พุ่งสุดรอบ9ปี หนี้ครัวเรือน เฉียด3แสนบาท
ม.หอการค้าไทย เผยผลสำรวจ หนี้ครัวเรือน ปี 2559 พบพุ่งสูงสุดในรอบ 9 ปี อยู่ที่ 2.98 แสนบาท
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทยปี 2559 พบว่ามี หนี้ครัวเรือน สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ หรือในรอบ 9 ปี นับตั้งแต่ปี 2551 ที่เริ่มทำการสำรวจ หรือเฉลี่ยจำนวน 298,005.81 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้น 20.2% เมื่อเทียบกับการสำรวจครั้งก่อนในปี 2558 โดยแบ่งเป็นหนี้ในระบบ 62% หนี้นอกระบบ 37% และเมื่อเทียบกับปี 2551 หนี้ครัวเรือน มีเพียง 135,166.34 บาทต่อครัวเรือน
สาเหตุเริ่มมาจากนโยบายรถยนต์คันแรกในช่วง 3 - 4 ปีที่ผ่านมา จากนั้นมีการก่อหนี้เพิ่มเป็นอัตรา 2 หลักต่อเนื่อง 4 ปีติดต่อกัน นับจากปี 2556 จนทำให้ไม่มีเงินพอนำไปใช้จ่ายด้านอื่นๆ และอัตรา หนี้ครัวเรือน ที่มีสัดส่วนถึง 84% ของจีดีพีนี้ ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกที่มี หนี้ครัวเรือน สูงที่สุด ถือเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และทำให้สถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อให้
อย่างไรก็ตาม มองว่ายังไม่ใช่ปัญหารุนแรงนัก เพราะหนี้ที่สูงขึ้นนอกจากการซื้อรถยนต์แล้ว ยังเกิดจากการซื้อบ้านกู้มาลงทุนซื้อเครื่องมือเครื่องจักรประกอบอาชีพ กู้เพื่อการศึกษา ซึ่งมีหลักทรัพย์หนุนหลัง และเป็นการกู้เพื่อทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น จึงยังไม่น่ากังวัลนัก และมองว่า ช่วง 3 ปีข้างหน้า มีแนวโน้มว่า หนี้ครัวเรือน ยังสูงอยู่ และยังมีโอกาสก่อหนี้เพิ่มอีก หากภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ราคาของแพงขึ้น รายได้ลดลง ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ และดอกเบี้ยสูง
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหา หนี้ครัวเรือน เริ่มจากการแก้หนี้นอกระบบ ซึ่งรัฐบาลได้เริ่มมาถูกทางแล้ว ด้วยการเพิ่มทางเลือกให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อเดือนทั้งนาโนไฟแนนซ์ สถาบันการเงินของรัฐ จากนี้ไป ต้องการให้รัฐบาลเร่งฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการจ้างงาน และสร้างรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งส่งเสริม และอบรมการสร้างรายได้หลัก อาชีพเสริม ที่สำคัญ ต้องควบคุมราคาสินค้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อไม่ให้ค่าครองชีพสูง เป็นต้น



