ข่าว

ออมสินปล่อยกู้ปลดหนี้ครูดอกเบี้ย4%

ออมสินปล่อยกู้ปลดหนี้ครูดอกเบี้ย4%

14 ก.ย. 2559

ออมสินจัดโครงการลดภาระหนี้ครู ปล่อยกู้ดอกเบี้ย 4% ต่อปี เปิดทางนำเงิน ช.พ.ค.ค้ำประกัน แต่ต้องยังเป็นสมาชิก ช.พ.ค. คาดลดภาระหนี้ได้เฉลี่ย 2.5 แสนบาทต่อรายทันที


               นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้จัดทำโครงการลดภาระหนี้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยนำเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ครอบครัว (เงิน ช.พ.ค.) ที่ทายาทมีสิทธิ์จะได้รับในอนาคตมาค้ำประกัน ซึ่งธนาคารออมสินคิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 4.00% ต่อปี ต่ำกว่าเงินกู้เดิมที่คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประมาณ 5.85-6.70% ต่อปี สำหรับผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ได้ต้องเป็นผู้ที่ยังมีภาระหนี้สินเชื่อโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.กับธนาคาร มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และคงมีสถานะเป็นสมาชิก ช.พ.ค. โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อเท่ากับจำนวนเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ครอบครัวที่ทายาทมีสิทธิ์จะได้รับหลังหักค่าจัดการศพแล้ว 

               ทั้งนี้ เงินสินเชื่อจะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 นำไปชำระหนี้เงินต้นบางส่วนหรือปิดบัญชีเงินกู้ ช.พ.ค.เดิม ส่วนที่ 2 กันไว้เพื่อชำระดอกเบี้ยเงินกู้ตามสัญญาใหม่ และชำระเงินสงเคราะห์รายศพรายเดือนตลอดระยะเวลากู้ โดยการดำเนินโครงการนี้ ธนาคารออมสินได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ในการตรวจสอบยืนยันความเป็นสมาชิก ช.พ.ค. ของผู้ที่จะขอสินเชื่อใหม่ตามโครงการนี้ โดยที่ธนาคารออมสินมีความยินดีที่ได้มีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาในครั้งนี้

               สำหรับโครงการนี้ จะทำให้รัฐบาลสามารถแก้ไขบรรเทาปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ โดยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประมาณ 289,000 ราย จะสามารถลดภาระหนี้ลงได้ทันทีเฉลี่ย 250,000 บาทต่อราย เป็นเงิน 72,250 ล้านบาท ทำให้ลดภาระการผ่อนชำระหนี้เดิมลงได้ 1,200 - 2,400 บาท หรือบางรายสามารถปิดบัญชีได้โดยไม่ต้องผ่อนชำระหนี้อีกต่อไป

               นอกจากนี้ ธนาคารออมสินได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงจากเดิม 5.85 – 6.70% ต่อปี เป็น 4.00% ต่อปี เป็นการแบ่งเบาภาระในระยะยาว และไม่ต้องผ่อนชำระหนี้วงเงินสินเชื่อใหม่ตลอดอายุสัญญา ซึ่งจะทำให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ทำให้เกิดการพัฒนาวิชาชีพครูในภาพรวม ที่สำคัญจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างยั่งยืน