
เชิดชูเกียรติสตรีต้นแบบ
ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เดินหน้าสานต่องานประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติให้แก่สตรีต้นแบบ จากหลากหลายสาขาอาชีพ
การทำความดีคือการเสียสละ ไม่ว่าจะอยู่ในสายอาชีพไหนก็สามารถทำประโยชน์ให้แก่สาธารณะได้ และเพื่อส่งเสริมการทำความดี ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จึงเดินหน้าสานต่องานประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติให้แก่สตรีต้นแบบ จากหลากหลายสาขาอาชีพเพื่อสนับสนุนและผลักดันให้เป็นตัวอย่างของการทำความดี ทั้งยังเป็นการส่งต่อความดีจากรุ่นสู่รุ่นภายใต้รางวัล “โรบินสัน เดอะ โมส วันเดอร์ฟูล เลดี้ อวอร์ด” ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 พร้อมทั้งจัดพิธีมอบรางวัลไปเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เชียงใหม่
หนึ่งในตัวแทนสตรีที่ได้รับรางวัลด้านการส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรม แม่บัวไหล คณะปัญญา วัย 88 ปี ผู้เชี่ยวชาญงานหัตถกรรมการทำโคมแขวนล้านนา จาก จ.เชียงใหม่ ที่ยืนหยัดสานต่องานหัตถกรรมโคมแขวนล้านนาไม่ให้เลือนหายไปตามกาลเวลา กล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า พร้อมที่จะทำหน้าที่ “ครูใหญ่” ถ่ายทอดมรดกอันล้ำค่าให้ชนรุ่นหลัง โดยใช้ความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 70 ปี สร้างสรรค์และพัฒนางานหัตถกรรมดั้งเดิมให้เข้ากับยุคสมัย ไม่เคยมีวันไหนที่จะหยุดคิดและประดิษฐ์ลวดลายใหม่ๆ และจะสู้เพื่อให้ศิลปะแขนงนี้อยู่จนชีวิตจะหมดลง
มาที่รางวัลด้านการอุทิศตนเพื่อสังคม ได้แก่ ทพญ.อรอนงค์ พูลสวัสดิ์ จาก จ.เชียงราย ที่ทุกหยาดเหงื่อ ทุกความทุ่มเท ตลอดชีวิตการทำงานของเธอ หวังเพียงเพื่อได้เห็นรอยยิ้มแห่งความสุขและสุขภาพที่ดีของคนในชุมชนอย่างแท้จริง กล่าวว่า นอกจากการทำหน้าที่รักษาคนไข้ในโรงพยาบาลแล้ว ตั้งใจใช้เวลาส่วนหนึ่งมาช่วยแบ่งเบาภาระทางสังคม เพื่อความสุขของคนในชุมชนผ่านโครงการต่างๆ ทั้งจัดตั้งโครงการปลอดเหล้าร่วมกับผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน โดยรณรงค์งดการดื่มเหล้าในทุกงานตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 จนปัจจุบันสามารถลดจำนวนผู้ป่วยติดเหล้าได้ถึงร้อยละ 90 นอกจากนี้ยังเป็นแกนนำส่งเสริมให้ความรู้และจัดอบรมในโครงการท้องไม่พร้อม และปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่ พร้อมทั้งยังได้มีโอกาสเป็นแพทย์อาสาในโครงการแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อร่วมสนองพระราชปณิธานในสมเด็จย่า ออกตระเวนรักษาคนไข้ใน อ.พาน และพื้นที่ห่างไกลในชนบทด้วย
ขณะที่ผู้ได้รับรางวัลด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ซึ่งได้แก่ แม่ลาวัลย์ นิมิตกิตติคุณ แม่พระแห่งเมืองเชียงราย ที่ชีวิตของแม่เคยสูญเสียทุกอย่าง สิ้นหวัง แต่กลับตั้งใจอยากมีชีวิตอยู่ต่อ เพื่อร่วมตอบแทนพระคุณของแผ่นดินเกิด เผยว่า ชีวิตของแม่ตั้งใจที่จะอุทิศชีวิตและหัวใจช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส และเด็กกำพร้าที่ครอบครัวแตกแยก รวมถึงเด็กไร้สัญชาติให้มีที่พึ่งพิง กว่า 46 คน ด้วยการก่อตั้งมูลนิธินิมิตใหม่เพื่อชีวิต เพื่ออยากให้เด็กๆ มีการศึกษา และมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นภายใต้ความหวังเล็กๆ ที่อยากให้เด็กๆ เติบโตเป็นคนดีที่เห็นคุณค่าของชีวิตและรู้จักพัฒนาตัวเองเพื่อเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองต่อไป



