ข่าว

 รวบแล้ว2โจ๋ฆ่าชิงทรัพย์แม่ต่อหน้าลูก8 ขวบ

 รวบแล้ว2โจ๋ฆ่าชิงทรัพย์แม่ต่อหน้าลูก8 ขวบ

15 ก.ย. 2559

 จับได้แล้วโจรฆ่าชิงทรัพย์แม่ต่อหน้าลูกชาย8ขวบ สารภาพลงมือจริง แต่อ้างรถเหยื่อเสียหลักพุ่งชนกิ่งไม้ตายเอง และไม่ได้เงินไป

           ความคืบหน้า คดีคนร้าย ขี่รถจักรยานยนต์ประกบใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์แล้วทำร้าย นางอรุณ ปลั่งกลาง อายุ48ปี ชาว อ.พิมาย จ.นครราชสีมา จนเสียชีวิต ต่อหน้าลูกชาย อายุ8ปี ที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปด้วยกัน เหตุเกิดที่บริเวณถนนเลียบคลองชลประทาน  ต.ชีวาน อ.พิมาย เมื่อคืนวันที่21สิงหาคมที่ผ่านมา 

           ล่าสุด วันที่ 15ก.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพิมาย  นำโดย พ.ต.อ.สันติ เหล่าประทาย รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา และ  พ.ต.อ.อาทิพย์ ซึมดอน ผกก.สภ.พิมาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พิมาย  ได้จับกุมนายเกียรติศักดิ์ ประภาการ (เต้ย)อายุ19ปี บ้านเลขที่103หมู่19บ้านตะปัน ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย และนายแบท (นามสมมุติ) อายุ18ปี เยาวชนต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย  ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์นางอรุณ ได้แล้วขณะร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์และทำร้ายร่างกายเจ้าทุกข์ได้รับบาดเจ็บบริเวณชุมชนวังบูรพาด้านหลังวัดบูรพาพิมล ในเขตเทศบาล ต.พิมาย เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 14 ก.ย.

           สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า วันที่เกิดเหตุเวลาประมาณ20.00น.พวกตนได้ขับรถจักรยานยนต์เล่นไปเรื่อยตามถนนเลียบคลองชลประทานสายพิมาย–ดงใหญ่ จนไปถึงปากทางเข้าบ้านซาด ต.ชีวาน อ.พิมาย จึงได้จอดรถนั่งเล่นที่บ้านร้างข้างทางระหว่างนั้นผู้ตายคือนางอรุณ และลูกชายขับรถจักรยานยนต์ผ่านมา จึงขับขี่ตามไป ประกบรถของผู้ตายก่อนใช้ปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ตีบริเวณหมวกกันน็อคของนางอรุณ จนรถเสียหลักไปชนกิ่งไม้ข้างทางทำให้รถล้มและเสียชีวิต

           ผู้ต้องหาอ้างว่า ไม่ได้ลงไปทำร้ายร่างกายนางอรุณ แต่ไม่ได้ทรัพย์สินไป หลังจากเกิดเหตุก็ยังคงตระเวนก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว เพื่อต้องการเงินไปเที่ยวเตร่ จนกระทั่งมาถูกจับกุมในที่สุด   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด

           ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางญาติพี่น้องและประชาชนที่ทราบข่าว ต่างพากันมามุ่งดู พร้อมกับตะโกนสาบแช่งและพยายามเข้าไปประชาทัณฑ์ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องหยุดการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ  ก่อนควบคุมคุมตัวกลับไปดำเนินคดีต่อไป