
มวยยันโค้ชใหม่เจ๋งกว่า“ฟอนตาเนียล”
“บิ๊กบางจาก” พิชัย ชุณหวชิร ระบุ 2 เฮดโค้ชมวยสากลคนใหม่ ฝีมือดี และเจ๋งกว่า ฮวน ฟอนตาเนียล อดีตยอดโค้ชชาวคิวบา คาดไม่เกินสิ้นปีนี้จะได้ตัวมาร่วมงานด้วยกัน
นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากความพ่ายแพ้ของขุนพลนักชกทีมชาติไทยในศึกโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่เกิดขึ้น จนทำให้เราไม่มีเหรียญรางวัลติดมือกลับมาในรอบ 40 ปี ทั้งนี้ในส่วนของ หัวหน้าผู้ฝึกสอนนั้น สมาคมได้เร่งแก้ไขเป็นการด่วนแล้ว โดยเฉพาะการเจรจาที่จะเอายอดโค้ชจากประเทศคิวบา จำนวน 2 คน มาทำหน้าที่ให้กับทีมชาติไทยชุดใหญ่มีความคืบหน้าไปมาก
คาดว่าไม่เกินสิ้นปีนี้ น่าจะได้ตัวผู้ฝึกสอนคนใหม่ หลังได้ยื่นข้อเสนอ ทั้งเรื่องของเงินเดือน และสวัสดิการต่างๆ รวมไปถึงโบนัส หากสร้างความสำเร็จในรายการต่างๆ ให้อย่างเต็มที่ แม้หลายคนจะมีความเชื่อมั่นในฝีมือของ ฮวน ฟอนตาเนียล อดีตเฮดโค้ชทีมชาติไทยชาวคิวบา ที่เคยสร้างผลงานพานักชกไทยคว้าเหรียญทองกีฬาโอลิมปิกมาแล้ว ซึ่งเวลานี้ไปคุมทีมชาติเม็กซิโก และไม่ทราบว่า จะถูกต่อสัญญาออกไปอีกหรือไม่ แต่ทุกอย่างสมาคมต้องเดินไปข้างหน้า และรอต่อไปไม่ได้ เพราะจากการหาข้อมูลกับชาติมหาอำนาจในกีฬาชนิดนี้ยังคงมีผู้ฝึกสอนที่มีฝีมือดี รวมไปถึงประสบการณ์และความสามารถดีกว่า ฮวน ฟอนตาเนียล อยู่อีกมากมาย ดังนั้นทางสมาคมจึงได้ทำการติดต่อผ่านทางหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรงในเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว
นายกสมาคมมวย เปิดเผยอีกว่า ในเมื่อสมาคมจะเสียเงินจ้างโค้ชฝีมือดีมาทำงานถึง 2 คนแล้ว เพื่อร่วมมือกันกอบกู้ชื่อเสียงของนักชกไทยกลับคืนมาไล่ตั้งแต่กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่มาเลเซีย และ เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่อินโดนีเซีย ดังนั้นจึงต้องหาเฮดโค้ชที่ดี และเจ๋งกว่าฟอนตาเนียล มาร่วมงานอย่างแน่นอน เพื่อต้องการให้นักมวยของเราได้ซึมซับและเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ ให้สูงขึ้น เพราะเวลานี้วงการมวยพัฒนาไปไกลมากทั้งเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา, จิตวิทยา และ โภชนาการ ที่ต้องมาผสมผสานกัน นอกเหนือจากการฟิตซ้อมอย่างหนักและพละกำลังที่ดีอยู่แล้ว มิเช่นนั้นก็เหมือนกับเราย่ำเท้าอยู่กับที่
สำหรับหัวหน้าผู้ฝึกสอนทั้ง 2 คน ที่จะมาทำงานให้กับทีมนักชกไทยค่อนข้างมีประสบการณ์ และฝีมือดีกว่า ฮวน ฟอนตาเนียล พอสมควร เพราะได้เห็นการทำงานของเขามาแล้วในศึกริโอเกมส์ที่ผ่านมา จึงเชื่อว่าจะทำให้การพัฒนาของนักชกไทยดีขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของเทคนิคและความหลากหลายในการเข้าทำคะแนนในลักษณะต่างๆ ไม่ใช่ออกอาวุธแบบเดิมๆ เหมือนที่ผ่านมา คาดว่าไม่เกินสิ้นปีนี้เราจะได้ตัว 2 เฮดโค้ชคนใหม่มาสร้างความสำเร็จในอนาคต



