล้ว ไม่พบเจออะไร คาดว่า 1 ชั่วโมงก็จะสามารถตรวจสอบบริเวณห้องเครื่องส่วนหัวเรือได้เรียบร้อยเช่นกัน
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อีกชุดโดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมเจ้าท่า ตำรวจน้ำและกู้ภัย จะดำเนินการตรวจสอบตามลำน้เจ้าพระยาำสองฝั่งในรัศมี 5 กิโลเมตรจากจุดเกิดเหตุ โดยจะแบ่งพื้นที่กันรับผิดชอบ กระจายกำลังในการค้นหาตลอดแนว หากจุดใดที่เป็นน้ำวนก็จะมีนักประดาน้ำลงไปตรวจสอบค้นหาร่างของผู้เสียชีวิต
นายประยูร กล่าวอีกว่า ถ้าหากจากการค้นหาในรัศมี 5 กิโลเมตรยังไม่พบผู้เสียชีวิตก็จะขยายรัศมีในการค้นหาเพิ่มขึ้น ตนได้ให้ฝ่ายปกครอง ผู้ใหญ่บ้านช่วยกันกระจายบอกให้ชาวบ้านที่อยู่ริมน้ำช่วยกันสังเกต หากพบเห็นสิ่งผิดปกติก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ส่วนการกู้เรือยังไม่มีการกู้เรือเนื่องจากไม่ได้กีดขวางการจราจรทางน้ำและเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานค้นหา ทางกรมเจ้าท่าได้ประกาศปิดการจราจรทางน้ำ ทั้งเรือโดยสารและเรือพาณิชย์นิชในรัศมีใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ จนกว่าจะมีการปฎิบัติค้นหาเสร็จสิ้น
“สำหรับการดำเนินคดีกับผู้ขับขี่เรือนั้น ทางตำรวจสภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา อยู่ระหว่างการสอบสวน และเมื่อช่วงเช้าได้มอบเงินให้ครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 15 รายในพื้นที่ โดยเป็นเงินจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 2,000 บาท กาชาดจังหวัด จำนวน 3,000 บาท ส่วนจำนวนผู้โดยสารในเรือลำดังกล่าวยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากบางรายแจ้งว่า ประมาณ 100 กว่า คนบางรายบอกว่าเกือบ 100 คน ซึ่งล่าสุดมียอดผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ 15 ราย บาดเจ็บ 44 ราย แอดมิดที่ รพ.พระนครศรีอยุธยา 14 ราย สูญหาย 11 ราย” นายประยูร กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำปี หลังเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจะวางมาตรการในการป้องกันหรือนำไปเป็นบทเรียนอย่างไรบ้าง นายประยูร บอกว่า ประเพณีที่จัดขึ้นถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี จะทำในช่วงน้ำหลากหรือน้ำเชี่ยว การประกอบพิธีดังกล่าวก็จะต้องมีมาตรการในการเข้มงวดต่อไป นอกจากนี้กรมเจ้าท่าจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเน้นย้ำผู้ประกอบการเดินเรือ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเดินเรือท่องเที่ยว ส่วนใบอนุญาตของเรือลำนี้ได้รับการต่อใบอนุญาตเรียบร้อยถูกต้อง ส่วนจะดำเนินการเอาผิดกับผู้ประกอบการหรือไม่ทางกรมเจ้าท่าจะเป็นผู้ตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการเปิดเผยความคืบหน้ากับสื่อมวลชน นายประยูร ได้พูดคุยสอบถามกับญาติของผู้สูญหายที่มาเฝ้ารอการค้นหาญาติของตนเอง กระทั่งต่อมาเวลา 10.10 น. ภายหลังจากการออกค้นหา เจ้าหน้าที่รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบผู้เสียชีวิต 3 ราย บริเวณใกล้เคียงกับสะพานกู๊ดวิว หรือสะพาน 356 ช่วงวัดไก่เตี้ย ต.บ้านรุน อ.พระนครศรีอยุธยา แต่จากการตรวจสอบผ่านไปประมาณ 30 นาที เจ้าหน้าที่ยังไม่พบร่างของผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด จึงยุติการค้นหาในจุดดังกล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า ชุดสอบสวนของ สภ.พระนครศรีอยุธยา ประสานงานไปยัง นายวิวัฒน์ ชิดเชิดวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาอยุธยา เพื่อตรวจสอบใบอนุญาตขับเรือ ของนายวิรัตน์ ชัยศิริกุล นายท้ายเรือ หรือคนขับเรือ โดยเบื้องต้นได้รับรายงานว่า นายวิรัตน์ ผู้ขับเรือได้รับใบประกาศนียบัตรนายท้ายเรือกลลำน้ำชั้น 1 เลขที่ 21-53-023 ข. เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2553 และหมดอายุใบประกาศวันที่ 4 พ.ย.2558 ซึ่งนายวิรัตน์ ไม่มีสิทธิที่ขับเรือ หลังจากใบประกาศนียบัตรนายท้ายเรือกลลำน้ำชั้น 1 หมดอายุ ถ้าหากจะขับเรือต้องมาสอบ รวมถึงใช้ใบรับรองแพทย์ เพื่อรับรองเรื่องสุขภาพ ขณะเดียวกันชุดสอบสวนอยู่ระหว่างประสานงานตรวตสอบว่า เรือลำที่เกิดเหตุหมดอายุหรือไม่



