
รู้หรือไม่ บอคเซีย คืออะไร ?
หลายคนคงสงสัยกันว่า กีฬาบอคเซีย ( Boccia) คืออะไร และเล่นกันอย่างไร วันนี้ “คมชัดลึก” มีตอบมาฝาก....
จากความสำเร็จของทัพนักกีฬาไทย ในกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ 2016 ที่นครริโอ ประเทศบราซิล ที่ล่าสุดคว้ามาได้แล้ว 4 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง โดยในจำนวนนั้น 1 ทอง 1 ทองแดง มาจากกีฬาบอคเซีย
บอคเซียเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการทดลองกับบุคคลพิการทางกาย เป็นเกมกีฬาที่อนุญาตให้คนพิการทางกายระดับเดียวกันได้แข่งขันกันเช่นเดียวกับคนปกติเพราะธรรมชาติของกีฬามีความหลากหลาย เป็นกิจกรรมที่นำไปสู่สังคมที่ยิ่งใหญ่ได้สมบูรณ์ นับตั้งแต่ในครอบครัว ในโรงเรียน เพื่อนบ้านในการแข่งขันแบบมิตรภาพ ในปัจจุบันเป็นกีฬาแข่งขันเพื่อความเป็นเลิศสำหรับคนพิการทางสมองและคนพิการทางร่างกายระดับรุนแรง ในการแข่งขันพาราลิมปิค ที่นักกีฬาทีมชาติไทยได้สร้างชื่อเสียงไว้
1. ลักษณะการเล่นกีฬาบอคเซีย
มีลักษณะการเล่นคล้ายเปตอง คือ แบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝ่าย แต่ละฝ่ายพยายามโยน กลิ้ง ขว้าง เตะ หรือปล่อยลูกบอลสีแดงหรือสีน้ำเงินไปตามราง (ตามลักษณะความพิการ) เพื่อให้ลูกเข้าไปใกล้ลูกเป้าหมายสีขาว ให้มากที่สุดภายในเวลาที่กำหนด บนพื้นสนามเรียบ ฝ่ายใดบอลมีใกล้มากกว่า เป็นฝ่ายชนะ
2. ประเภทการแข่งขัน
การเล่น/แข่งขัน ไม่แยกชายหรือหญิง ใช้แบ่งกลุ่มการเล่นตามความพิการ ออกเป็น 7 ประเภท ดังนี้
2.1 ประเภทบุคคล BC1
2.2 ประเภทบุคคล BC2
2.3 ประเภทบุคคลBC3
2.4 ประเภทบุคคล BC4
2.5 ประเภทคู่ BC3 คู่ละ 2 คน มีนักกีฬาสำรองได้ 1 คน
2.6 ประเภทคู่ BC4 คู่ละ 2 คน มีนักกีฬาสำรองได้ 1 คน
2.7 ประเภททีม (BC1+BC2) ทีมละ 3 คน ขณะแข่งขันจะต้องมีนักกีฬาประเภท BC1 อย่างน้อย 1 คน มีนักกีฬาสำรองได้ 1-2 คน
3. ประเภทความพิการของนักกีฬา
3.1 ประเภท BC1 เป็นการเล่นสำหรับผู้พิการทางสมอง ตามการแบ่งประเภทของ CP – ISRA ระดับ CP1 (L) ผู้เล่นสามารถมีผู้ช่วยเหลือ 1 คน ซึ่งนั่งอยู่ทางด้านหลังเขตโยนประมาณ 2 เมตรในที่กำหนดให้ ซึ่งสามารถมาด้านหน้าและช่วยเหลือนักกีฬาตามที่ผู้เล่นร้องขอ เช่น ปรับหรือจัดเก้าอี้ของผู้เล่นให้มั่นคงส่งบอลให้ผู้เล่น หรือคลึงบอลตามที่นักกีฬาร้องขอและได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสิน
3.2 ประเภท BC2 เป็นการเล่นสำหรับผู้เล่นซึ่งพิการทางสมอง ตามการแบ่งประเภทของ CP – ISRA ระดับ CP2 (U) ผู้เล่นไม่มีสิทธิมีผู้ช่วยเหลือในการเล่น
3.3 ประเภท BC3 (ผู้เล่นใช้อุปกรณ์ช่วย) (Players Using an Assistive Device) เป็นการเล่นสำหรับผู้เล่นที่แขนขาทั้งสี่เคลื่อนไหวยากลำบากมาก มีสาเหตุมาจากสมอง และไม่ใช่สมอง (Cerebral – Origin และ Non – Cerebral Origin) ผู้เล่นไม่สามารถเข็นรถได้เอง และมีการช่วยเหลือด้วยรถเข็นไฟฟ้า ผู้เล่นจะไม่สามารถจับหรือปล่อยได้ แต่สามารถเคลื่อนไหวแขนได้ แต่มีข้อจำกัดในการผลักดันบอลเข้าสู่สนาม ผู้เล่นแต่ละคนได้รับอนุญาตให้มีผู้ช่วยเหลือได้ แต่ผู้ช่วยเหลือจะต้องอยู่ในเขตโยน (box) ของผู้เล่น และหันหลังให้สนาม ห้ามมองการเล่น
3.4 ประเภท BC4 เป็นการเล่นสำหรับผู้ที่แขนขาทั้งสี่เคลื่อนไหวได้ลำบากร่วมกับการควบคุมการเคลื่อนไหวลำตัวได้ยาก สาเหตุจากการสั่งการของส่วนที่ไม่ใช่สมอง (Non – Cerebral Origin) หรือการเสื่อมของสมอง (Degenerative Cerebral Origin) ผู้เล่นจะมีความสามารถเพียงพอที่จะโยนแขนแกว่งลูกบอคเซียเข้าสนาม แต่จะต้องใช้เวลามาก ในการจับและปล่อยบอล ขาดความนุ่มนวล และความเร็วในการเคลื่อนไหว และอาจสังเกตเห็นได้ในคราวเดียวกัน ผู้เล่นจะไม่ได้รับสิทธิ์ใช้ผู้ช่วยเหลือได้
4. ขนาดและรูปแบบสนาม
มีขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 12.5 เมตร เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ส่วนท้ายสนามแบ่งเป็น 6 ช่อง สำหรับผู้แข่งขันใส่หมายเลขที่ช่อง 1 – 6 จากซ้ายไปขวา มีเขตรูปตัว (V) เป็นเขตห้ามลูกเป้าหมายอยู่บริเวณนี้ เมื่อเริ่มการแข่งขัน (ด้านหน้าช่อง) และเส้นกากบาท( + )อยู่กึ่งกลางสนามสำหรับวางลูกเป้าหมายเมื่อถูกกระแทกออกนอกสนาม
5. อุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นและการแข่งขัน
5.1 ลูกบอลสีแดง สีน้ำเงิน และสีขาว ทำด้วยหนังแท้หรือหนังเทียมเย็บ ขนาดเส้นรอบวงขนาด 270 + 8 มิลลิเมตร น้ำหนัก 275 + 12 กรัม ขนาดใกล้เคียงลูกเปตอง (ลูกสีแดงและน้ำเงินสำหรับผู้เล่นแต่ละฝ่าย ซึ่งมีฝ่ายละ 6 ลูก บอลขาว มีจำนวน 1 ลูก เรียกว่าลูกเป้าหมาย)
5.2 ป้ายบอกสัญญาณสีแดงและน้ำเงิน ใช้สำหรับแจ้งบอกสีที่เป็นฝ่ายส่งบอลเข้าสนาม
5.3 สายวัด สำหรับวัดระยะห่างลูกบอลสี จากลูกเป้าหมาย
5.4 กล่องหรือถาดสำหรับใส่บอลเสีย ( บอลที่ออกนอกสนามหรือเล่นผิดกติกา)
6. วิธีการเล่นและแข่งขัน
เริ่มด้วยการเสี่ยงเหรียญ ฝ่ายใดชนะการเสี่ยงจะได้รับสิทธิ์ในการเลือกจะเป็นฝ่ายโยนบอลเข้าสนามก่อนหรือหลัง ฝ่ายโยนบอลก่อนจะได้บอลสีแดง และถูกกำหนดให้อยู่ในช่องหมายเลข 3 ประเภทบุคคล ช่องหมายเลข 2 และ 4 ประเภทคู่ และช่องหมายเลข 1, 3 และ 5 ในประเภททีม ตามลำดับ และได้รับสิทธิ์ในการโยนลูกเป้าหมาย (สีขาว) เข้าสนามก่อน โดยโยนให้ลูกเป้าหมายอยู่ในสนามเหนือเส้น V จากนั้นจึงโยนลูกสีแดง (ก่อนโยนลูกทุกครั้งจะต้องได้รับสัญญาณจากผู้ตัดสินก่อนทุกครั้ง) จากนั้นฝ่ายตรงข้ามจะได้รับสัญญาณให้โยน ผู้ตัดสินจะเป็นผู้ให้สัญญาณป้าย โดยพิจารณาว่าสีใดอยู่ห่างจากลูกเป้าหมายมากกว่า เช่นเดียวกับเปตอง โดยโยนจนกว่าจะครบฝ่ายละ 6 ลูก หรือหมดเวลาตามกำหนด เรียกว่าจบ 1 จบ จากนั้น จึงนับคะแนนในจบนั้น และเริ่มแข่งขันจบใหม่ ปฏิบัติเช่นนี้จนครบตามกติกา นับคะแนนรวม ฝ่ายใดได้มากกว่าฝ่ายนั้นเป็นฝ่ายชนะ
7. เวลาที่ใช้ในการเล่นและการแข่งขัน
7.1 ประเภทบุคคล BC1, BC2 และ BC4 ใช้เวลา 5 นาที/คน/จบ แข่งขันจำนวน 4 จบ
7.2 ประเภทบุคคล BC3 ใช้เวลา 6 นาที/คน/จบ แข่งขันจำนวน 4 จบ
7.3 ประเภทคู่ (BC3) ใช้เวลา 8 นาที/คู่/จบ แข่งขันจำนวน 4 จบ
7.4 ประเภททีม (BC1 และBC2) ใช้เวลา 6 นาที/ทีม/จบ แข่งขันจำนวน 6 จบ
8. กติกาอื่น ๆ ที่สำคัญ
8.1 ขณะโยนลูกบอลเข้าสนาม ห้ามร่างกาย (หรืออุปกรณ์ช่วย) สัมผัสเส้นสนาม
8.2 ขณะโยนลูกบอล สะโพกของผู้เล่นจะต้องสัมผัสเก้าอี้
8.3 ห้ามรบกวนคู่ต่อสู้ไม่ว่ากรณีใด ๆ (ยกเว้นอาการธรรมชาติ)
8.4 ผู้ช่วยนักกีฬาประเภท BC3 ห้ามหันหน้าเข้าสนามจนกว่าจะแข่งขันจบนั้นจนแล้วเสร็จ
8.5 ในระหว่างการแข่งขันห้ามกระทำการใด ๆ จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสิน
8.6 มีการลงโทษฝ่ายละเมิดกติกา โดยให้ฝ่ายตรงข้ามโยนบอลพิเศษ (คราวละ 2 ลูก)
8.7 มีการแข่งขันพิเศษ (ไท – เบรก) กรณีคะแนนเท่ากัน
เรื่องโดย ดารณี คชศรีสวัสดิ์ ครู ชำนาญการ สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตกรุงเทพ และ ผู้เชี่ยวชาญกีฬาบอคเซีย สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย
ที่มา : http://www.oknation.net, http://www.paralympicthai.com



