
จัดงาน"ฟิลด์เดย"เพิ่มศักยภาพการผลิตโคนมแดนใต้!
โดย -โต๊ะข่าวเกษตร
ชูฟาร์มเกษตรกรตัวอย่างเมืองประจวบฯ ต้นแบบความสำเร็จ ในงาน “ปราณบุรี ฟิลด์เดย์” พร้อมเปิดแหล่งเรียนรู้การผลิตหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 แซมสวนมะพร้าว ยกระดับคุณภาพน้ำนมดิบเสริมศักยภาพผู้เลี้ยงโคนมภาคใต้
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมสามารถผลิตน้ำนมดิบที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน มีต้นทุนผลิตที่เหมาะสม และอยู่ได้ในอาชีพการเลี้ยงโคนมอย่างมั่นคงยั่งยืน อ.ส.ค.ได้มอบหมายให้สำนักงาน อ.ส.ค.ภาคใต้จัดงาน “ปราณบุรี ฟิลด์เดย์” (Pranburi Field Day) ขึ้นภายใต้แนวคิด “เยี่ยมฟาร์ม ชิมนม ชมแปลงหญ้า”ที่ฟาร์มโคนม เกษ แดงกระจ่าง บ้านสวนขวัญ ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเร็วๆนี้
เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานและโครงการส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่ อ.ส.ค.ดำเนินงานประสบผลสำเร็จทั้ง 4 ภูมิภาค ให้เกษตรกรและผู้สนใจได้รับทราบ ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้เกษตรกร เจ้าหน้าที่ส่งเสริม และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนได้พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประสบการณ์ในการเลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งที่เกษตรกรจะสเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงโคนมอย่างเหมาะสม และนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการพัฒนาระบบการจัดการฟาร์มของตนเองได้
ภายในงานปราณบุรีฟิลด์เดย์มีกิจกรรมที่น่าสนใจที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เลี้ยงโคนมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงโคนม การให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการฟาร์มโคนม การลดต้นทุนการผลิต การผลิตน้ำนมดิบให้ได้มาตรฐาน และมีการจัดเวทีเสวนาเรื่อง “ปรับเปลี่ยนแนวคิด เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วย ทีเอ็มอาร์ (TMR)” เพื่อก้าวไปสู่นมแห่งชาติภายในปี 2564 โดยมีวิทยากรร่วมเสวนา อาทิ รศ.ดร.ศรเทพ ธัมวาศร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รศ.ดร.วิโรจน์ ภัทรจินดา จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้เชี่ยวชาญสมศักดิ์ เภาทอง จากกรมปศุสัตว์ อ.ส.ค. และชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทยด้วย
นอกจากนั้น เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่เข้าร่วมงานฯ ดังกล่าวยังได้เรียนรู้แนวทางการเลี้ยงโคนมให้ประสบผลสำเร็จและมีรายได้สูงจากฟาร์มเกษตรกรตัวอย่างของภาคใต้ คือ นายเกษ แดงกระจ่าง สมาชิกสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์คอ่าวน้อย จำกัด ซึ่งฟาร์มนี้มีจุดเด่น คือ มีการพัฒนาการรีดนม โดยยกระดับพื้นคอกรีดจากระบบแซงรีดดั้งเดิมมาเป็นระบบกึ่งไปป์ไลน์ ทำให้ง่ายต่อการจัดการรีดนมโดยใช้แรงงานในครอบครัว และยังมีการปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 แซมในสวนมะพร้าว จำนวน 12 ไร่ นำมาเลี้ยงโคนมในฟาร์ม ทำให้ได้น้ำนมดิบที่มีคุณภาพสูงขึ้น ได้เกรด 1 ตลอดทั้งปี และยังได้ผลผลิตสูงขึ้นด้วย เฉลี่ย 16.8 กิโลกรัม/ตัว/วัน (โครีดนม 30 ตัว) และมีรายได้คงเหลือสุทธิไม่น้อยกว่า 65,000 บาท/เดือน
“คุณภาพน้ำนมดิบในพื้นที่ภาคใต้ส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องน้ำนม เนื่องจากเกษตรกรมีการจัดการอาหารหยาบไม่สมบูรณ์นัก หากสามารถพัฒนาอาหารหยาบที่ใช้เลี้ยงโคนมให้มีคุณภาพสูงขึ้น เช่น การใช้อาหารผสมสำเร็จรูป ทีเอ็มอาร์ (TMR) หรือการใช้พื้นที่ว่างในสวนมะพร้าวมาปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 เลี้ยงโคนม คาดว่า จะช่วยยกระดับคุณภาพน้ำนมดิบให้ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันยังช่วยลดต้นทุนและทำให้มีรายได้ที่มั่นคงและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนด้วย”ดร.ณรงค์ฤทธิ์ กล่าว



