
“เสรี” จ่อ ฟ้องหมิ่นฯ ชาวบ้าน หลังโดนร้องขู่ไล่ที่
“เสรี สุวรรณภานนท์” จ่อ ฟ้องหมิ่นฯ ชาวบ้าน ริมทางรถไฟบางระมาด หลังชาวบ้าน ร้องโดน “เสรี” ขู่ไล่ที่ ท้า ลงพื้นที่พิสูจน์
16 ก.ย.59 - นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปท.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายสุราช พันธุ์วงศ์ราช ชาวชุมชนริมทางรถไฟบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯเข้ายื่นขอความเป็นธรรมต่อ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรีผ่านศูนย์บริการประชาชนว่าโดนนายเสรีข่มขู่ไล่ที่ทำกิน ว่า ข้อเท็จริงคือพื้นที่ที่ชาวบ้านกลุ่มนี้ไปสร้างสิ่งปลูกสร้างนั้นอยู่บนที่ดินการรถไฟ จึงไม่มีเอกสารสิทธิ ซึ่งติดกับที่ดินของตนจำนวน 2 ไร่เศษ ชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวเข้าไปทำมาหากินบุกรุกที่ดินการรถไฟ และยังสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกเข้ามาในที่ดินขอบตนราว 1 เมตร
นายเสรี กล่าวต่อว่า มีนายตำรวจยศ พ.ต.อ.รายหนึ่ง มาอ้างตัวว่าเป็นเจ้าของที่บริเวณนั้น พร้อมปลูกเพิงและร้านค้าให้ชาวบ้านเช่าและไม่ใช่พื้นที่ชุมชนตามที่นายสุราช กล่าวอ้างว่ามีชาวบ้านอาศัยถึง 700-800 ครัวเรือน เพราะบริเวณดังกล่าวอยู่อีกฝั่งถนน
“ที่ดินผมอยู่ติดกับทางรถไฟ ซึ่งมีร้านค้าขวางอยู่ระหว่างที่ของผมกับถนน ตำรวจรายนี้เข้าไปบุกรุกไปสร้างบ้านสร้างเพิงอยู่ตรงนั้น แล้วผมก็ไปบอกเขาว่า คุณบุกรุกที่ผม เขาก็ไม่ยอมออก แล้วเขาก็เอาชาวบ้าน 2 คนที่ขายก๊วยเตี๋ยวกับขายกาแฟมาหาว่าผมไปไล่ที่ชาวบ้าน เพราะที่ที่ติดกับที่ของผมเป็นที่การรถไฟที่เขาบุกรุก กว้างประมาณ 2 เมตร ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย ผมไม่รู้ว่าเขามาบุกเบิกทำกินมาแล้วกี่สิบปี แต่ถนนเลียบทางรถไฟตรงนั้นเพิ่งตัดผ่านมา เอาง่ายๆ เขาจะโกหกเพราะฝั่งที่ชาวบ้านอยู่อาศัยเป็นอีกฝั่งถนน ไปดูที่ของจริงกันเลยดีกว่าว่าผมบุกรุกเขา หรือเขาบุกรุกผม” นายเสรี กล่าว
นายเสรี กล่าวว่า ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าตนนำเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ มาข่มขู่นายสุราชกับพวกว่า ถ้าไม่ย้ายออกจากพื้นที่ จะใช้ มาตรา 44 นั้นเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตน เนื่องจากมีโครงการขยายถนนตั้งแต่ศิริราชไปจนถึงสถานีรถไฟตลิ่งชันซึ่งครอบคลุมพื้นที่ที่มีการสร้างเพิงร้านค้าของชาวบ้านกลุ่มนี้ที่กล่าวหาตนอยู่แล้ว พอเจ้าหน้าที่ไปไล่เขา เขาก็มาไล่ตน ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการไล่ไปตามหน้าที่เพราะโครงการขยายถนนยังติดขัดในช่วงดังกล่าว ซึ่งตนกำลังจะฟ้องร้องนายสุราชกับพวกฐานหมิ่นประมาทตน พูดเรื่องไม่จริง
ที่มาบอกว่าตนไล่ที่เพื่อจะสร้างตลาดนัดตนไม่เคยคุยกับนายสุราชกับพวกเลย เคยคุยเฉพาะกับนายตำรวจรายที่ว่าเพียงคนเดียว
“ผมไม่เคยจะทำตลาดนัดบนที่ดินตรงนั้นเลย เขามาอ้างว่าลูกน้องผมบอก ผมก็ไปถามลูกน้อง ลูกน้องก็บอกว่าไม่เคยพูด แล้วมาคิดเองมโนเอง ผมไม่ได้ทำ ถ้าทำผมทำไปนานแล้ว ผมเลยไม่ได้รับความเป็นธรรม เขามารุกที่ผมพอให้ออก ก็มาหาเรื่องว่าเอาเจ้าหน้าที่มาไล่ทั้งที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว ผมไม่เกี่ยว คุณทำผิดกฎหมาย แต่ผมทำถูกกฎหมาย กลับไปร้องเรียนว่าผมกลั่นแกล้ง” นายเสรี กล่าว
เมื่อช่วงสายวันเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายสุราช พันธุ์วงศราช ชาวชุมชนริมทางรถไฟบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. เข้ายื่นขอความเป็นธรรมต่อ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน เนื่องจากถูกไล่ที่ทำมาหากินอย่างไม่เป็นธรรม
นายสุราช กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่บนที่ของการรถไฟ ลักษณะเป็นแนวยาว มีประชาชนอาศัยราว 700-800 ครอบครัว แต่ภายหลังนายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้มาซื้อที่ดินด้านหลังแนวชุมชนที่ตั้งเป็นที่อยู่อาศัยและร้านค้า จำนวน 2ไร่ 3 งาน จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้ง เจ้าหน้าที่การรถไฟ รวมถึงตำรวจและทหารที่มาในเครื่องแบบ เข้ากดดันหวังขับไล่ชาวบ้านให้ออกจากพื้นที่ มีเจ้าหน้าที่บางคนได้ตระโกนข่มขู่ชาวบ้านอีกด้วยว่า “ถ้าไม่ออกไป จะใช้ ม.44 ดำเนินการ” โดยเฉพาะกับ 4ร้านค้าที่อยู่ด้านหน้าที่ดินของนายเสรี
ทั้งนี้ หากการไล่รื้อดังกล่าวดำเนินการเช่นเดียวกันกับทุกครัวเรือนก็จะไม่ติดใจ แต่นี่เป็นการเจาะไล่รื้อเพียง 4 ร้านค้าเท่านั้น ซึ่งเชื่อว่าการที่นายเสรีกดดันให้ออกจากพื้นที่นั้น เพราะนายเสรีต้องทางที่ดินของนายเสรีให้ติดกับถนนใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะทำเป็นตลาดนัด ตนจึงมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เลยเข้ามายื่นหนังสือร้องเรียนตามกระบวนการ ตามที่ผู้ใหญ่ในสนช.แนะนำ



