ข่าว

"ปลาทู"อ่าวไทยจับได้น้อยลง! แนะใช้ผลวิจัยคู่มาตรการปิดอ่าว!

"ปลาทู"อ่าวไทยจับได้น้อยลง! แนะใช้ผลวิจัยคู่มาตรการปิดอ่าว!

15 ก.ย. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

         สกว.ร่วมกับคณะประมง เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ต่อโครงการการศึกษาสถานภาพของทรัพยากรปลาทูที่มีความสัมพันธ์กับสภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณพื้นผิวทะเลในบริเวณอ่าวไทย 

 

"ปลาทู"อ่าวไทยจับได้น้อยลง! แนะใช้ผลวิจัยคู่มาตรการปิดอ่าว!

 

         สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อโครงการ การศึกษาสถานภาพของทรัพยากร "ปลาทู" ที่สัมพันธ์กับสภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณพื้นผิวทะเลในบริเวณอ่าวไทย ภายใต้การสนับสนุนของ สกว. มี รศ.ดร.ประภาพร ขอไพบูลย์ ผอ.การฝ่ายเกษตร สกว.รศ.ดร.เชษฐพงษ์ เมฆสัมพันธ์ คณบดีคณะประมง ผศ.ดร.เมธี แก้วเนิน หัวหน้าโครงการวิจัยและทีมวิจัย นักวิชาการกรมประมง ชาวประมง และผู้ประกอบการด้านการประมง ร่วมประชุม ณ อาคารบุญอินทรัมพรรย์ คณะประมง มหาวิทยาเกษตรศาสตร์

         ผศ.ดร.เมธี กล่าวถึงภาพรวมของโครงการวิจัยว่า ในอดีตกรมประมงเคยมีการศึกษาเรื่องปลาทูมาบ้างแล้ว แต่ข้อมูลนั้นค่อนข้างนานไม่มีการอัพเดท และช่วง 20 ปีที่ผ่านมามีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับปลาทูน้อยมาก และข้อมูลยังไม่มีการทบทวน หรือปรับปรุง ทั้งในเรื่องของการบูรณาการข้อมูล เกี่ยวกับทรัพยากรปลาทู และสิ่งแวดล้อม ที่ควบคุมเชื่อมโยงไปจนถึงเรื่องอาหาร ที่อยู่อาศัย อุณหภูมิน้ำที่อาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงและจำนวนของปลาทู ทั้งนี้ เพื่อให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทีมวิจัยจึงได้ ศึกษาใน 3 ประเด็น คือ 1.ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของคลอโรฟิลล์ เอ และอุณหภูมิน้ำ 2.การศึกษาสถานภาพของทรัพยากรปลาทูในบริเวณอ่าวไทย และ 3.การศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจของการใช้ปลาทูในบริเวณอ่าวไทย

 

"ปลาทู"อ่าวไทยจับได้น้อยลง! แนะใช้ผลวิจัยคู่มาตรการปิดอ่าว!

 

          ในส่วนนี้ ผศ.ดร.เมธี กล่าวสรุปข้อค้นพบจากงานวิจัยตอนหนึ่งว่า “ลูกปลามีการเจริญเติบโตอยู่นอกเขตอ่าวตัวก่อ ซึ่งเป็นเขตควบคุมการจับปลาในช่วงฤดูการวางไข่ หรือ ช่วงมาตรการปิดอ่าว ดังนั้นกรมประมงสามารถนำข้อมูลในส่วนนี้ไปประกอบการพิจารณาในการขยายพิจารณาขยายพื้นที่ หรือ ขยายระยะเวลาในการปิดอ่าวซึ่งสาระสำคัญการปิดอ่าว มีผลใช้บังคับแค่ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2557-2559 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม ของทุกปี ในพื้นที่ 4,940.55 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 8 ล้านไร่ ของ8 จังหวัด ไล่ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนถึงจังหวัดชลบุรี” หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าว 

          จากนั้น ดร.พลพิศิลป์ สุวรรณชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านประมงเชิงพื้นที่ สำนักวิจัยและพัฒนาประมงทะเล ในฐานะทีมวิจัย กล่าวถึงการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของคลอโรฟิลล์ เอ และอุณหภูมิน้ำว่า “ทีมวิจัยได้ทำการศึกษา และสำรวจแหล่งคลอโรฟิลล์ แพลงก์ตอนพืชอาหารของปลาทู โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลัง 10 ปี เพื่อดูตัวคลอโรฟิลล์ เอ ควบคู่กับการเก็บข้อมูลภาคสนามเก็บตัวอย่างลูกปลาทูในระยะเวลาต่างๆ และแพลงก์ตอนพืชในทะเลซึ่งการศึกษาดังกล่าว ทำให้ทราบว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอุณหภูมิผิวน้ำของทะเลไทยมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฝูงปลาทูโผล่ผิวน้ำน้อยมาก ทั้งที่อุณหภูมิที่มีความเหมาะสมอยู่ที่ 29-30 องศา สอดคล้องกับข้อมูลสถิติของกรมประมงว่า ปี 2558 ที่ว่าเรือประมงจับปลาทูบริเวณอ่าวไทยได้ 39,600 ตัน จากทรัพยากรปลาทูในทะเลมีทั้งหมด 94,200 ตัน น้อยกว่าสถิติปี 2552- 2556 ซึ่งอยู่ระหว่าง 115,400-148,300 ตัน”

 

"ปลาทู"อ่าวไทยจับได้น้อยลง! แนะใช้ผลวิจัยคู่มาตรการปิดอ่าว!

 

          ขณะที่ อาจารย์สรณัฐ ศิริสวย ภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะทีมวิจัย กล่าวถึงการศึกษาสถานภาพของทรัพยากรปลาทูในบริเวณอ่าวไทยว่า “ทีมวิจัยได้ทำการเก็บตัวอย่างปลาทูจากเรือประมง ก่อนที่จะผ่าท้องดูรังไข่ อัณฑะ และดูความสัมพันธ์ฤดูวางไข่ กับฤดูปิดอ่าว พบว่า หลังจากเปิดอ่าวมีปลาทูบางส่วนยังคงมีการพัฒนารังไข่ และน้ำเชื้ออย่างต่อเนื่องในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง ซึ่งอาจบ่งชี้ได้ว่า มาตรการปิดอ่าวควรมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับวงรอบการพัฒนารังไข่ของปลาทูทั้งนี้ ในส่วนของจำนวนปลาทูที่มีการจับได้ในจำนวนที่ลดลง และไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคของคนภายนอกและภายในประเทศ ย่อมส่งผมต่อราคาของปลาทู”

          อาจารย์วรัณทัต ดุลยพฤกษ์ นักวิชาการคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า “การที่ปลาทูมีราคาสูงขึ้นนั้น เป็นไปตามกลไกตลาด และเพื่อตอบสนองความต้องการ พ่อค้าแม่ค้าบางส่วนก็หันมานำเข้าปลาทูจากประเทศเพื่อนบ้าน” ซึ่งภายหลังที่อาจารย์วรัณทัต กล่าวถึงข้อมูลเศรษฐกิจปลาทู นายสุรจิต ชิรเวทย์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวแสดงความเห็นว่า “ตามสภาพการณ์ปัจจุบัน เราควรที่จะหันมาคิดและพิจารณาถึงแนวทางในการจัดการแม่น้ำของแผ่นดิน เพราะสถานการณ์น้ำมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และส่งผลต่อความอุดมสมบูรณ์ของอาหารบริเวณปากแม่น้ำ ซึ่งส่งผลต่อปริมาณและการเจริญเติบโตของปลาทู อย่างไรก็ดี นอกจากข้อคิดเห็นดังกล่าวแล้วที่ประชุม ยังได้มีการให้มีการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย ภายใต้การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ภายใต้โจทย์งานวิจัย 4.0 ของรัฐบาล”

 

ปลาทู"อ่าวไทยจับได้น้อยลง! แนะใช้ผลวิจัยคู่มาตรการปิดอ่าว!