
ว็อชด๊อกฯแจ้งจับพระใช้"สุนัข"ลากรถรับบิณฑบาตร
กลุ่มว็อชด๊อกไทยแลนด์ แจ้งจับพระหนูที หลังโผล่พาสุนัขลากรถรับบิณฑบาตรอีก ตำรวจให้ลงบันทึกห้ามดำเนินการอีก ก่อนยึดสุนัขให้ว็อชด๊อกไปดูแล
จากกรณีที่กลุ่มว็อชด๊อกไทยแลนด์ (Watchdog Thailand) ได้โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊คเมื่อวันที่ 16 กันยายน ว่า “หนูทีเจ้าเก่าคนเดิม เพิ่มเติมคือหมาตัวใหม่” จับแล้วจับอีก...จับ! ครั้งที่สาม หลังจากนายหนูทีหรือ รู้จักกันในนามพระจันที จากสำนักสงฆ์หินทราย หลวงตากับหมาสมหวัง ที่ตระเวนนำเอาสุนัขและสัตว์อื่นๆ ออกลากรถเพื่อรับบิณฑบาตรจากประชาชนและพบเจอในหลายจังหวัด ซึ่งล่าสุดพบตัวที่ตลาดเช้าเมืองพล อ.พล จ.ขอนแก่น
จากนั้นกลุ่มอาสากลุ่มว็อชด๊อกไทยแลนด์ ได้ประสาน พ.ต.ท.จันทโรภาส ไทยลา รอง ผกก.สอบสวน สภ.พล เพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าว กระทั่งเวลา 07.00 น.วันนี้(16ก.ย.) กลุ่มว็อชด๊อกไทยแลนด์และ่ตำรวจ สภ.พล ได้เข้าคุมตัวขณะเดินเรี่ยไรพร้อม“น้อย”หมาลากรถตัวใหม่ และเชิญตัวมาสอบปากคำที่สภ.พล โดยนำทั้งคนและสุนัขพร้อมรถลากขึ้นโรงพักเมืองพล และประสาน นายวรวิทย์ วราอัศวปติ ปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่น และนายสมคิด สมบัติมาก ปศุสัตว์อำเภอพล เข้าทำบันทึกการตรวจยึดสัตว์
โดยกลุ่มว็อชด๊อกไทยแลนด์ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพระหนูที หรือนายหนูที กรณี่ที่ทารุณกรรมสัตว์ พร้อมนำตัวนายหนูที และสุนัขที่นายหนูทีใช้ลากรถเพื่อรับบิณฑบาตรไปที่ สภ.พลด้วย แต่หลังจากที่พูดคุยและไกล่เกลี่ยกันแล้ว เจ้าหน้าที่กลุ่มว็อชด๊อกไทยแลนด์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจตกลงกันว่าจะไม่ดำเนินคดีกับนายหนูที แต่มีเพียงการลงบันทึกข้อตกลงอย่างเป็นทางการเอาไว้ว่านายหนูทีจะไม่กระทำการแบบนี้อีก โดยให้นายหนูทีลงชื่อในข้อตกลงเอาไว้ เป็นหลักฐาน
โดยเรื่องนี้ พ.ต.อ.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รักษาการ ผกก.สภ.พล จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า การดำเนินการเรื่องนี้ เบื้องต้นไม่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับนายหนูที แต่ได้มีการบันทึกข้อตกลงเพื่อเป็นการคาดโทษนายหนูทีเพื่อไม่ให้มาดำเนินการเช่นนี้อีก โดยเนื้อหาข้อตกลงระบุว่า จากนี้เป็นต้นไปจะไม่นำหมาแมวและสัตว์ทุกชนิดมาเป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์เพื่อตนอีกต่อไป พร้อม ปศุสัตว์อำเภอพล จัดทำบันทึกส่งมอบ “น้อย” หมาตัวสุดท้าย ที่ถูกนำมาใช้งานลากรถให้อยู่ในความดูแลของ WDT ต่อไป
“สำหรับนายหนูที ได้มีข้อบันทึกว่า จากนี้ก็ให้เลือกเอาหากจะเลือกเป็นพระก็ไปมีวัตรปฎิบัติอย่างพระสงฆ์หากจะเลือกเป็นฆราวาส ก็ไปทำมาหาเลี้ยงชีพ อันเป็นปกติของฆราวาสและไม่ว่าจะเป็นพระหรือฆราวาสก็ไม่มีสิทธิ์เอาสัตว์มาใช้งานเพื่อประโยชน์ของตนอีกต่อไป” พ.ต.อ.ออมสิน กล่าว



