
อำเภอสุญญากาศ
แนวทางในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในเวลานี้ ได้สร้างความมึนงงสับสนและตึงเครียดในแวดวงของชาวบ้านทั่วไปมากขึ้นทุกวัน ราชการบอกว่าทุกอย่างดีขึ้น เราเดินมาถูกทางแล้ว เพราะทหารมีเครื่องมือเครื่องไม้ที่ทันสมัย
ตรวจสอบวัตถุอันตรายได้ทั้งในระยะใกล้และรัศมีรอบนอกที่ไกลออกไป มีการสร้างและจัดตั้งกลุ่มมวลชนในรูปแบบของกระบวนการประชาธิปไตยที่ถือได้ว่าประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริงคือเป็นคนคิด ตัดสิน กำหนดแนวทางเพื่อวางอนาคตของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพคือสภาสันติสุขตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอและจังหวัด เป็นการนำเสนอและปฏิบัติในแนวทางเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนาตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงจากนโยบายของรัฐบาลอย่างแท้จริง
โดยหมู่บ้านเป้าหมายได้มีการเลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ดไก่ การฝึกอาชีพทำขนมนมเนย ยาสระผม น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน เพื่อลดค่าใช้จ่ายของครอบครัว ตลอดจนการไปดูงานเพื่อเปิดกระบวนทัศน์ให้กว้างขวางในที่ต่างๆ ทุกหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับประชาชนถูกเชิญให้เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง นี่คือคำกล่าวที่สร้างความภูมิอกภูมิใจของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่
เป็นการตอกย้ำว่าในทุกพื้นที่ที่ว่านี้คือความหมายของคำว่าการเมืองนำการทหารที่เป็นอยู่ โดยพี่น้องทหารในรัศมีที่รับผิดชอบเป็นผู้นำกระบวนการเข้าไปในพื้นที่เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทุกหมู่บ้านมีการจัดตั้งและ (คง) ได้มีการกรอง คัดและผ่านการตรวจสอบบุคคลให้มีส่วนช่วยราชการในการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานได้อย่างมีความมั่นใจว่า “ทุกพื้นที่ที่ผ่านกระบวนการนี้ (เชื่อได้ว่า) มีความปลอดภัย” ในการเข้าไปทำงานได้แล้ว
ดังนั้น หน่วยงานราชการอื่นถ้ายังปล่อยเกียร์ว่างไม่ลงพื้นที่จนทำให้การพัฒนาไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง นั่นหมายถึงความผิดพลาดของหน่วยงานปกติที่มีอยู่ที่ไม่ยอมปฏิบัติงานเท่านั้น เลยหาเหตุหาผลอ้างความไม่ปลอดภัยเป็นหลัก (จริงหรือเปล่า ?)
ย้อนดูความคิดเห็นของบุคลากรในหน่วยราชการบางหน่วยโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับประชาชนเช่นฝ่ายปกครอง ตำรวจ ฝ่ายพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ฯ เกษตร ประมง ฯลฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ต้องรับผิดชอบในระดับอำเภอ จังหวัด ยกเว้นกลุ่มครูและเจ้าหน้าที่อนามัยที่ต้องทำงานในทุกพื้นที่อยู่แล้ว เขาเหล่านั้นส่วนใหญ่จะยุ่งและวุ่นวายกับการทำงานสารบัญ งานบันทึกและป้อนข้อมูล งานวิ่งรับส่งเจ้านายผู้หลักผู้ใหญ่แทบจะทุกกระทรวงทบวงกรมทั้งปกครอง(มหาดไทย) ตำรวจ ยุติธรรม การศึกษา วัฒนธรรม เกษตร ฯลฯ ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันดูขวักไขว่เป็นพิเศษ (ไม่เชื่อลองไปนั่งดูเขามาต้อนรับ-ไปส่งที่สนามบินหาดใหญ่ว่าเป็นอย่างไร ?) ไม่ต้องนับรวมพี่น้องทหารหาญที่มาจากภูมิภาคอื่นนับหมึ่นคนที่ต้องสับเปลี่ยนหมุนเวียนเวรพักผ่อน ทั้งเปลี่ยนกองกำลัง
เหล่าบรรดาข้ารัฐการทั้งหลายต่างวิ่งขึ้นวิ่งลงจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่นเป็นพลวัตด้วยความขยันขันแข็ง หลายหน่วยงานมีความคิดความอ่านดีๆ จากเบื้องบน (Top) มานำเสนอให้พื้นที่ (Down) หวังจะคลายปมแก้ปัญหา แต่หลายคนเข้าใจว่าปัญหาต่างๆ มันสะสมกันมาอย่างยาวนาน จำเป็นต้องใช้เวลามากทีเดียวในการหาทางออก (จึงมีความสุขที่จะให้อยู่เช่นนี้?)
แต่หลายคนในหลายหน่วยงานกลับใช้วิกฤติเป็นโอกาส ในการไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองเหมือนกับกลไกรัฐอื่นๆ มีการพูดอย่างหนาหูในหลายหน่วยงานว่า เจ้าหน้าที่บางคนมีชื่อแต่เจ้าตัวอยู่ที่อื่นหรือไม่เคยเห็นพื้นที่ปฏิบัติงาน (นอกจากนายจะลงจึงจำเป็นต้องเดินตามหลัง) แต่เวลารับเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงเบี้ยพิเศษจะได้รับเต็มเม็ดเต็มหน่วยเหมือนกับเพื่อนๆ ที่กำลังเดินหน้าดำหน้าแดงในพื้นที่ที่ต้องเสี่ยงภัยต่อชีวิตและความตายจริงๆ
บ้างมีข่าวเล็ดลอดมาบ่อยๆ ว่าบางอำเภอในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีแต่รักษาการมานานแล้ว เพราะนายอำเภอตัวจริงที่รับปากว่าจะลงพื้นที่ กลับมีเหตุผลว่าต้องทำงานสำคัญให้แก่นายที่กระทรวง บ้างก็ลายาวจนเลยพรรษาก็มี ถ้าเป็นเช่นนี้จริง ฯพณฯ ถาวร เสนเนียม ต้องตรวจสอบให้ทีว่า นายอำเภอแบบนี้มีจริงหรือเปล่า เพราะกลไกการปกครองคือหัวใจสำคัญในการสร้างและแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าระดับอำเภอเป็นสุญญากาศเครือข่ายระดับหมู่บ้านจะเป็นเช่นไร จะให้คนในพื้นที่เขานึกภาพอย่างไร ?
อัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง
โครงการพัฒนาประชาธิปไตยในชุมชนมุสลิม
[email protected]



