ข่าว

ครูปาแก้วโชว์แมนงดแจงหวั่นศิษย์เสียหาย

ครูปาแก้วโชว์แมนงดแจงหวั่นศิษย์เสียหาย

18 ก.ย. 2559

ครูพละปาแก้วขอสงบปาสงบคำ ไม่ขอชี้แจงใด เหตุกลัวลูกศิษย์เสียหาย ชี้ยังรักและห่วงในฐานะครูกับลูกศิษย์เสมอ ด้านหมอเพจดังยอมรับผิด เหตุโพสต์บอกเด็กป่วยครูไม่ผิด

 

ความคืบหน้าเหตุการณ์ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ได้รับบาดเจ็บใบหน้าเบี้ยวผิดรูปจนเสียโฉมอาการสาหัสเนื่องจากถูกนายพี (นามสมมุติ) อายุ 58 ปี ครูพลศึกษา โรงเรียนโชคชัยสามัคคี อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ก่อเหตุปาแก้วกาแฟไปโดนหน้า ซึ่งหลังเกิดเหตุทางพ่อแม่ผู้เสียหายได้เรียกร้องให้โรงเรียนและครูพละรับผิดชอบ เนื่องจากต้องเสียเงินค่ารักษากว่า 3 แสนบาท แต่เรื่องดังกล่าวลุกลามกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก

เมื่อวันที่ 18 กันยายน มีรายงานว่า ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์กับนายพีเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพราะหลังเกิดเหตุนายพีถูกสั่งตั้งคณะกรรมการสอบ โดยผลสอบสวนออกมาว่าเป็นการผิดวินัยแต่ไม่ถึงขั้นร้ายแรง ทั้งนี้นายพีกล่าวสั้นๆ ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่อยากจะชี้แจงใดๆ เพราะเกรงจะมีผลกระทบต่อน.ส.เอ ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นลูกศิษย์ ดังนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นขอให้ปล่อยเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย

“ผมเป็นครู มีความรักและผูกพันกับลูกศิษย์ทุกคน รวมถึงตัวน้องเอด้วย ไม่คิดจะทำร้ายลูกศิษย์อย่างแน่นอน พร้อมทั้งยังมีความรัก และเป็นห่วงในฐานะครูกับลูกศิษย์เหมือนเดิม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เวลาจะช่วยคลี่คลายให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี ตอนนี้ขอมุ่งมั่นพาเด็กนักเรียนไปเข้าร่วมแข่งขันกีฬานักเรียนในช่วงปลายเดือนกันยายนก่อน ส่วนเรื่องต่างๆ คงไม่ขอพูดอะไรมากกว่านี้” นายพี กล่าว

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรณีนายแพทย์คนหนึ่งได้โพสต์วิพากษ์วิจารณ์อาการของน้องเอทำนองว่า ไม่น่าจะเกี่ยวกับการถูกครูทำร้าย แต่น่าจะเกิดจากโรค bell’s palsy (หรือโรคอัมพาตเบลล์ หรือโรคใบหน้าเบี้ยว หรือโรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก) จนเกิดดราม่าขึ้นในสังคมออนไลน์ อย่างไรก็ตามล่าสุดหมอคนดังกล่าวได้โพสต์ขอโทษในหน้าเพจของตัวเองแล้ว โดยระบุว่า เคสน้องเอพลาดเยอะจริงๆ ได้ข้อมูลมาเพิ่มหลายอย่าง สรุปว่าเป็นการเข้าใจผิดหลายๆ อย่าง และก็เข้าใจผิดด้วยจริงๆ หลังใส่อารมณ์ ความต้องการส่วนตัวเข้าไปเยอะจนมีอคติจริงๆ ต้องขอโทษทุกคนด้วย

"ส่วนอาการของน้องเกิดจากครูขว้างไหม ตามประวัติหมอทุกท่านเชื่อว่าเป็นแบบนั้น แต่ตรวจร่างกายไม่พบการช้ำบวมจริงๆ แต่ช่วงแรกน้องเป็นมากจนมีแพลนจะผ่าตัดจริงครับ น้องเลยต้องการค่าผ่าตัดจำนวนมาก ก็คงต้องไปสู้ในชั้นศาลต่อนะครับว่าศาลจะสรุปว่าเกิดจากครูหรือไม่ครับ รอบหน้าจะระวังมากกว่านี้ครับ” หมอคนดังโพสต์ขอโทษ