
ธุรกิจ 100 ล้าน...ขุมทรัพย์ขนส่ง
เป็นเรื่องที่รับรู้และพูดถึงกันมานานว่า มีคนหัวหมอกลุ่มหนึ่งปักหลักโกยเงินจากขนส่ง ด้วยการรับทำใบขับขี่ ต่อทะเบียน หรือตรวจสภาพรถ ด้วยการอำนวยความสะดวกแลกกับเงินเล็กๆ น้อยๆ แต่เมื่อรวมเข้าทั้งระบบจะพบว่าเป็นเม็ดเงินก้อนโต เรียกว่าเป็นขุมทรัพย์ขนาดย่อมๆ ท
ถึงแม้ว่ากรมการขนส่งทางบกจะออกมาประกาศเตือนประชาชนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ถึงเรื่องมิจฉาชีพที่หลอกลวงประชาชนอยู่รอบๆ ขนส่ง โดยอ้างว่าสามารถทำธุรกรรมข้างต้น โดยคนผู้นั้นไม่จำเป็นต้องผ่านตามขั้นตอนปกติ แค่จ่ายเงินและทำตามวิธีที่ได้รับการแนะนำเพียงเท่านี้ก็จะได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว
จากการสุ่มตรวจสอบไปตามโรงเรียนสอนขับรถยนต์ย่านพระโขนงและอ่อนนุช ด้วยการแจ้งความจำนงว่าต้องการใบขับขี่อย่างเร่งด่วน เพื่อนำไปสมัครงานโดยมีข้อแม้ว่าจะไม่เดินทางไปสอบด้วยตัวเอง เนื่องจากไม่มีเวลาและขับรถยนต์ไม่เป็น ได้รับคำตอบว่าปัจจุบันใครที่ต้องการใบขับขี่จะต้องเดินทางไปที่ขนส่งด้วยตนเอง เพราะจะต้องถ่ายรูปติดบัตรด้วยกล้องดิจิทัลระบบใหม่ ถ้าไม่ไปจะทำใบขับขี่ไม่ได้เลย
อย่างไรก็ตาม โรงเรียนสอนขับรถย้ำว่าไม่ต้องห่วงเรื่องใบขับขี่ แม้ว่าจะขับรถไม่เป็นเลยก็มีวิธีทำได้ พร้อมกับให้การการันตีว่าจะได้ใบขับขี่อย่างแน่นอน โดยมีข้อแม้ 2 ข้อ คือ ผู้สอบจะต้องมาเรียนขับรถที่โรงเรียนอย่างน้อย 2 วันในอัตราค่าเรียน 2,700 บาท กับเงินพิเศษค่าการันตีใบขับขี่อีก 2,000 บาท โดยในวันสอนขับรถจะเป็นผู้พานักเรียนไปสอบด้วยตนเอง และจะขอเรียกเก็บเงินพิเศษในวันนั้นๆ
อย่างไรก็ตาม โรงเรียนสอนขับรถหลีกเลี่ยงที่จะเปิดเผยถึงรายละเอียดการได้มาของใบขับขี่ แม้ว่าผู้สอบจะขับรถไม่เป็นเลยก็ตาม แต่จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในกรมการขนส่งทางบกคนหนึ่ง ซึ่งมีอายุงานเกือบ 30 ปียืนยันว่าสามารถทำได้จริงตามคำโฆษณาชวนเชื่อของโรงเรียนสอนขับรถ โดยใช้คำว่าปัจจุบันนี้ยังมี "ธุรกิจลับๆ" ลักษณะนี้เกิดขึ้นรอบๆ ขนส่ง
แน่นอนว่าธุรกิจลับๆ ที่ว่านี้จะเดินหน้าไปไม่ได้เลยหากปราศจากเจ้าหน้าที่ข้างในรู้เห็นเป็นใจด้วย โดยสัดส่วนที่โรงเรียนสอนขับรถหรือนายหน้ารอบขนส่งจ่ายให้เจ้าหน้าที่ตกราวๆ 1,000 บาทต่อรายการ !?!
เธออธิบายถึงการทำใบขับขี่ว่า เจ้าหน้าที่จะคัดแยกกลุ่มผู้สอบเอาไว้ 2 กลุ่ม อาจจะใช้สัญลักษณ์ให้เป็นที่รู้กันว่ากลุ่มไหนเป็นผู้สอบทั่วไปและกลุ่มไหนที่เป็นลูกค้าพิเศษ การสอบข้อเขียนและภาคปฏิบัติก็ให้ทำตามขั้นตอนทั่วไป ผลการสอบทั้งสองภาคจะออกมาเป็นอย่างไรไม่สำคัญ ผู้ที่จ่ายเงินไปแล้วสามารถรอรับใบขับขี่ได้เลยที่โรงเรียนสอนขับรถ หรือบางแห่งอาจจะนัดมารับในวันถัดไป เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาหรือถูกจับผิดว่ามีการช่วยเหลือรับเงินในกรณีที่ออกใบขับขี่ให้ในวันทำการเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังมีช่องทางเกี่ยวกับการตรวจสภาพรถและต่อทะเบียน ซึ่งลักษณะก็ไม่แตกต่างกันมากนัก โดยนายหน้าที่ปักหลักอยู่รอบๆ ขนส่ง บางคนทำมาหากินด้วยวิธีนี้มานานนับสิบปี จนคุ้นหน้าคุ้นตาเจ้าหน้าที่ ส่วนใหญ่จะคอยให้บริการกับรถที่มีปัญหาเรื่องตรวจสภาพ รวมถึงลูกค้ากลุ่มที่ต้องการความสะดวกสบาย ราคาลูกค้าปกติอยู่ที่ 200-500 บาท ส่วนลูกค้าที่มีปัญหาด้านต่างๆ เช่น รถโอนไม่ได้ มีปัญหาติดขัดเรื่องเอกสาร ฯลฯ ราคาจะสูงกว่าปกติราวๆ 2,000 บาทขึ้นไป
"พวกนายหน้าจะเริ่มต้นด้วยการรับออเดอร์จากลูกค้าว่าต้องการให้ทำอะไร จากนั้นก็เข้าไปหาเจ้าหน้าที่คนหนึ่งคนใดที่รับทำเรื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นคนหน้าเดิมๆ รู้จักมักคุ้นกันอยู่ ให้ช่วยประสานงานแก้ปัญหา เช่น เวลาตรวจสภาพก็เอาสกอตเทปฝนเลขเครื่องมาเท่านั้น ไม่ต้องนำรถเข้ามาให้ผู้ตรวจเซ็นผ่าน แล้วนำใบตรวจไปชำระเงินตามปกติ เจ้าหน้าที่กับนายหน้าจะแบ่งเงินกัน 50-50" เธออธิบาย
เมื่อลองคิดคร่าวๆ หากวันหนึ่งๆ มีรถเข้ามาตรวจสภาพและทำใบขับขี่อย่างน้อย 1,000 รายต่อวันที่ต้องการได้รับความสะดวก ด้วยการใช้บริการของโรงเรียนสอนขับรถและนายหน้ารอบขนส่ง ยอมเสียเงินรายละ 1,000 บาท วันหนึ่งจะมีเงินหมุนเวียน 1 ล้านบาท และ 1 เดือนมี 22 วันทำการจะมีเงินหมุนเวียนในธุรกิจลับๆ นี้มากถึง 22 ล้านบาท ปีละ 264 ล้านบาทเป็นอย่างต่ำ !?!
"สมสุข ประภาสเพ็ญ" ผู้อำนวยการส่วนทะเบียนรถยนต์ กรมการขนส่งทางบก ยืนยันว่า ขั้นตอนการสอบใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกในปัจจุบันเป็นเรื่องที่โปร่งใสทุกขั้นตอนและสามารถตรวจสอบได้ ตั้งแต่การสอบข้อเขียนที่ติดตั้งระบบทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E_exam) วัดผลด้วยคอมพิวเตอร์ ข้อสอบ 30 ข้อจะถูกประมวลผลอัตโนมัติ ซึ่งมีเพียงไม่กี่ประเทศที่ใช้ เพื่อลบข้อครหาผู้คุมสอบกลั่นแกล้งหรือต้องการเรียกรับเงินทองในระบบทดสอบแบบแมนนวลในอดีต
"ผู้สอบจะรู้ทันทีว่าสอบข้อนี้ไม่ได้เพราะอะไร ระบบจะประมวลผลออกมาทันที มันมีความโปร่งใสมาก ส่วนการสอบภาคปฏิบัติจะมีคนยืนอยู่ในเหตุการณ์กว่า 50 คน ใครสอบตกแล้วได้ใบขับขี่ก็เป็นเรื่องแปลก ส่วนเรื่องการตรวจสภาพรถหรือต่อภาษี ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกมีช่องทางชำระเงินมากมาย ทั้งเคาน์เตอร์เซอร์วิสและผ่านอินเทอร์เน็ต"
พร้อมกันนี้ ผู้อำนวยการส่วนทะเบียนรถได้ฝากเตือนประชาชนที่ได้รับการติดต่อจากนายหน้าต่างๆ ไม่ว่าจะอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หรือใครก็ตามให้เชื่อไว้เลยว่า กลุ่มคนเหล่านั้นคือมิจฉาชีพ หากหลงเชื่ออาจเสียทั้งเงินและเวลา ขอให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ทำพฤติกรรมลักษณะนั้น
ขณะที่ "ชัยรัตน์ สงวนซื่อ" อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ออกมาเปิดเผยว่า หลังจากกรมการขนส่งจัดหน่วยเคลื่อนที่ออกให้บริการรับชำระภาษีรถและทำใบอนุญาตขับขี่ตามแหล่งชุมชน-พื้นที่ห่างไกล ปรากฏว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพไปตั้งโต๊ะหรือเคาะประตูบ้านหลอกลวงประชาชนว่า เป็นเจ้าหน้าที่ขนส่งรับชำระ-ภาษีหรือทำใบขับขี่ แล้วออกเอกสารปลอมให้ ที่ผ่านมามีผู้ถูกหลอกเสียเงินและเอกสารสำคัญแล้วหลายราย
"ขณะนี้มีกลุ่มคนภายนอกแอบแฝงเข้ามาเร่ขายประกันภาคบังคับตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 แก่ประชาชนภายในกรมการขนส่งทางบก ที่ผ่านมาผู้ที่ซื้อประกัน พ.ร.บ.จากผู้ที่มาเดินเร่ขายหรือจากร้านจำหน่าย พ.ร.บ.นอกขนส่ง หลายรายประสบปัญหาเรื่องความคุ้มครองตามกรมธรรม์เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และซื้อ พ.ร.บ.จากร้านจำหน่ายที่ได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง สำหรับในปีที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบก สามารถจับกุมมิจฉาชีพและดำเนินคดีแล้ว 22 ราย บันทึกประวัติเฝ้าระวังอีก 289 ราย"
หากอยากรู้ว่าขบวนการเหล่านี้ยังมีอยู่หรือหมดไปแล้ว ต้องลองไปขนส่ง !?!



