
ฝนถล่มเวลโกรว์ต่อเนื่องน้ำท่วมขังเส้นทาง
ฝนยังตกถล่มพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา และนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ใน อ.บางปะกง อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังสูงตามเส้นทางสัญจร
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 13 ก.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุฝนตกหนัก จนทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมขังในพื้นย่านโรงงานอุตสาหกรรม ภายในนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ ม.5ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งแต่เมื่อช่วงสายของวันนี้ที่ผ่านมานั้น ในขณะนี้ยังคงมีฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเป็นระยะ จนทำให้เกิดน้ำท่วมขังขยายออกไปเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะตามเส้นทางการสัญจรภายในนิคมอุตสาหกรรมนั้น มีน้ำเอ่อท่วมขังสูง30-50ซม. โดยเฉพาะริมไหล่ทางนั้น รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปได้ และน้ำฝนยังท่วมขังยาวต่อเนื่องออกไปไกล จากภายในนิคมฯ ไปจนเกือบถึงประตูปากทางเข้าด้านหน้าของนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับถนนสาย34บางนา-ตราด ได้อีกประมาณ500เมตรเท่านั้น ขณะเดียวกันบริเวณพื้นที่ด้านหลังของนิคมอุตสาหกรรมนั้น ได้มีการตั้งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายลงสู่ลำคลองสาธารณะที่พาดผ่าน จนทำให้ระดับน้ำเริ่มลดลงมาบ้างแล้ว อยู่ที่ประมาณ20-30ซม.
กระทั่งก่อนถึงเวลาเลิกงานในเวลา17.00น. นั้น ทางนิคมอุตสาหกรรมได้มีการประกาศเตือนให้แก่ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม ที่ตั้งอยู่ภายในนิคมฯ แจ้งให้แก่ทางพนักงานที่กำลังจะเลิกงานกลับบ้านนั้น ให้ใช้เส้นทางออกจากนิคมฯ ทางด้านประตูหลัง ซึ่งจะเป็นเส้นทางเชื่อมออกไปทางด้านถนนเลียบทางด่วนมอเตอร์เวย์ (สาย7กรุงเทพฯ-พัทยา) จึงทำให้รถติดขัดอย่างหนักที่บริเวณประตูทางออกด้านหลังของนิคมฯ อีกทั้งยังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนเส้นทางเลียบทางด่วนมอเตอร์เวย์ ซ้ำเติมสถานการณ์ให้สาหัสหนักขึ้นไปอีก แต่สถานการณ์รถติดขัดได้คลี่คลายลงได้ หลังเวลาผ่านไปประมาณ2ชม.
แหล่งท่องเที่ยวปราจีนบุรีเกิดน้ำป่าไหลหลาก
เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้( 13 ก.ย.59)ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 10 (ประจันตคาม) ว่าได้เกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณน้ำตกตะคร้อ ส่งผลให้มีน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนเออล้นจากธารน้ำตกเกือบถึงบริเวณหน้าที่ทำการเขตจัดการอุทยานฯที่ 4 จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของผู้สื่อข่าวในพื้นที่ บริเวณน้ำตกตะคร้อ ต.บุฝ้าย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี พบบริเวณลานเล่นน้ำในน้ำตกฯมีกระแสน้ำไหลเชียวแรง น้ำเป็นสีน้ำตาลขุ่น ระดับน้ำสูงเข้าท่วมบริเวณลานหิน ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ได้นำป้ายมาติดไว้บริเวณทางเข้าน้ำตก” เขตอันตราย ห้ามนักท่องเที่ยว เข้าเที่ยวเล่น “ เบื้องต้นสาเหตุที่ต้องปิดแหล่งท่องเที่ยวชั่วคราวเกรงว่าหากมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวหรือลงเล่นน้ำจะเกิดอันตรายได้ และจากการตรวจสอบยังพบว่าทางด้านฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 ของโครงการแม่น้ำประจันตคาม ต.บุฝ้าย นั้นยังได้มีการเปิดประตูส่งน้ำทั้ง 3 บาน ที่รับน้ำมาจากน้ำตกตะคร้อ ขึ้นประตูละ 1 ซม เพื่อเป็นการระบายน้ำให้น้ำภายในน้ำตกลดลง ซึ่งการเป็นประตูน้ำในครั้งยังไม่สร้างผลกระทบกับประชาชนที่อยู่ด้านล่างแต่อย่าง
ชัยภูมิสั่งปิดน้ำตกตาดโตนหวั่นน้ำป่า
จากที่พายุราอีเคลื่อนตัวเข้ามาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้หลายจังหวัดมีฝนตกติดต่อตลอดทั้งวัน สำหรับเทือกเขาภูแลนคา จ.ชัยภูมิ เขตรอยต่อหลายอำเภอ คือ อ.หนองบัวแดง แก้งคร้อ และเมืองชัยภูมิ มีเขื่อนลำปะทาว ช่วยรับน้ำจากเทือกเขาภูแลนคา ไหลผ่าน ซึ่งมีความจุดในตัวเขื่อนทั้ง 2 ตอน ทั้งตอนบนและตอนล่าง รวมกว่า 66 ล้าน ลบ.ม. ระดับน้ำฝนที่ตกสะสมบนเทือกเขาภูแลนคาไหลผ่านเข้าเขื่อนจนล้นสันเขื่อนลำปะทาวทั้ง 2 ตอนสูงกว่า 60 ซม.แล้ว ใกล้จุดเตือนภัยที่ 100 ซม. ก่อนที่จะทะลักไหลผ่านต่อเข้ามายังแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกที่สำคัญ เขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน ก่อนที่จะไหลผ่านเข้าเชื่อมลำห้วยเสว ผ่านเข้าตัวเมืองโซนเศรษฐกิจหลักสำคัญหลักของเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ
นายชูศักดิ์ตรีสาร ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ประสานไปยังเขตอุทยานแห่งชาติตาดโตน ประกาศห้ามนักท่องเที่ยวหยุดเข้าไปเล่นน้ำตกตาดโตน เพราะมีปริมาณน้ำไหลมาจากเทือกเขาภูแลนคา ส่งผลให้ปริมาณน้ำตกเพิ่มระดับน้ำสูงอย่างรวดเร็ว ไหลเชี่ยวและรุนแรง อาจเสี่ยงเกิดน้ำป่า ดินโคลนถล่มได้ ความปลอดภัยจึงให้สั่งปิดน้ำตกจนกว่าสถานการณ์ เข้าสู่ภาวะปกติ
ขณะที่ระดับน้ำในลำน้ำชีตลอดทั้งสายที่ไหลผ่านจาก อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ เริ่มหนุนสูงล้นตลิ่งน้ำท่วมในพื้นที่การเกษตร จึงได้สั่งการให้ท้องถิ่นเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อ ช่วยเหลือเกษตรกรเป็นการด่วนแล้ว
“น้ำป่าท่วมถนน ในบริเวณที่ราบต่ำ ทำให้ประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาได้รับความเดือดร้อน เพราะน้ำท่วมสูงเข้าไปภายในรถยนต์ โดยเฉพาะเส้นทางชัยภูมิ – ตาดโตน ต.นาฝาย อ.เมือง ฝากเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง และติดตามการแจ้งเตือนจากทางจังหวัดอย่างใกล้ชิด” นายชูศักดิ์ กล่าว
เมื่อเวลา 18.30 น. นายชูศักดิ์ ได้ประชุมด่วนทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมรับมือภัยจากฤทธิ์พายุราอี เพื่อให้ผู้นำชุมชน เตรียมความพร้อมและเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รับมือปริมาณน้ำชีที่อาจจะล้นสันเขื่อนลำปะทาว ผ่านน้ำตกตาดโตนเข้าตัวเมืองชัยภูมิ พื้นที่เศรษฐกิจ
สกลนครพายุพัดต้นไม้เขาภูพานล้มหวิดทับรถบัส
เมื่อเวลา 19.00 น . เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุตำรวจ สภ.ตาดโตน รับแจ้งเหตุพายุพัดแรงทำให้ต้นไม้ใหญ่ริมทางโค่นขวางถนน เส้นทางสกลนคร- กาฬสินธุ์ หลักกิโลเมตรที่ 10-11 บ้านนาคำ ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรได้ จึงได้แจ้งผู้บังคับบัญชา พร้อมด้วยประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยออกตรวจสอบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง เจ้าหน้าที่ ปภ.จังหวัดสกลนคร เจ้าหน้าที่ ศูนย์ ปภ. เขต 7 เข้าตรวจสอบ
เนื่องจากต้นไม้เกือบล้มทับรถบัสโดยสารที่กำลังขับผ่าน ทำให้รถบัสแฉลบลงไหล่ทาง ขณะที่ต้นไม้ล้มขวางเส้นทางไม่สามารถใช้สัญจรผ่านได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่กว่า 20 นาย ได้นำกำลังพร้อมอุปกรณ์ เคลื่อนย้ายต้นไม้ออกจากเส้นทาง พร้อมอำนวยความสะดวก โดยนำไฟสัญญาณมาแจ้งเตือนจุดเกิดเหตุ และปิดช่องจราจรในจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร จำนวน 4 ช่องจราจร โดยแยกให้รถทั้งขาเข้าและขาออกใช้ไหล่ทางเป็นช่องจราจรแทน
ที่เกิดเหตุพบรถบัสโดยสาร บริษัทชาญทัวร์ สายนครพนม-ระยอง ทะเบียน 10-7709 กรุงเทพมหานคร สีขาวคาดน้ำเงินเหลือง เลขข้างรถ 827 -12 ม4ข ขับมาจากต้นทางจังหวัดนครพนม มุ่งหน้าปลายทางที่จังหวัดระยอง มีนายศุภโชค (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี เป็นพนักงานขับรถ จอดบนไหล่ทาง มีเศษใบไม้เต็มด้านหน้ากระจกรถ บริเวณกันชันขวา และกระจกข้างแตกได้รับความเสียหายเล็กน้อย จากการสอบถามทราบว่า มีผู้โดยสารที่อยู่บนรถบัส 30 คน ทุกคนปลอดภัยทั้งหมด ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
นายศุภโชค เล่าว่า ระหว่างที่เดินทางมีฝนตก ลมกรรโชกแรง ประกอบกับเส้นทางขึ้นเขาภูพาน จึงขับรถด้วยความระมัดระวัง กระทั่งมองเห็นต้นไม้ริมทางล้ำออกมา เมื่อขับรถมาถึงต้นไม้ใหญ่ค่อยๆ ล้มลงมาทั้งต้นใส่รถโดยสาร จึงตัดสินใจหักหลบทำให้รถลงข้างทาง เบื้องต้นผู้โดยสารทุกคนปลอดภัยแล้ว จึงแจ้งผู้โดยสารให้ลงจากรถมานั่งที่ข้างทางเนื่องจาก ต้นไม้ล้มขวางเส้นทาง และทับตัวรถไว้บางส่วนไม่สามารถขับต่อไปได้ จึงแจ้งบริษัทให้ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนนำรถบัสอีกคันมารับผู้โดยสารทั้งหมดแล้วเดินทางต่อไปยังที่หมาย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ใช้รถเครน และเลื่อยโซ่ยนต์ มาเคลื่อนย้ายท่อนไม้ขนาดใหญ่ ใบไม้กิ่งไม้ จำนวนมากที่ขวางถนนอยู่ ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงเปิดช่องจราจรทั้งหมดได้ปกติ จากนั้นเวลา 19.30 น. เจ้าหน้าที่รับแจ้งเข้ามาเพิ่มเติมว่า หน้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูพาน ได้มีต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับขวางเส้นทางอีกบนถนนสาย สกลนคร- กาฬสินธุ์ หลักกิโลเมตรที่ 32-33 รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เจ้าหน้าที่จึงเร่งเข้าเคลียร์พื้นที่อย่างเร่งด่วนและทำงานด้วยความอยากลำบากเนื่องจากมีทั้งลม และฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาเกือบ 21.30 น. จึงสามารถเปิดเส้นทางใช้งานได้ปกติ



