ข่าว

ชิ้นส่วนปีกเอ็มเอช 370 หนุนทฤษฎีดิ่งเร็วสูงลงทะเล

ชิ้นส่วนปีกเอ็มเอช 370 หนุนทฤษฎีดิ่งเร็วสูงลงทะเล

18 ก.ย. 2559

ผลวิเคราะห์ชิ้นส่วนปีกจากนอกฝั่งแทนซาเนีย สนับสนุนข้อสันนิษฐาน เอ็มเอช 370 ดิ่งมหาสมุทรด้วยความเร็วสูง ไร้การควบคุม 


          ความคืบหน้าหลังคณะกรรมการความปลอดภัยการคมนาคมออสเตรเลีย (เอทีเอสบี ) ในฐานะหัวหน้าทีมสอบสวนเที่ยวบินเอ็มเอช 370 สายการบินมาเลเซียแอร์ไลนส์หายปริศนา ยืนยันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า "แฟลป" ( flap) ชิ้นส่วนปีกที่พบนอกเกาะเปมบาวาส  ชายฝั่งแทนซาเนีย มาจากเครื่องบินโบอิ้ง 777 เที่ยวบินเอ็มเอช 370

       จนถึงขณะนี้ เอทีเอสบี ยังคงตรวจสอบหาหลักฐานเพื่อชี้ชัดสถานะการทำงานของแฟลปขณะหลุดออกจากปีก เพราะข้อมูลส่วนนี้อาจช่วยเพิ่มการทำความเข้าใจวาระสุดท้ายของเที่ยวบินปริศนานี้ได้  

        ล่าสุด สำนักข่าวออสเตรเลียน แอทโซซิเอทเท็ด เพรสส์ รายงานอ้างการเปิดเผยของปีเตอร์ โฟลีย์ หัวหน้าทีมค้นหาเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ของเอทีเอสบีว่า ผลวิเคราะห์ในเบื้องต้นพบว่า การที่ชิ้นส่วนปีกที่ทำหน้าที่เพิ่มแรงยกให้กับปีกกรณีความเร็วลดลง ไม่ได้เปิดใช้งานขณะกระแทกผิวน้ำแต่เก็บอยู่ภายในปีก ตัดความเป็นไปได้ที่ว่า เป็นการดิ่งลงมหาสมุทรแบบมีการควบคุม  แต่น่าจะดิ่งลงด้วยความเร็วสูงและแตกเป็นเสี่ยงเพราะแรงกระแทก 
        สอดคล้องกับที่นายเกรด ฮูด หัวหน้าคณะกรรมการเอทีเอสบี ที่เปิดเผยกับดิ ออสเตรเลียน ก่อนหน้านี้ว่า เครื่องบินดิ่งลงน้ำที่ความเร็วสูง  2 หมื่นฟุตต่อนาที โดยได้ข้อสรุปนี้ได้จากข้อมูลสัญญาณการติดต่ออัตโนมัติจากเครื่องบิน 
       ชะตากรรมของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 พร้อมลูกเรือและผู้โดยสาร 239 คนนับจากขาดการติดต่อเมื่อ 8 มีนาคม 2557 ระหว่างบินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์มุ่งหน้าปักกิ่ง ยังไม่มีข้อสรุปจนถึงปัจจุบัน ขณะการค้นหาในน่านน้ำห่างไกลของมหาสมุทรอินเดียใกล้ปิดฉากลงในอนาคตอันใกล้ หากไม่พบเบาะแส"น่าเชื่อถือ"ที่สามารถชี้พิกัดซากเครื่องบินได้