
มองสัปดาห์นี้หุ้นไซด์เวย์ลุ้นผลเฟด
บล.เคทีบีมองสัปดาห์นี้หุ้นไซด์เวย์ ตลาดจับตาดูผลประชุมเฟดและบีโอจี แนะรอซื้อหากหุ้นพักตัว หุ้นกลุ่มกลาง-เล็กมีโอกาสทำกำไรมากกว่าหุ้นใหญ่
ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ (1-23 กันยายน 2559) นักลงทุนน่าจะชะลอการลงทุนเพื่อดูผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และสหรัฐฯ (FOMC) ทิศทางตลาดจะเคลื่อนไหวในลักษณะออกด้านข้าง (sideway) แต่ด้วยโมเมนตัมหรือแรงซื้อที่ยังมีต่อจะทำให้ดัชนีฯสูงขึ้นได้ และช่วงสุดท้ายคือหลังทราบผลการประชุม BOJ และ FOMC แล้วนั้น ตลาดสองวันสุดท้ายของสัปดาห์นี้ อาจเป็นได้ทั้งบวกและลบ แต่ บล.เคทีบีฯ ประเมินว่าจะไปในทางบวกมากกว่าหากถ้า FOMC ไม่ขึ้นดอกเบี้ย
ทั้งนี้ตัวแปรสำคัญๆของตลาดหุ้นทั่วโลกจะคล้ายๆกัน คือชะลอการลงทุนเพื่อรอดูผลการประชุมของ 2 ธนาคารกลางในวันที่ 20-21 กันยายน แต่แรงขายหุ้นในตลาดต่างๆจะน้อยลง เพราะโอกาสที่สหรัฐฯจะปรับขึ้นดอกเบี้ยมีน้อยลง อีกทั้ง BOJ อาจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างใดอย่างหนึ่งออกมาและปรับเพิ่ม QE จากเดิม 80 ล้านล้านเยนต่อปี ซึ่งผลการประชุมของธนาคารกลางทั้งสองแห่งแม้เราประเมินว่าน่าจะไปในทางบวกมากกว่า แต่คณะกรรมการของทั้งสองธนาคารอาจไม่ทำตามกระแสคาดการณ์ของนักลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ ก็ได้
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบการประชุมกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันทั้ง OPEC กับประเทศผู้ผลิตอื่นๆ ที่กำหนดอย่างไม่เป็นทางการ 27 กันยายน จะมีการให้ข่าวที่จะมีผลต่อราคาน้ำมันในแต่ละวัน ซึ่งจับตาดูว่าการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นในหลายประเทศของ OPEC จะมีผลให้การประชุมครั้งนี้อย่างไร อย่างก็ตามแม้จะมีการประชุมจริง แต่ผลอาจแค่พยุงราคาน้ำมันไว้ให้แกว่งในกรอบ 40-50 เหรียญดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ไม่ขึ้นไกลกว่านี้เพราะปริมาณน้ำมันที่มีอยู่ (Supply) ไม่ได้ลดลงจากระดับปัจจุบัน จึงไม่คาดหวังอะไรกับการประชุมครั้งนี้ ดังนั้นหุ้นกลุ่มนำมัน-ปิโตรเคมี จะแกว่งตัวตามข่าวในแต่ละวัน
“กลยุทธ์ลงทุนสัปดาห์นี้ ทิศทางตลาดอาจจะจับจังหวะเล่นยากกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา หากวันจันทร์หุ้นปิดบวกหรือลบเล็กน้อยแนะนำถือหุ้นต่อ การเข้าลงทุนอาจรอให้หุ้นขึ้นแล้วค่อยเล่นตามหรือรอจังหวะซื้อหากมีการพักตัว โดยมองว่าหุ้นใหญ่น่าจะเคลื่อนไหวน้อยกว่าหุ้นขนาดกลาง-เล็ก จึงควรเน้นลงทุนที่หุ้นกลุ่มหลังไว้ก่อนหรือหุ้นที่นักลงทุนไทยเล่นกันเอง” ดร.วินกล่าว



