ข่าว

การเมืองเรื่องฟิลิปปินส์

การเมืองเรื่องฟิลิปปินส์

14 ส.ค. 2552

ปีหน้าจะเป็นปีที่ นางกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย หรือที่คนฟิลิปปินส์ เรียกกันว่า GMA ครบวาระในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี หลังจากที่อยู่ในอำนาจมาเป็นเวลาร่วมสิบปี โดยเข้ารับตำแหน่งแทนนายโจเซฟ เอสตราด้า ซึ่งต้องเผชิญกับพลังประชาชนจนต้องหลุดจากเก้าอี้กลางคัน

เมื่อถามคนฟิลิปปินส์ว่าใครมีสิทธิ์จะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป ส่วนหนึ่งก็จะตอบว่าประเทศนี้ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเป็นประธานาธิบดี โดยเสียค่าสมัครแค่คนละ 5,000 เปโซ และใครๆ ก็อยากเป็นประธานาธิบดี เพราะนอกจากจะมีอำนาจมากแล้วยังมีช่องทางที่มั่งคั่งร่ำรวยได้ง่ายดาย แต่อีกส่วนก็จะตอบอย่างน่าคิดว่า คนที่เขาต้องการให้เป็นประธานาธิบดีคงไม่มีทางที่จะได้รับเลือกตั้ง เพราะไม่สามารถฝ่าด่านการเมืองเข้ามาได้

 เท่าที่ผ่านมา ผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีส่วนใหญ่ของฟิลิปปินส์จะมีที่มาจาก 2 ทางด้วยกัน ทางแรกคือเป็นอดีต ส.ส. แล้วไต่เต้าขึ้นมาเป็นสมาชิกวุฒิสภา จากนั้นจึงลงสมัครเป็นประธานาธิบดี เช่นอดีตประธานาธิบดีมาร์กอส และนายโจเซฟ เอสตราด้า กับอีกทางหนึ่งมาจากผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีอยู่ก่อนแล้ว เช่น นายพลฟิเดล รามอส และนางอาร์โรโย ซึ่งผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีก็จะต้องลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งรองประธานาธิบดีโดยตรงเช่นกัน และตามรัฐธรรมนูญของฟิลิปปินส์ รองประธานาธิบดีจะไม่มีอำนาจหน้าที่อะไร เว้นแต่เมื่อประธานาธิบดีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงจะมีโอกาสทำหน้าที่แทน ดังเช่นเมื่อนายโจเซฟ เอสตราด้า ถูกปลดจากตำแหน่ง นางอาร์โรโยก็ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแทน ร่วม 4 ปี

 แม้ว่า จริงๆ แล้ว มีหลายคนซึ่งเป็นที่คาดหมายว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปีหน้า ทั้งสมาชิกวุฒิสภา รัฐมนตรี รองประธานาธิบดี รวมทั้งอดีตประธานาธิบดีเอสตราด้า แต่อาจเป็นการเร็วไปที่จะรีบเปิดตัวในตอนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนหน้านี้ที่นางอาร์โรโยแพลมไพ่ว่าอยากจะอยู่ในตำแหน่งต่อไป ด้วยการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่บริหาร และยกตำแหน่งประธานาธิบดีให้เป็นเรื่องพิธีการ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญได้สำเร็จนางอาโรโยก็อาจจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของฟิลิปปินส์ แต่หลังการเสียชีวิตของนางคอราซอน อาคีโน และตระหนักถึงพลังประชาชนที่ชื่นชมต่อนางอาคีโนที่นำประชาธิปไตยกลับมาสู่ประเทศ นางอาร์โรโยก็เปลี่ยนท่าทีด้วยการประกาศว่าจะลงจากอำนาจในปีหน้าแน่นอน

 อย่างไรก็ตามเมื่อผมขอคำตอบแบบ “ฟันธง” ก็ได้รับคำตอบเกือบเป็นเสียงเดียวกันว่าคนฟิลิปปินส์นิยมเลือกคนดังที่เห็นหน้าเห็นตาตามสื่อต่างๆ มากกว่าจะคำนึงถึงความรู้ความสามารถ ดังเช่นกรณีของอดีตพระเอกหนังบู๊ขวัญใจประชาชนอย่างนายโจเซฟ เอสตราด้า หรือ นายโนลี เด กัสโตร รองประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ซึ่งมาจากผู้ประกาศข่าวทางสถานีโทรทัศน์ และมีกระแสเสียงว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในปีหน้าด้วย

 นอกเหนือจากเรื่องความดังแล้ว ก็คงจะเป็นเรื่องวิชามารและกลโกงต่างๆ ที่เราท่านรู้ๆ กันอยู่นั่นแหละครับ