ข่าว

จ่อเพิ่มสำรองแอลพีจีป้องกันขาดแคลน

จ่อเพิ่มสำรองแอลพีจีป้องกันขาดแคลน

14 ส.ค. 2552

กรมธุรกิจพลังงานเสนอแก้กฎหมายให้ผู้ค้าสำรองแอลพีจีเพิ่มเป็น 1% ป้องกันปัญหาขาดแคลน เร่งหาทางสกัดลักลอบนำแอลพีจีขายประเทศเพื่อนบ้าน เล็งออกกฎหมายคุมห้ามส่งออก

 นายองอาจ พร้อมจรรยากุล รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า กรมได้เสนอแก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับปริมาณการสำรองก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) เป็น 1% ของปริมาณการขาย จากเดิมกฎหมายกำหนดให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 ต้องสำรองแอลพีจีไว้ 0.5% ของปริมาณการขาย เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานและป้องกันแอลพีจีในประเทศขาดแคลน อย่างไรก็ตาม จะเสนอแนวทางดังกล่าวต่อ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน พิจารณาก่อนประกาศกฎกระทรวงใหม่และบังคับใช้

 "สาเหตุที่ต้องสำรองแอลพีจีเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยผลิตแอลพีจีได้ส่วนหนึ่ง แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ จึงต้องนำเข้าจากต่างประเทศประมาณ 4-6 หมื่นตันต่อเดือน ดังนั้นหากยังกำหนดให้ผู้ค้ามาตรา 7 สำรองแอลพีจีเพียง 0.5% ของปริมาณการขาย อาจจะเสี่ยงเกินไปหากเกิดอุบัติเหตุไม่สามารถนำเข้าหรือผลิตแอลพีจีได้ตามปกติ ดังนั้นจึงเห็นว่าการสำรองแอลพีจีเพิ่มเป็น 1% น่าจะเหมาะสมกับปริมาณการใช้ปัจจุบันมากกว่า" นายองอาจ กล่าว

 นอกจากนี้ ยังเตรียมโครงการติดตามเร่งรัดป้องกันปัญหาลักลอบนำแอลพีจีไปจำหน่ายยังต่างประเทศ โดยในเร็วๆ นี้จะมีหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการลักลอบนำแอลพีจีจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งกระทรวงพลังงานร่วมกับทางด่านชายแดน 8 แห่ง อาทิ ด่านชายแดน จ.สระแก้ว อุดรธานี หนองคาย และอุบลราชธานี หากพบว่าสถานการณ์รุนแรงมากขึ้นจะออกมาตรการที่เข้มข้นขึ้น อาทิ การออกกฎหมายห้ามมีการส่งออกแอลพีจีไปยังต่างประเทศอย่างเด็ดขาด จากปัจจุบันที่สามารถส่งออกได้แต่ต้องมีใบอนุญาตจากกรมธุรกิจพลังงานก่อน

 อย่างไรก็ตาม มาตรการที่เข้มงวดขึ้นนั้นจะเป็นเช่นไรต้องหารือภายในก่อน และหากได้รับอนุมัติให้ใช้มาตรการเด็ดขาด ก็จะต้องเห็นชอบร่วมกับทุกฝ่าย เช่น ด่านศุลกากร เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับสาเหตุที่ปัจจุบันยังพบการกระทำความผิดลักลอบนำแอลพีจีไปจำหน่ายยังประเทศเพื่อนบ้านเนื่องจากราคาต่างกัน 1 เท่าตัว