ข่าว

“ขอนแก่นยู” ในวันที่พบทางตัน

“ขอนแก่นยู” ในวันที่พบทางตัน

15 ก.ย. 2559

โดย...โสภณ เพชรแท้


               แนวทางของคณะกรรมการเรื่องร้องทุกข์และคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ การกีฬาแห่งประเทศไทย ที่จะเชิญตัวแทนสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เข้าชี้แจง  หลังจากสมาคมกีฬาฟุตบอลเพิกถอนสิทธิ์สโมสรฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด ทีมในศึกดิวิชั่น 1 ออกจากการเป็นสมาชิกภาพของสมาคม มีผลตั้งแต่เดือนส.ค. เท่ากับว่า ทีมขอนแก่น ยูไนเต็ดจะต้องหายไปจากระบบของฟุตบอลอาชีพ ขณะที่ในฟากของผู้บริหารสโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด ก็ถูกลงโทษด้วยการห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการฟุตบอลตลอดไป

               ด้วยเหตุนี้การให้ฝ่ายสมาคมกีฬาฟุตบอลเข้าชี้แจงถึงกระบวนการในการออกบทลงโทษต่อทีมขอนแก่น ยูไนเต็ด ก็น่าจะทำให้ทุกอย่างเกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้นในประเด็นความชอบธรรมของการออกบทลงโทษ ว่ากระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ที่สำคัญการชี้แจงของสมาคมกีฬาฟุตบอลที่จะมีขึ้นจะทำให้เกิดความกระจ่าง และจะเป็นการตอบคำถามไปถึงบรรดาผู้เล่นของทีมขอนแก่น ยูไนเต็ด ที่เข้าร้องเรียนเรื่องนี้กับคณะกรรมการเรื่องร้องทุกข์ในสังกัด กกท. ทั้งนี้ ผู้เล่นของทีมขอนแก่น ยูไนเต็ด พร้อมด้วยฝ่ายกฎหมายของสโมสร เข้าร้องเรียนเรื่องนี้กับ กกท.เมื่อวันที่ 7 ก.ย. โดยอ้างถึงผลกระทบเนื่องจากทำให้นักฟุตบอลของทีมทั้งหมดต้องว่างงาน ไม่สามารถหาต้นสังกัดใหม่ได้ กระทั่งคณะกรรมการเรื่องร้องทุกข์จะมีมติออกมาเมื่อวันที่ 13 ก.ย. เพื่อให้สมาคมกีฬาฟุตบอลเข้าชี้แจง

               เส้นทางของ “จงอางผยอง” ขอนแก่น ยูไนเต็ด นับว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะจากการได้รับสิทธิ์ให้เข้าแข่งขันในฐานะทีมที่อยู่ในจังหวัดเดียวกันเป็นทีมที่ 2 นอกจากขอนแก่น เอฟซี ปี 2558 กับลีกภูมิภาค โดยการสนับสนุนของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยยุค วรวีร์ มะกูดี ด้วยความพร้อมด้านต่างๆ ทำให้ทีมก้าวไปได้อย่างรวดเร็วทุกด้าน ไม่ต่างไปจากการเดินตามรอย "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด”

               ตลอด 2 ปี คาดว่าเม็ดเงินลงทุนที่ใช้ไปกับฟุตบอลของ วัฒนา ช่างเหล่า ประธานสโมสร น่าที่จะแตะ 100 ล้านบาท และหากไม่เกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นกับการถอนสมาชิกภาพก็อาจจะได้เห็นโครงการลงทุนใหม่ของทีมขอนแก่น ยูไนเต็ด ประจำฤดูกาล 2017 นั่นคือการมีสนามเป็นของตัวเอง งบลงทุนขั้นต่ำ 50 ล้านบาท

               ย้อนหลังไปในเส้นทางของการก่อตั้งทีมและส่งเข้าแข่งฟุตบอลดิวิชั่น 2 ฤดูกาล 2015 สมัยสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยที่มี วรวีร์ มะกูดี เป็นนายกสมาคม เป้าหมายของขอนแก่น ยูไนเต็ด ที่ประกาศออกมาคือ การกำหนดเป้าหมายของแผนการทำทีมในแบบที่เป็นยุทธศาสตร์ ประกอบด้วยปี  2559 เลื่อนชั้นสู่ “ยามาฮ่าลีกวัน” หรือดิวิชั่น 1 ปี 2560-2561 เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุด “ไทยลีก” และปี 2561-2562 ได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลระดับเอเชียในรายการเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 

               เป้าหมายเหล่านี้คือยุทธศาสตร์ที่ถูกออกแบบเอาไว้ในปี 2558 พร้อมกับการก่อตั้งสโมสรที่มีชื่อว่าขอนแก่น ยูไนเต็ด หรือในชื่อ "จงอางผยอง” ที่มีผู้บริหารสโมสร ประกอบด้วย เอกราช ช่างเหลา ประธานที่ปรึกษา วัฒนา ช่างเหลา ประธานสโมสร และพิทักษ์ชน ช่างเหลา ผู้จัดการทีม ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ 1 ปีที่ผ่านมาของการส่งทีมขอนแก่น ยูไนเต็ด เข้าสู่เส้นทางฟุตบอลอาชีพในลีกโซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

               “จงอางผยอง” ทำผลงานได้อย่างร้อนแรง เมื่อจบฤดูกาล 2015 ของโซน  คือการเป็นแชมป์จากการลงแข่ง  34 นัด ชนะ 26 เสมอ 4 แพ้ 4 ขณะที่ในระบบการสรรหาทีมฟุตบอลจากลีกภูมิภาคทุกโซน หรือรอบแชมเปี้ยนส์ลีก ขอนแก่น ยูไนเต็ด ก็ได้สิทธิ์ให้เลื่อนขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ในปี 2559 จาก 12 ทีม จนเข้ามาเล่นในรอบสรรหาทีมขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ซึ่งเป็น 1 ปีที่ยกระดับได้อย่างรวดเร็ว

               “การที่เรากล้าประกาศถึงเป้าหมาย ผมว่าคือความท้าทายที่ทำให้เราต้องทุ่มเทเพื่อก้าวไปให้ถึง ผมรู้ว่าสิ่งที่เราประกาศออกไป อาจจะเกินตัวเมื่อเทียบกับทีมชั้นนำในไทย ที่ไม่มีทีมใดวางโรดแม็พเพื่อไปสู่เป้าหมายแบบนี้ แต่ผมเห็นว่านี่คือสิ่งที่ขอนแก่น ยูไนเต็ด  ต้องไปให้ถึง หากเราท่มเทกันอย่างเต็มที่แล้วยังไปไม่ถึง ผมก็เชื่อว่าสิ่งที่จะตอบแทนการทำงานหนักก็คือ ผลงานของทีมที่น่าจะทำได้ใกล้เคียง เป้าหมายของผมกับขอนแก่น ยูไนเต็ด คือการทำให้ทีมเป็นสโมสรฟุตบอลชั้นนำ” วัฒนา ช่างเหลา ประธานสโมสร กล่าวกับ “คม ชัด ลึก” ในปี 2558 ในสถานะที่ขอนแก่น ยูไนเต็ด เวลานั้นคือทีมในลีกภูมิภาค

               อย่างไรก็ตามการเข้าสู่ปีที่ 2 ของ “จงอางผยอง” ภายใต้การทุ่มเทของวัฒนา ช่างเหลา ไม่ต่างไปจากการกำลังเข้าสู่ทางตัน เพราะหนังสือที่ลงนามโดย พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ฉบับที่ 022/2559 เรื่องการเพิกถอนสิทธิ์สมาชิกภาพสโมสรฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด

               โดยมีสาระสำคัญอยู่ที่การมีมติออกมาอย่างเป็นเอกฉันท์ของสภากรรมการให้สโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด ออกจากการเป็นสมาชิกภาพของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย หลังพบสิ่งที่เชื่อได้ว่า   การทำร้ายร่างกายผู้ตัดสินในการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 1 ระหว่างขอนแก่น ยูไนเต็ด กับ อ่างทอง เอฟซี เมื่อเดือน ก.ค.

               มติที่ออกมาจากสภากรรมการของสมาคมกีฬาฟุตบอล มีผลให้ในส่วนของการแข่งขันนัดที่เหลือของสโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด ให้งดการแข่งขันทั้งหมด ส่วนการตกชั้นของยามาฮ่าลีก หรือดิวิชั่น 1 ในฤดูกาล 2016 จากเดิมที่ต้องมี 1 สโมสรตกชั้นไปเล่นดิวิชั่น 2 ปรับมาเป็นไม่มีการตกชั้น ในส่วนของการแข่งขันฟุตบอลถ้วยที่ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วนั้น ให้คงผลการแข่งขันไว้ตามเดิม และในส่วนของการแข่งขันฟุตบอลรายการช้าง เอฟเอ คัพ 2016 ให้ฝ่ายจัดการแข่งขันถอดทีมขอนแก่น ยูไนเต็ด ออกจากการแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และทำให้ราชบุรี  มิตรผล เอฟซี ทีมในไทยลีกผ่านเข้ารอบไปโดยปริยาย

               กรณีบทลงโทษขอนแก่น ยูไนเต็ด ไม่ต่างไปจากบทลงโทษของทีม “หมอผี” สตูล ยูไนเต็ด แชมป์ลีกในโซนภาคใต้ และเคยเป็นคู่กรณีกับขอนแก่น ยูไนเต็ด  ในปี 2558   โดยประเด็นอยู่ที่กรรมการที่ตัดสินคู่สตูล แชมป์ลีกภูมิภาคโซนภาคใต้   ซึ่งเปิดบ้านพบขอนแก่น ยูไนเต็ด และเป็นฝ่ายเจ้าบ้านแพ้ไป  0-1 ในเดือน พ.ย. ทั้งกรรมการและผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ลงทำหน้าที่ในขณะนั้นถูกรุมทำร้ายร่างกาย  เพราะฝั่งกองเชียร์สตูล ยูไนเต็ด  เชื่อว่าเกิดกระบวนการ “ซื้อ” กรรมการ  เพื่อให้เป่าเข้าข้างทีมเยือน

               ผลที่ตามมาจากการรุมทำร้ายกรรมการจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายก็คือ คำสั่งให้เพิกถอนสิทธิ์ทีมสตูล ยูไนเต็ด ออกจากการแข่งขันเป็นเวลา 3 ปี เป็นบทลงโทษที่มาจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศในยุค  วรวีร์ มะกูดี ทำหน้าที่ผู้นำองค์กร สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ  สตูล ยูไนเต็ด  แพแตก ผู้เล่นส่วนหนึ่งย้ายไปอยู่ทีมภูเก็ต  เอฟซี  บางรายปักหลักสู้ต่อกับทีมใหม่ที่ก่อตั้งขึ้นมาในปี 2559 คือทีมคาเด็นซ่า สตูล ยูไนเต็ด ลงสู้ศึกในลีกโซนภาคใต้  มีการเปลี่ยนคณะผู้บริหารใหม่ที่ไม่มีความเกี่ยวพันกับคณะผู้บริหารชุดเดิม

               “กรณีของขอนแก่น ยูไนเต็ด เป็นประเด็นที่มีการร้องเรียนมาโดยตลอด สำหรับทีมฟุตบอลที่ต้องมาแข่งขันที่นี่ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการตัดสินของกรรมการ เรื่องนี้เป็นประเด็นที่สะสมมาตั้งแต่สมัยในลีกภูมิภาคกระทั่งมาสุกงอมเมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้นกับกรรมการที่ลงทำหน้าที่ในเกมดิวิชั่น 1” แหล่งข่าวในสภากรรมการ สมาคมกีฬาฟุตบอลระบุ

               ผลสะท้อนจากคำสั่งของสมาคมกีฬาฟุตบอลจึงเป็นการปิดฉากทีมขอนแก่น ยูไนเต็ด  ถือเป็นดาบแรกที่ถูกฟันออกไป ความหวังสุดท้ายของการคืนสิทธิ์เรื่องนี้จึงตกไปอยู่ที่ กกท.ที่จะรับฟังน้ำหนักในคำชี้แจงจากตัวแทนสมาคมกีฬาฟุตบอล หากข้อมูลที่ไปจากสมาคมกีฬาฟุตบอลรัดกุม นี่ก็จะเป็นการบ่งชี้ทุกอย่างแบบเบ็ดเสร็จ

 

 

---------------------------

(“ขอนแก่นยู” ในวันที่พบทางตัน : โดย...โสภณ เพชรแท้)