
ค้นร้านรับซื้อของเก่าย่านหัวหมากขยายผลต่อคดีอาวุธปืน
กองปราบค้นร้านรับซื้อของเก่า ย่านหัวหมาก เพื่อขยายผลต่อคดีอาวุธปืน หลังสืบทราบว่าสั่งซื้ออาวุธปืนส่งพัสดุไปรษณีย์มายังร้านรับซื้อของเก่า
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ก.ย.59 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามอีกชุดจำนวน 10 นาย ได้นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลอาญาเลขที่ 370/2559 ลงวันที่ 18 กันยายน 2559 เข้าตรวจสอบร้านกร ค้าของเก่า เลขที่ 201 ถ.กรุงเทพกรีฑา ซ.7 แยก 5 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. หลังสืบทราบว่านายสุรชาติ พ่วงศิริ ได้สั่งอาวุธปืนส่งพัสดุไปรษณีย์มายังร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งเป็นการตรวจค้นขยายผลต่อในคดีอาวุธปืน
จากการตรวจสอบพบอาวุธปืนยี่ห้อบาเรตต้า 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 10 นัด ซองบรรจุเครื่องกระสุน 2 อัน มีนายธนิกร ดีแซง อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ เลขที่ 201 ซ.กรุงเทพกรีฑา 7 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. รับเป็นเจ้าของ ซึ่งพบว่าเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้อง แต่ผิดมือ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึด ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือของ นายธนิกร ไว้ตรวจสอบ เนื่องจากมีข้อความการพูดคุยผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์เกี่ยวกับพัสดุที่ส่งมายังร้านรับซื้อของเก่า โดยภายในกล่องพัสดุมีอาวุธปืนบรรจุอยู่ และได้ทำการตรวจหาสารเสพติดแรงงานและใบอนุญาติแรงงานต่างด้าวก็พบว่ามีใบอนุญาตถูกต้อง ไม่พบว่ามีสารเสพติดแต่อย่างใด
ด้านนายธนิกร เปิดเผยว่า ตนเปิดร้านรับซื้อของเก่ามาประมาณ 10 ปี โดยจะจ่ายค่าเช่าเดือนละ 55,000 บาท อาวุธปืนที่เจ้าหน้าที่พบเป็นของตนที่ซื้อต่อจากเจ้าของปืนคนเก่าผ่านการติดต่อจากคนรู้จักอีกต่อหนึ่งซื้อมาในราคาประมาณ 40,000 บาท แต่ยังไม่ได้ขออนุญาตครอบครอง ส่วนนายสุรชาติหรือบัง ได้มารับพัสดุที่สั่งไว้ประมาณ 4-5 ครั้ง ตั้งแต่ช่วงเดือนก.ค.-ปัจจุบัน แต่ตนไม่ทราบว่าข้างในกล่องมีอะไร เคยสอบถามกับนายบังว่าในกล่องมีอะไรและเคยให้นายบังเปิดให้ดูก็เห็นว่าข้างในมีแท่งเหล็กธรรมดา ตนเพียงเซ็นรับพัสดุไว้ให้ เมื่อพัสดุมาถึงนายบังก็จะมารับเอาพัสดุไป ซึ่งก่อนที่จะมีพัสดุมาส่งนายบังก็จะโทรมาบอกก่อนว่าจะมีของมาส่งให้ช่วยรับไว้ให้ด้วย หลังจากที่นายบังโทรมาบอกภายใน 1-2 วันพัสดุก็จะมาถึง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ เพื่อทำการตรวจสอบหาหลักฐานเชื่อมโยงการกระทำความผิดในคดีอาวุธปืนต่อไป



