
สนุกวัฒนธรรมผ่านแอพย้อนยุค
คัลเจอร์ เอ็กซ์พลอเรอร์ (Culture Explorer) สื่อกลางเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่กับมรดกทางวัฒนธรรมไทย
รสชาติของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ อีกทั้งวัฒนธรรมในอดีตจะเข้มข้นยิ่งขึ้นเมื่อเรามีเครื่องมือพาย้อนเวลาเล่าเรื่องราวต่างๆ ล่าสุด บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น “คัลเจอร์ เอ็กซ์พลอเรอร์ (Culture Explorer)” สื่อกลางเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่กับมรดกทางวัฒนธรรมไทย ได้พัฒนาต่อยอดแอพเวอร์ชั่นเดิมให้น่าสนใจขึ้นภายใต้แนวคิด “ย้อนรอยหลงรักบางกอกอีกครั้ง ย้อนความหลังเจ้าพระยา” หวังพาคนรุ่นใหม่ท่องอดีตกรุงเทพฯ ผ่านสายน้ำเจ้าพระยา จุดประกายความรักแผ่นดินและภูมิใจในวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า โดยจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ร้านอาหาร เดอะ ซัมเมอร์ เฮ้าส์ โปรเจกท์ ย่านคลองสาน บ่ายวันก่อน
วาริท จรัณยานนท์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า ปีนี้ได้พัฒนาต่อยอด คัลเจอร์ เอ็กซ์พลอเรอร์ เวอร์ชั่น 2.0 ขึ้น มีการเพิ่มเติมเรื่องราวและอดีตความเป็นมาของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะ 8 ท่าน้ำแห่งความทรงจำ ได้แก่ ท่าสะพานพุทธ, ท่าเตียน, ท่าช้าง, ท่าพระจันทร์, ท่าพระอาทิตย์, ท่ารถไฟ, ท่าสี่พระยา และท่าราชวงศ์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีการนำโลกจริงผสมผสานเข้ากับโลกเสมือนอย่างกลมกลืนในรูปแบบมัลติมีเดีย เสริมด้วยภาพวิดีโอในอดีตที่หาดูในยาก และฟังก์ชัน “ถ่ายวิดีโอย้อนเวลา (Time Travel Video)” เสมือนผู้ใช้เข้าไปอยู่ในภาพเหตุการณ์ในอดีตในรูปแบบภาพเคลื่อนไหว พร้อมทั้งการแจ้งเตือนสถานที่ที่น่าค้นหาซึ่งเป็นการแจ้งเตือนเมื่อผู้ใช้อยู่ใกล้สถานที่ที่มีเรื่องราวน่าสนใจ มีคลังภาพสำหรับดูวิดีโอและภาพถ่ายของสถานที่ในอดีตกว่า 47 แห่ง รวมกว่า 500 ภาพ หรือจะเป็นการถ่ายภาพตกแต่งเอฟเฟกท์ สามารถแชร์ลงโลกโซเชียลได้ทันทีอีกด้วย
ภายในงานยังเชิญผู้รู้มาร่วมพูดคุยในแง่มุมประวัติศาสตร์แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา เริ่มจาก อ.อภิวัฒน์ อภิลักษณ์ ไกด์กิตติมศักดิ์ ที่เล่าว่าสายน้ำแห่งชีวิตนี้ีมีประวัติยาวนานกว่า 500 ปี แม้ลักษณะทางกายภาพจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยแต่มีรากฐานบางอย่าง มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อยู่ริมสองฝั่งมากมาย อย่างฝั่งท่าสี่พระยา มีปากคลองผดุงกรุงเกษม มีสถานทูตโปรตุเกสซึ่งเป็นสถานทูตแห่งแรกของไทยในสมัย ร.4 เดิมที่นี่เป็นที่พำนักของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เหงียนที่ลี้ภัยการล่าอาณานิคมก่อนจะกลับไปกอบกู้ชาติได้สำเร็จ หรืออย่างบริเวณท่าเตียนก็เป็นชุมชนและตลาดปลาเก่าอยู่ระหว่างวัดโพธิ์กับวัดอรุณฯ ซึ่งเป็นวัดสำคัญมากตั้งแต่เริ่มตั้งกรุง ผู้คนใช้เรือสัญจรไปมาหาสู่กัน จนกำเนิดกิจการเรือข้ามฟากมาถึงปัจจุบัน
ด้าน “แพรว” กวิตา วัฒนะชยังกูร ศิลปินสาวและทายาทเจ้าของธุรกิจเรือข้ามฟาก เผยมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อแม่น้ำเจ้าพระยาว่า ธุรกิจนี้เริ่มตั้งแต่รุ่นคุณแม่ของคุณทวดนับถึงวันนี้ก็ 5 รุ่นสืบทอดกันมา 100 กว่าปีแล้ว ส่วนตัวแม้ไม่ได้มีบ้านอยู่ริมน้ำแต่ก็มีโอกาสคลุกคลีกับเรือข้ามฟากพอสมควร รู้สึกว่าเป็นชีวิตที่สงบเรียบง่าย พอเรียกจบด้านศิลปะก็อยากเปิดแกลเลอรี่เลยใช้เรือข้ามฟากในการแสดงงาน ให้ผู้โดยสารได้เสพศิลป์ระหว่างเดินทาง อยากให้คนไทยได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทยทุกอย่างเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ ซึ่งนิทรรศการจะจัดไปจนถึง 30 กันยายนนี้



