
ตร.เตรียมแจ้ง 3 ข้อหา คนขับเรือมรณะ
จนท.พบแล้วศพเหยื่อเรือล่ม 15 ราย ตร.จ่อแจ้ง 3 ข้อหาคนขับเรือ ขณะที่คนขับเรืออ้าง แซงเรือบรรทุกทราย บังคับเรือไม่อยู่ก่อนชนตอม่
ความคืบเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวล่มกลางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดสนามไชย จ.พระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้มีผู้บาดจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งคนสูญหายจำนวนมาก เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 กันยายน ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงวัดสนามไชย จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เกิดเหตุเรือสมบัติมงคลชัยล่ม เจ้าหน้าที่ตำรวจรวจน้ำได้เข้าเคลียร์พื้นที่ กันประชาชนที่ไปเฝ้าดูเหตุการณ์ เพื่อเตรียมพร้อมจัดชุดนักประดาน้ำชุดแรกเข้าไปตรวจสอบหาผู้สูญหายภายในลำเรือ
ก่อนหน้านั้นเวลา 08.30 น.วันเดียวกัน รายงานข่าวแจ้งว่า พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา จะแจ้งข้อหากับ นายวิรัตน์ ชัยศิริกุล นายท้ายเรือ หรือคนขับเรือสมบัติมงคลชัย ที่เกิดอุบัติเหตุเรือล่มจมลงแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดสนามไชย จ.พระนครศรีอยุธยา ตามประมวลกฎหมายอาญา 3 ข้อกล่าวหา ได้แก่ มาตรา 291 กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 300 กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ และ มาตรา 390 กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
เมื่อเวลา 07.30 น. วันนี้(19ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดสนามไชย จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ช่วงวันนี้ชุดประดาน้ำของมูลนิธิร่วมกตัญญูระดมกำลังกว่า 20 นาย ลงเรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ ตระเวนไปห่างจากตัวจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร จากนั้นดำน้ำลงค้นหาผู้สูญหายจากเหตุสลดดังกล่าวนานกว่า 1 ชั่วโมง แต่ไร้วี่แวว มีเพียงเศษกิ่งไม้ โดยมีญาติพี่น้อง ผู้สูญหาย ตลอดจนชาวบ้านต่างพาลุ้นระทึก และส่งแรงใจให้เจ้าหน้าที่ค้นหาบุคคลที่ญาติแจ้งหาย ซึ่งระหว่างค้นหาในแม่น้ำเจ้าพระยามีกระแสน้ำเชี่ยว น้ำมีสีขุ่นเข้มและเย็นจัด ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการค้นหามาก จนต้องยกเลิกภาระกิจในเวลาต่อมา
ทั้งนี้มีรายงานยืนยันจากทาง รพ.พระนครศรีอยุธยา ว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 06.30 น. มีผู้เสียชีวิตจากเหตุเรือล่มดังกล่าวเพิ่มเติมอีก 1 ราย ขณะรักษาตัวที่โรงพยาบาล คือ นางสุวิมล บุญรักษ์ 52 ปี ทำให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ รวม 15 ราย ขณะที่ยอดผู้สูญหายตอนนี้มี 16 ราย และยังคงรักษาตัวที่ รพ.พระนครศรีอยุธยาอีก 45 ราย
ต่อมาเวลา 08.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.สุรพงศ์ ธรรมพิทักษ์ ผผก.สภ.เมืองพระศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากการสอบสวน นายวิรัตน์ ชัยศิริกุล นายท้ายเรือหรือคนขับเรือลำที่เกิดเหตุ ได้ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับเรือมาตามปกติ กระทั่งถึงบริเวณเกิดเหตุได้ขับเรือแซงขวาเรือบรรทุกทราย พร้อมอ้างว่าบริเวณด้านหน้าเรือได้กระทบกับของแข็งใต้น้ำ ทำให้น้ำทะลักเข้ามาภายในเรือ จนเป็นเหตุทำให้เรือพลิกคว่ำ ทั้งนี้จากการตรวจสอบนายวิรัตน์อยู่ในอาการปกติไม่มีอาการมึนเมาแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักเชื่ออยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งเวลา 09.00 น. พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา(ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) จะเดินทางประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีดังกล่าว และไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เนื่องจากเมื่อวันที่18 กันยายน หลังจากเกิดเหตุกระแสน้ำมีความเชี่ยวจึงยังไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างละเอียด
ทั้งนี้จากการตรวจสอบเอกสารเรื่องการประกันภัยพบว่า ในวงประกันจะรับผิดชอบผู้โดยสาร 50 คน แต่ผู้โดยสารที่โดยสารมากับเรือลำนี้มีมากกว่า 100 กว่าคน จากการสอบสวนนายวิรัตน์ให้การอีกด้วยว่า ภายในเรือมีเสื้อชูชีพ 200 ตัว ส่วนใหญ่ผู้โดยสารจะไม่สวมเสื้อชูชีพ หลังเกิดเหตุผู้โดยสารบางส่วนก็ไปหยิบเสื้อมาใส่ บางส่วนก็ใส่ไม่ทัน สำหรับนายวิรัตน์ขับเรือมานานกว่า 30 ปี โดยจะมาขับเรือที่จ.พระนครศรีอยุธยาปีละครั้ง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา นายวิรัตน์ ในข้อหา ทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและผู้อื่นได้รับบาดเจ็บแก่กาย
โดยนายวิรัตน์ ชัยศิริกุล อายุ 66 ปี คนขับเรือ อยู่บ้านเลขที่ 1/1 ม.7 ต.บางไทร อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ถูกคุมตัวที่ห้องสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา โดยนายวิรัตน์ อ้างว่า พยายามขับเรือ เพื่อแซงเรือบรรทุกทรายที่มีพ่วงทรายสี่พ่วง อีกทั้งบริเวณจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้ง ทำให้แซงไม่ทันแล้วเจอคลื่นน้ำจากเรือบรรทุกทราย ทำให้บังคับเรือไม่อยู่ทำให้เรือชนตอม่อ
อย่างไรก็ตามจะต้องสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์และที่อยู่ในที่เกิดเหตุอีกครั้งก่อนสรุปสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุเรือล่มครั้งนี้ว่าเกิดจากสาเหตุใด สำหรับเบื้องต้นนายวิรัตน์ อาจถูกแจ้งข้อหา กระทำโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย กระทำโดยประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และขับเรือบรรทุกน้ำหนักเกิน
เมื่อเวลา 00.10 น.วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัย มูลนิธิป่อเต๊กตึ๊งได้มีการประชุมให้การช่วยเหลือและค้นหาผู้สูญหายในเหตุการณ์เรือล่ม โดยมีการแบ่งกำลัง30 นายแบ่งออกเป็น 3 ชุดชุดละ 10 นาย เพื่อทำการปูพรมค้นหาไปตามแนวน้ำ โดยค้นหาในระยะ 100 เมตรให้ละเอียดทุกจุด เนื่องจากก่อนหน้านี้พบศพ 1 รายได้ลอยห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตรซึ่ง่ตอนนี้พบว่ามีอุปสรรคคือเรื่องกระแสน้ำที่ค่อนข้างไหลแรง จึงต้องจัดเจ้าหน้าที่บางส่วนคอยป้องกัน เป็นทีมที่คอยสังเกตุการณ์ความปลอดภัย
สำหรับบรรยากาศที่รพ.พระนครศรีอยุธยานั้น พบว่าบรรดาญาติพี่น้องชาวมุสลิมได้ทยอยเดินทางมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีครบทั้ง 14 รายแล้ว สำหรับผู้บาดเจ็บทั้งหมดรักษาตัวอยู่ที่ชั้น4 ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยรพ.ได้วางกำลังเจ้าหน้าที่เวรยาม คอยให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และรอรับผู้บาดเจ็บ
ขณะที่จากการสอบถามผู้รอดชีวิต ระบุว่า ขณะที่นั่งอยู่เรือลำที่เกิดเหตุนั้นพบว่าเรือขับค่อนข้างเร็วประกอบกับน้ำไหลเชี่ยวเป็นอย่างมาก โดยลำที่เกิดเหตุเป็นลำแรก ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะอยู่ที่ชั้นสองของเรือและทางออกของเรือมีเพียงทางเดียว ขณะเกิดเหตุก่อนที่เรือจะล่มใช้เวลาไม่มากนัก ประมาณ 5 นาที ทำให้ไม่สามารถเข้าช่วยเหลือผู้ที่ติดภายในเรือได้
เมื่อเวลา 22.00 น.วานนี้ (18กย.)นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทยเดินทางไปดูสถานที่เกิดเหตุเรือล่ม หน้าวัดสนามไชย ม.7 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายประยูร รัตนเสนีย์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา นายเรวัต ประสงค์ รองผวจ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.พระนครศรีอยุธยา เดินทางมาร่วมซึ่งจากการตรวจสอบสภาพเรือพบว่ามีรอยแตกข้างกาบเรือด้านขวาและจากการตรวจสอบพบว่าเรื่อลำนี้อนุญาตถึงมิถุนา ยน60 สภาพเรือทั่วไปมีสภาพเก่า ไม่มั่นคน
นายกฤษฎา เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทโอชา นายกรัฐมนตรีได้มอบให้ตนเดินทางมาตรวจสอบเรือที่เกิดเหตุ และแสดงความเสียใจมายังครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยหลังจากนี้จะเข้มงวดเรื่องของสภาพของเรือท่องเที่ยวทุกลำ ให้มีสภาพสมบูรณ์และมีการเตรียมพร้อมในเรื่องของความปลอดภัยภายในเรือ โดยเฉพาะเรื่องของอู่ต่อเรือที่มีการซ่อมบำรุงเรือ ที่ต้องเข้มงวดเรื่องสภาพเรือมากขึ้น
จากนั้นปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางต่อไปยังรพ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเยี่ยมผู้ป่วยและรับฟังบรรยายสรุปเหตุการณ์และความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ โดยมี พ.ญ.ดวงพร ศวราชันย์ รองผอ.รพ.ให้คำแนะนำ ซึ่งล่าสุดทาง โรงพยาบาลยืนยันมีผู้เสียชีวิต รวมทั้งหมดแล้ว 15 ราย โดยเสียชีวิตที่รพ.พระนครศรีอยุธยา 8 รายและที่เกิดเหตุอีก 7 ราย



