
ข้าวหอมไทยไปจีน
โดย - พีรเดช ทองอำไพ
ข้าวหอมของไทยจัดได้ว่าเป็นข้าวคุณภาพสูง เป็นที่ต้องการของหลายประเทศ และที่สำคัญคือตลาดข้าวหอมไม่ใช่ตลาดทั่วไป แต่เป็นตลาดเฉพาะหรือที่เรียกว่า Niche market มีงานวิจัยหลายเรื่องที่ดำเนินการโดยเครืือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ เกี่ยวกับการพัฒนาข้าวสำหรับตลาดเฉพาะเช่นนี้ โดยเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การวิจัยที่กำหนดไว้ และได้มีข้อมูลความรู้ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย จนสามารถนำมาสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ได้ และมีการจัดพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ ส่งออกข้าวไทยไป Niche Market
จัดพิมพ์โดยเครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติและสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร เนื้อหาในหนังสือดังกล่าวน่าสนใจมาก และมีข้อมูลต่างๆ อยู่มากมาย ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกและผู้ที่อยากรู้ความเคลื่อนไหวและความเป็นไปในวงการค้าข้าวเป็นอย่างมาก
เนื้อหาในส่วนแรกคือเป็นการนำเสนอศักยภาพการส่งออกข้าวหอมมะลิของไทยกับประเทศคู่แข่งสำคัญ รวมทั้งกลยุทธ์การตลาดข้าวหอมมะลิไทยในตลาดจีนยุคใหม่ ซึี่งเน้นข้าวหอมมะลิแท้ของไทย โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริโภคในสังคมเมืองที่มีกำลังซื้อสูง ในวันนี้จึงอยากนำเนื้อหาบางส่วนมาเล่าต่อให้เห็นภาพว่า ข้าวไทยมีศักยภาพขนาดไหนในตลาดโลก
ประเทศที่นำเข้าข้าวหอมมะลิใหญ่สุดของเราคือสหรัฐอเมริกา ส่วนฮ่องกงอยู่อันดับ 3 ตามมาด้วยจีนในอันดับสี่ ซึ่งเฉพาะตลาดจีนนี้น่าสนใจเพราะว่าน่าจะมีโอกาสขยายได้อีกมาก เฉพาะในปี 2557 มีการส่งออกไปจีนถึงแสนกว่าตัน อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าผลของการใช้นโยบายรับจำนำข้าวทุกเม็ดของรัฐบาลไทย ทำให้ราคาข้าวหอมมะลิสูงเกินความเป็นจริงมาก ผลก็คือลูกค้าประจำเหล่านี้ หันไปซื้อข้าวหอมชนิดอื่นๆ จากประเทศเพื่อนบ้านเราเช่นเมียนมาร์ และกัมพูชาแทน ประเทศฮ่องกงก็ลดการนำเข้าข้าวหอมมะลิไทย แล้วหันไปซื้อข้าวหอมจากเวียดนามแทน ตอนนี้ทางผู้ส่งออกก็ต้องออกแรงมากขึ้นในการพยายามผลักดันการส่งออกข้าวหอมของไทย เพื่อแย่งชิงตลาดกลับคืนมา
ความจริงแล้ว ตลาดจีนเพิ่งจะรู้จักข้าวหอมมะลิไทยเมื่อไม่นานมานี้เอง โดยเริ่มจากการที่ภาคเอกชนส่งออกข้าวหอมมะลิไปฮ่องกงตั้งแต่ปี 2510 แล้วมีการเพิ่มปริมาณการส่งออกมากขึ้นเป็นลำดับ จนกระทั่งจีนมีนโยบายเปิดประเทศ จึงได้มีการทดลองนำข้าวหอมมะลิไทยส่งไปให้ผู้บริหารระดับสูงของจีน ซึ่งปรากฎว่าได้รับความนิยมชมชอบเป็นอย่างมาก และตั้งแต่นั้นมา ตลาดข้าวหอมไทยก็ขยายตัวในจีนเป็นอย่างมากและต่อเนื่อง เรียกได้ว่าข้าวหอมมะลิของเราเป็นข้าวที่มีคุณภาพสูงพิเศษและมีชื่อเสียงมากที่สุดระดับโลก
ผลจากความมีชื่อเสียงนี้ก็ตามมาด้วยการปลอมปน การเลียนแบบ และรูปแบบอื่นอีกสารพัด ที่ทำให้ชื่อเสียงของข้าวหอมมะลิไทยเรามัวหมอง อย่างเช่นในช่วงปี 2542-46 ที่มีการส่งออกข้าวหอมมะลิไปจีนเป็นจำนวนมากโดยมีการกำหนดให้ข้าวหอมมะลิเป็นสินค้ามาตรฐานสมัครใจ และแบ่งเป็น 3 เกรด คือมีส่วนผสมข้าวหอมมะลิไม่น้อยกว่าร้อยละ 90, 80, และ 70 แต่ว่าพอส่งออกจริงมีการผสมข้าวขาวธรรมดาเป็นจำนวนมากจนทำให้สัดส่วนข้าวหอมมะลิไม่ถึงร้อยละ 70
ผลก็คือ เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของข้าวหอมมะลิไทยอย่างรุนแรง จนกระทั่งในระยะต่อมาได้มีการแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ก็ยังเกิดการปลอมปนในรูปแบบใหม่ คือตอนส่งออกไป ก็เป็นไปตามมาตรฐาน แต่่ว่ามีการนำข้าวขาวธรรมดาไปผสมเพิ่มเติมนอกประเทศไทย ถึงขนาดมีการตั้งโรงงานบรรจุถุงข้าวหอมมะลิปลอมในประเทศจีนเป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะมีการนำข้าวที่ใกล้เคียงกันและแยกออกจากกันได้ยากคือข้าวปทุมธานี 1 ซึ่งเมื่อหุงแล้วจะแฉะกว่าข้าวหอมมะลิ และกลิ่นหอมน้อยกว่าและหอมไม่ทนเท่าข้าวหอมมะลิ อย่างนี้เป็นต้น รายละเอียดเรื่องโอกาสข้าวไทยในจีนยังมีอีกมาก
ไว้คราวหน้าจะมาเล่าให้ฟังต่อไปครับ!



