
ผู้เสียหายให้ปากคำเพิ่ม ตร.จ่อเรียกแท็กซี่แอพฯดังแจ้งข้อหา
ผู้โดยสารถูกแท็กซี่จากแอพฯดังทำร้ายเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม ตร.ทราบตัวโชเฟอร์แล้ว เตรียมเรียกแจ้ง 2 ข้อหาหนัก ทำร้ายร่างกาย-ใช้รถผิดประเภท
จากกรณีมีผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Ballshi shisha” ได้โพสต์ภาพชายถูกทำร้ายร่างกายมีร่องรอยถูกขีดข่วนบริเวณลำคอและใบหน้า รวมไปถึงภาพรถยนต์สีขาวของคู่กรณี พร้อมข้อความสรุปเหตุการณ์ว่า ได้เดินทางกลับมาการต่างประเทศและได้ใช้บริการรถแท็กซี่จากแอพพลิเคชั่น ชื่อว่า “uber x” จากสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อกลับบ้านย่านพุทธมณฑลสาย 4 เมื่อขับมาถึงบริเวณพระรามเก้า ซึ่งมีฝนตกและรถติดมากทำให้แท็กซี่คันดังกล่าวเกิดอาการหงุดหงิด ก่อนยกกระเป๋าลงมาจากรถและเกิดกระทบกระทั่งกันขึ้น และหลังจากนั้นผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สน.หัวหมาก
ล่าสุด เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 16 กันยายน นายอัทรเมศร์ พรพิชยานุรักษ์ อายุ 35 ปี ภูมิลำเนา เขตบางแค กทม. ผู้เสียหายได้เข้าพบ พ.ต.ท.นพพร ศรีสุขชาติ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.หัวหมาก และ ร.ต.อ.หญิง ศิริภรณ์ ไทยนิยม รอง สว.(สอบสวน) สน.หัวหมาก เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม
นายอัทรเมศร์ กล่าวว่า เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ตนกลับจากประเทศจีนโดยลงเครื่องบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และได้เรียกใช้บริการรถแท็กซี่จากแอพพลิเคชั่น “uber x” โดยระบุว่าจะไปพุทธมณฑลสาย 4 แอพพลิเคชั่นจึงประมวลค่าบริการคิดเป็นเงิน 300 บาท แต่เมื่อรถแท็กซี่เดินทางมาถึงตรงทางลงมอเตอร์เวย์มีฝนตกและรถก็ติดมาก คนขับแท็กซี่ก็มีอาการหงุดหงิดและบ่นตลอดทาง บอกว่าไม่คุ้ม ตนจึงบอกว่าจะคิดเงินเพิ่มก็ได้ เนื่องจากขณะนั้นฝนตกและรถติดมาก คนขับแท็กซี่จึงบอกว่าให้ลงตรงพระราม 9 เพราะมีประชุมที่อโศก แล้วบอกว่าจะกลับไปส่งตนที่สุวรรณภูมิเหมือนเดิม แต่ทางแท็กซี่ไม่สามารถกดยกเลิกลูกค้าและคืนเงินที่รูดจากบัตรเครดิตได้ เนื่องจากจะถูกทางแอพฯลงบันทึกและเสียค่าปรับ 500 บาท จึงไม่อยากเสียประวัติ
“ต่อมาคนขับบอกอีกว่าพุทธมณฑลสาย 4 อยู่นอกเขตบริการ ผมจึงถามว่าเขตที่ให้บริการนั้นไปถึงจุดไหนบ้าง คนขับจึงบอกว่าพุทธมณฑลสาย 3 ผมจึงบอกว่าให้ไปส่งที่พุทธมณฑลสาย 3 หรือปิ่นเกล้าก็ได้ แต่คนขับกลับพูดกลับมาว่า คุณอย่ามาหัวหมอ จากนั้นผมจึงตัดสินใจถ่ายคลิปเพื่อร้องเรียน แต่คนขับแท็กซี่ก็เริ่มรู้ตัวและพูดเบาลง จนขับเข้าไปในปั๊มเชลล์ ย่านพระราม 9 แล้วบอกว่าจะไม่ไปส่ง พร้อมกับกดยกเลิกลูกค้า แต่ไม่สามรถกดยกเลิกได้ จึงบอกกับผมด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า ไปส่งให้ก็ได้ และขับรถออกจากปั๊มอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อออกไปได้แค่ 500 เมตร คนขับรถแท็กซี่ได้จอดรถก่อนเดินลงไปหยิบกระเป๋าของผมที่ท้ายรถโยนทิ้ง ผมจึงลงมาแล้วพยายามยกกระเป๋าขึ้นรถตามเดิม แต่คนขับแท็กซี่ไม่ยอม จึงมีการประทะกันเล็กน้อย ก่อนที่คนขับแท็กซี่จะขับรถออกไปพร้อมถุงสัมภาระและของฝากบางส่วนที่อยู่ด้านเบาะหลังคนขับ โดยที่ผมได้เรียกแท็กซี่อีกคันกลับบ้านเมื่อไปถึงที่บ้าน ทางญาติพี่น้องมาเห็นจึงบอกให้ผมเข้าแจ้งความกับตำรวจ” นายอัทรเมศร์ กล่าว
ผู้เสียหายรายนี้ กล่าวอีกว่า การเรียกใช้งานแท็กซี่ในแอพพลิเคชั่นดังกล่าว มีขั้นตอนคือให้ระบุเส้นทางลงแอพฯ จากนั้นแอพฯจะทำการปักหมุดเส้นทาง และคำนวณค่าบริการ ซึ่งสามารถจ่ายได้ทั้งบัตรเครดิตและเงินสด ตนรู้ว่าแท็กซี่จากแอพฯดังกล่าว ยังไม่ถูกกฎหมายในประเทศไทย แต่ที่เลือกใช้บริการเนื่องจากสามารถชำระค่าบริการในรูปแบบบัตรเครดิตได้ และรถมีลักษะเหมือนรถส่วนบุคคลทั่วไป มีหลายยี่ห้อแล้วแต่จะเลือก และมีความสะอาดมากกว่ารถแท็กซี่ปกติ ซึ่งได้ใช้บริการมานานแล้ว แต่ไม่เคยเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวเลย
ด้าน พ.ต.ท.นพพร. เปิดเผยว่า ในทางคดีได้ให้ผู้เสียหายไปตรวจร่างกาย เพื่อน้ำผลมาประกอบสำนวนคดีแล้ว ส่วนด้านผู้กระทำความผิด จากการสอบสวนทราบว่ารถที่ใช้ขณะเกิดเหตุ เป็นรถส่วนบุคคล ยี่ห้อซูซูกิ รุ่น Ciaz RS 1.25L สีขาว ทะเบียน 5 กญ 765 กรุงเทพมหานคร โดยมี นายจักรวุธ ทองคง อายุ 40 ปี ภูมิลำเนา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เป็นผู้ถือครอง และเป็นคนเดียวกับผู้ที่ก่อเหตุ แต่ยังไม่ได้เรียกตัวมาสอบถาม เนื่องจากต้องรอสอบปากคำผู้เสียหายก่อน
นอกจากนี้การการตรวจสอบพบว่ารถแท็กซี่ที่ให้บริการภายในแอพฯดังกล่าวยังไม่ถูกกฎหมาย เพราะยังไม่มีใบอนุญาติจากกรมขนส่งทางบก และรถที่นำมาให้บริการก็ไม่ใช่รถที่ขึ้นทะเบียนเป็นรถให้บริการสาธารณะ จึงยังใช้ป้ายทะเบียนดำเหมือนรถส่วนบุคคลทั่วไป โดยถ้าเป็นรถที่ได้รับใบอนุญาตให้บริการสาธารณะป้ายทะเบียนจะเป็นสีเหลืองเหมือนรถแท็กซี่ทั่วไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะแจ้งขอหาทำร้ายร่างกายและใช้รถผิดประเภท ก่อนเรียกตัวคนขับรถคันดังกล่าวมาสอบปากคำและดำเนินคดีต่อไป



