ข่าว

ตำรวจจ่อขอหมายจับมือแทงสาวบัสโฮสเตส

ตำรวจจ่อขอหมายจับมือแทงสาวบัสโฮสเตส

13 ก.ย. 2559

ตำรวจจ่อขอหมายจับมือแทงสาวบัสโฮสเตส “ศานิตย์” สั่งเร่งเช็กวงจรปิดล่ามือมีดฆ่าโหด เผยมีภาพผู้ต้องสงสัยแต่ไม่ชัด เชื่อคนร้ายอยู่ละแวกจุดเกิดเหตุและรู้จักคนตาย

              ความคืบหน้ากรณี น.ส.วรรณทนี อธิจร อายุ 29 ปี พนักงานต้อนรับบนรถทัวร์ หรือบัสโฮสเตส ของบริษัท ขนส่ง จำกัด (รถทัวร์ 99) ถูกคนร้ายใช้ของมีคมแทงเสียชีวิตสภาพเปลือยกาย ภายในห้องพักเลขที่ 9 หอพักนพศิริ เลขที่ 4/7 ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงและเขตจตุจักร กรุงเทพฯ เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 กันยายน

              ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 กันยายน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นคนขับรถของบริษัทรถทัวร์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบุคคลที่มาพบผู้ตายอยู่เป็นประจำ พบว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวอยู่ต่างจังหวัด จึงไม่น่าจะเป็นผู้ก่อเหตุ อย่างไรก็ตามขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยรายใหม่อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งได้รวบรวมพยานหลักฐานและวัตถุพยานและตัดคนที่ไม่ใช่ออกไป ทำให้ตอนนี้เจ้าหน้าที่รู้ตัวคนก่อเหตุแล้ว คาดว่าในวันนี้ (13 ก.ย.) พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น จะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานยื่นต่อศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ขออนุมัติออกหมายจับได้

              พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นการก่อเหตุนั้น ตำรวจมุ่งประเด็นชู้สาว เนื่องจากผู้ตายเป็นคนหน้าตาดี และมีผู้ชายมาติดพันหลายคน จึงคาดว่าผู้ต้องสงสัยอาจอยู่ในจำนวนนี้ ส่วนประเด็นชิงทรัพย์ หรือเรื่องอื่นๆ ก็ยังไม่ตัดออก ถ้าหากพบว่ามีพยานหลักฐาน ก็จะสืบสวนให้หายสงสัยในทุกมิติ

              ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ ได้เดินทางมาที่สน.ประชาชื่น เพื่อประชุมร่วมกับฝ่ายสืบสวน โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนเปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาประชุมดูสำนวนคดี เพื่อติดตามความคืบหน้าว่าในวันนี้จะออกหมายจับได้หรือไม่ ซึ่งจากหลักฐานที่ได้ในขณะนี้เป็นภาพวงจรปิดบ้านใกล้เคียง จับภาพคนร้ายได้แต่ไม่ชัดเจน จึงสั่งการให้หาข้อมูลเพิ่มเติมว่า ชายต้องสงสัยเป็นใคร มีลักษณะรูปพรรณอย่างไร จนมีเหตุผลที่เพียงพอที่ศาลจะอนุมัติออกหมายจับให้

              "คาดว่าคนร้ายอาจรู้จักกับผู้ตาย จึงเปิดประตูให้ และขณะอยู่ในห้องอาจมีปากเสียงกันจนนำไปสู่การก่อเหตุ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้เรียกบุคคลใกล้ชิดผู้ตายมาสอบแล้ว 4 ปาก แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เชื่อว่าคนร้ายอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวนลงพื้นที่ดูกล้องวงจรปิดไล่ดูเส้นทางตั้งแต่เลิกงานลงจารถที่หมอชิต ช่วงเวลาประมาณตีห้ากว่า จนกระทั่งเดินทางกลับถึงห้องพัก โดยในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ย.) จะมาติดตามความคืบหน้าคดีอีกครั้งเวลา 10.00 น.” พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว

              ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติคุณ พูลสมบัติ รอง ผบก.น.2 เดินทางร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าทางคดี ที่สน.ประชาชื่น โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง

              พล.ต.ต.สุวัฒน์ เปิดเผยหลังการประชุมว่า ขณะนี้ได้เรียกแฟนหนุ่มของผู้ตายมาสอบสวนแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เบื้องต้นทราบว่ามีทรัพย์สินของผู้ตายเป็นสร้อยคอทองคำหายไป 1 เส้น ซึ่งจำเป็นจะต้องรอคำยืนยันจากญาติอีกครั้ง อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน สน.ประชาชื่น รวมทั้ง กก.สส.บก.น.2 และ กก.สส.บชน. ร่วมกันลงพื้นหาข่าวโดยจะมีการแบ่งหน้าที่กันไปทำงาน เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน

              พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าคนร้ายเป็นชาย 1 คน แต่จะรู้จักกับผู้ตายหรือไม่นั้นอยู่ระหว่างการสืบสวน ส่วนสาเหตุจะมาจากเรื่องชู้สาว หรือชิงทรัพย์ ยังไม่อยากระบุ เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักฐานที่พบ ขณะเดียวกันก็จะมีการประชุมติดตามผลกันทุกวันจนกว่าจะจับกุมคนร้ายได้ มั่นใจว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างแน่นอน