ข่าว

ครูนักเรียนขอนแก่นขนกระสอบทรายป้องน้ำท่วม 

ครูนักเรียนขอนแก่นขนกระสอบทรายป้องน้ำท่วม 

13 ก.ย. 2559

เทศบาลนครขอนแก่นเตรียมรับมือพายุ ราอี ถล่ม เตรียมกระสอบทรายเอาไว้กั้นในพื้นที่เสี่ยง  ครูและนักเรียนช่วยกันขนกระสอบทรายกั้นน้ำไม่ให้เข้าห้องเรียน

             13ก.ย.2559 จากที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกาศว่าพายุดีเปรสชั่นในบริเวณทะเลจีนใต้จะเคลื่อนปกคลุมประเทศไทย ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางแห่ง และมีการประเมินสถานการณ์ว่าจะมีฝนเข้ามาในช่วง 12.00 น.ของวันนี้(13 ก.ย.) จนถึง 15.00 น.วันพรุ่งนี้(14 ก.ย.) และจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกรรโชกแรงในช่วงกลางคืน จนทำให้หลายพื้นที่ในเขตเทศบาลนครขอนแก่นได้รับผลกระทบเกิดน้ำท่วมขัง จึงได้มีการประกาศให้เฝ้าระวัง 11 โซน

             โดยเฉพาะโซนถนนมิตรภาพซอยสวัสดี โซนหลังศูนย์ราชการ โซนทุ่งสร้างหนองใหญ่ โซนศรีจันทร์ชุมชนศรีฐาน โซนแยกประตูเมืองถึงบ้านกอก โซนแยกเจริญศรี โซนสนามกีฬาถึงการเคหะ รอบบึงแก่นนคร โซนโนนทันจากชุมชนโนนทันจนถึงซอยอนามัย โซนในเมืองบริเวณถนนหน้าเมืองจุดห้างแฟรี่ หน้าร้านส้มตำอินเตอร์เน็ต และคุ้มหนองคูและอาชีวะ

             นายธวัชชัย รื่นรมย์สิริ รองนายกเทศมนตรี นครขอนแก่น เปิดเผยว่า ได้มีการเตรียมการเพื่อรับมือสถานการณ์ที่อาจคาดไม่ถึง โดยเฉพาะถ้าหากฝนตกหนักอาจจะเกิดน้ำท่วมจนทะลักเข้าบ้านเรือน จึงได้เตรียมกระสอบทราย และอาสาสมัครมากกว่า1 พันคน เพื่อคอยให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน และเพื่อการระบายน้ำที่รวดเร็วยังได้เตรียมเครื่องสูบน้ำไว้ 8 จุดสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณประตูเมือง ซึ่งจะเป็นทางระบายน้ำสำคัญออกจากถนนมิตรภาพที่มักจะมีปัญหาน้ำท่วมขังมาโดยตลอดเมื่อมีฝนตกหนัก

              การเตรียมความพร้อมจะต้องมีอย่างต่อเนื่องเพราะอาจจะมีพายุลูกใหม่เข้ามาอีก ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังเพราะขณะนี้ทราบว่ามีพายุลูกใหญ่ความเร็วความแรงมากกว่าลูกนี้กว่า 2 เท่า ซึ่งกำลังก่อตัวอยู่ที่ฟิลิปินส์ซึ่งไม่รู้ว่าจะขึ้นฝั่งที่บริเวณในช่วงอีกไม่กี่วันข้างหน้า

             ขณะเดียวกันทางศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้มีการเปิดห้องวอลูมเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นายธนาวุฒิ ปัญจาพรอุดมลาภ ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เปิดเผยว่า อิทธิพลของฝนเข้ามาเร็วเกินคาดจากเดิมคาดว่าจะเข้ามาถึงขอนแก่นประมาณ 12.00 น.แต่ได้เริ่มมีขอบของฝนเข้ามาตังแต่ช่วง 10.00 น. แต่บางมาก ซึ่งคาดว่าในช่วงกลางคืนจะมีฝนหนักประกอบกับลมกรรโชกแรง แต่ระดับความรุนแรงจะลดลงเหลือเพียงแค่หย่อมความกดอากาศต่ำ แต่ปริมาณฝนไม่แน่นอนซึ่งก็ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

             ทางด้านครูและนักเรียนโรงเรียนเทศบาลคุ้มหนองคู ได้ช่วยกันขนกระสอบทรายกว่า200กระสอบ ที่เทศบาลนครขอนแก่นได้จัดเตรียมไว้แจกจ่ายให้กับจุดเสี่ยง และช่วยกันขนไปกั้นตามอาคารโดยเฉพาะบริเวณห้องนักเรียนชั้นอนุบาล ที่ช่วยกันจัดวางกั้นเป็นชั้นๆ โรงเรียนแห่งนี้ถือว่าเป็นจุดเสี่ยงน้ำท่วมโดยเฉพาะในช่วงพายุที่กำลังเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งโรงเรียนเคยประสบปัญหาหลายครั้งที่มีน้ำไหลเข้าท่วมสนามหน้าโรงเรียนและห้องเรียนนักเรียนชั้นอนุบาล จึงได้นำกระสอบทรายมาป้องกันอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายของเล่น และทำให้อุปกรณ์การเรียนเสียหายได้ซึ่งกระสอบทรายทั้งหมดเทศบาลนครขอนแก่นได้เตรียมไว้ทั้งหมด 3,000 กระสอบ เพื่อแจกจ่ายให้กับจุดเสี่ยงทั้ง 11 จุด และมีผู้นำชุมชน อาสาสมัครและหน่วยงานในเขตเสี่ยงทะยอยมารับกระสอบทรายไปวางกั้นน้ำกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต่างเฝ้าระวังพายุโซนร้อนราอี ที่จะกระทบเขตขอนแก่นในช่วงกลางคืนที่คาดว่าจะมีฝนหนักแม้ว่าความแรงจะลดลงบ้างก็ตาม


เขื่อนลำปาวลดปริมาณปล่อยน้ำรับมือพายุดีเปรสชั่น


             พื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ที่จะมีฝนมากถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ด้วยอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่นได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนราอีทางด้านทิศตะวัวนออกของเมืองดานังประเทศเวียดนามที่จะส่งผลกระทบถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งจะทำให้มีฝนกตกหนัก ลมกรรโชกแรง โดยทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว จ.กาฬสินธุ์ยังสามารถรองรับน้ำเพิ่มได้อีกจำนวนมากแต่ได้เตรียมรับมือในส่วนการป้องกันปัญหาน้ำหนุน เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่ม

             นายปิยปัญญา ภู่ขวัญเมือง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวกล่าวว่าจากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่จะเกิดพายุดีเปรสชั่นและจะเคลื่อนเข้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางจะทำให้มีฝนตกหนักกระจายทั่วทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดเพื่อเป็นการรับมือและลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จึงได้ลดปริมาณการปล่อยน้ำจากวันละ 4.70 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือ 3.90 ล้านลูกบาศก์เมตรซึ่งเป็นการลดปริมาณน้ำตามคลองชลประทานป้องกันไม่ให้น้ำจากเขื่อนลำปาวไปหนุนคลองธรรมชาติ โดยเฉพาะเส้นทางของแม่น้ำชีที่ไหลผ่านในหลายอำเภอของ จ.กาฬสินธุ์ซึ่งการลดระดับการระบายน้ำของเขื่อนลำปาวจะทำให้คลองธรรมชาติแม่น้ำชีและคลองชลประทานมีพื้นที่รองรับน้ำฝนและน้ำป่า ที่เกิดจากพายุดีเปรสชั่นเพิ่มขึ้นที่จะสามารถป้องกันภาวะน้ำล้นตลิ่งและท่วมฉับพลันได้

             นายปิยปัญญากล่าวอีกว่า เขื่อนลำปาว มีพื้นที่กักเก็บน้ำ 1,980 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันกักเก็บน้ำอยู่ที่ 882ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ45ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การอยู่ที่782ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 39มากกว่าปีที่ผ่านมาอยู่เล็กน้อยโดยเขื่อนลำปาวยังมีเหลือพื้นที่เพียงพอที่จะรองรับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างได้อีกจำนวนมาก สามารถรองรับน้ำจากอิทธิพลดีเปรสชั่นได้สบาย อย่างไรก็ตามอยากฝากเตือนเกษตร ประชาชน ได้เฝ้าระวังภาวะน้ำป่าไหหลากและท่วมฉับพลันในช่วงนี้ หรือหากพบเห็นคูคลองชลประทานจุดใด ถูกกระแสน้ำป่าพัดชำรุดเสียหาย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อแก้ไขโดยเร็ว

 
อุบลราชธานีฝนตกหนักทั่วจังหวัดถนนหลายสายท่วม

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่าอิทธิพลพายุโซนร้อน“ราอี”เริ่มแผลงฤทธิ์ เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังตามถนนสายต่างๆ ในเขตตัวเทศบาลนครอุบลราชธานี โดยเฉพาะบริเวณถนนชยางกูร หน้าห้างบิ๊กซี และหน้าห้างโลตัส เกิดน้ำท่วมสูงกว่า 30 เซนติเมตร ส่งผลให้การจราจรตามรายทางติดขัดเป็นแถวยาวกว่า 500 เมตร ซึ่งสาเหตุดังกล่าวเป็นเพราะท่อระบายน้ำอุดตัน ที่ไม่สามารถเร่งระบายน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักลงคลองไม่ทัน จึงเกิดน้ำท่วมขังกินบริเวณยาวกว่า 1 กิโลเมตร โดยขณะนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่เทศบาลนครอุบลราชธานีได้เร่งระบายน้ำอย่างเร่งด่วนแล้ว นอกจากนี้ที่ อ.วารินชำราบ เขตเทศบาลเมืองวิรนชำราบและเทศบาลตำบลแสนสุข บริเวณถนนหน้าห้างโลตัส แม็คโคร และบิ๊กซี เกิดน้ำท่วมขังทั้ง 2 ฝั่งเจ้าหน้าที่ต้องเร่งสูบน้ำระบายออก


อำเภอปะคำจร่วมกับเทศบาลเร่งระบายน้ำท่วมขังบ้านเรือนและถนน

             นายสาวิตร เจียมจิระพี นายอำเภอปะคำ จ.บุรีรัมย์ ได้มอบหมายให้ พ.อ.อ.ชาลี แจ้งรัมย์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง พร้อมด้วยนายนายทศพล เสนามนตรี ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอปะคำ ร่วมกับนายบุญชัย จบสัญจร นายกเทศมนตรีตำบลปะคำ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเรือนราษฎร พื้นที่การเกษตร และถนนหลายสาย ที่ถูกน้ำไหลบ่าเข้าท่วมเมื่อคืนที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ยังได้นำรถแบล็กโฮ พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการขุดเปิดทางน้ำหรือทำลายสิ่งกีดขวาง เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังบ้านเรือน นาข้าว และถนน ให้ไหลลงสู่ลำน้ำมาศ เพื่อให้น้ำที่ท่วมขังลดระดับลงและกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยจากข้อมูลการสำรวจเบื้องต้นพบว่า ขณะนี้มีหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำไหลบ่าเข้าท่วมฉับพลัน 2 หมู่บ้าน คือ บ้านกองพระทราย ม.4 ต.ปะคำ และ ม.16 ต.หูทำนบ บ้านเรือนถูกน้ำท่วมรวมกว่า 40 หลังคาเรือน ส่วนพื้นที่นาข้าว และถนนที่ถูกน้ำกัดเซาะเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจ เพื่อสรุปเสนอจังหวัดพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระเบียบหลักเกณฑ์ของทางราชการต่อไป  ซึ่งคาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาซ้ำอีกน้ำที่ท่วมขังก็จะลดลงภายใน 1 – 2 วันนี้

             พ.อ.อ.ชาลี แจ้งรัมย์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อ.ปะคำ กล่าวว่า หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.ปะคำ และอำเภอใกล้เคียง ประกอบกับมีน้ำป่าไหลมาสมทบ ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลับทั้งบ้านเรือน นาข้าว และถนน ซึ่งขณะนี้ทางอำเภอก็ได้เร่งรวบรวมข้อมูลเสนอทางจังหวัดพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว  พร้อมได้ร่วมกับทางเทศบาลเร่งขุดเปิดทางระบายน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ให้ลดลงโดยเร็ว  ทั้งเป็นการเตรียมพร้อมรับมือมวลน้ำก้อนใหม่ด้วย เพราะทางกรมอุตุนิยมวิทยายังออกประกาศแจ้งเตือนว่าช่วงนี้จะมีฝนตกหนักในพื้นที่หลายจังหวัดภาคอีสาน


ฝนถล่มบางปะกงหนักทำน้ำระบายออกไม่ทันท่วมเวลโกรว์

             เมื่อเวลา 12.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากผู้ใช้แรงงานภายในนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.บางสมัคร และ ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ว่า ตั้งแต่เมื่อช่วงเวลา 09.30 น. เป็นต้นมา ได้เกิดภาวะน้ำท่วมขังตามท้องถนน เส้นทางสัญจรภายในนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ โดยเฉพาะที่บริเวณพื้นที่ทางด้านหลัง ที่มีลำคลองสาธารณะพาดผ่าน ในพื้นที่ ม.5 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง นั้น น้ำได้ไหลล้นลำคลองออกมาท่วมพื้นที่ และขยายออกไปเป็นวงกว้างจนทั่ว เกือบทั้งภายในพื้นที่ของทั้งนิคมฯ

             ซึ่งมีระดับน้ำท่วมสูงถึง 30-50 ซม. ในบางจุดจึงทำให้รถยนต์ขนาดเล็ก โดยเฉพาะรถยนต์นั่งส่วนบุคคลนั้น ไม่สามารถที่จะขับผ่านเส้นทางไปได้ นอกจากนี้ ระดับน้ำที่ท่วมขังอยู่นั้น ยังได้เอ่อล้นออกไปท่วมสูงยังพื้นที่บริเวณภายนอก เช่น ที่บนถนนสาย 34 บางนา-ตราด เป็นบางช่วงอีกด้วย โดยเฉพาะที่บริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัสสาขาบางวัว ตั้งอยู่ช่วงหลัก กม.ที่ 40-41 ในพื้นที่ ม.14 ต.บางวัว อ.บางปะกง นั้น ที่มีระดับน้ำท่วมขังประมาณ 10-20 ซม. บนผิวการจราจรในบางช่องทาง โดยเฉพาะเส้นทางคู่ขนาน

             สำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมสูง ภายในนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มานานถึง 3-4 ปี แล้วหลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 เนื่องจากได้มีโรงงานอุตสาหกรรมขยายตัว และย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น จนทำให้เส้นทางน้ำไหลผ่านมีขนาดไม่เพียงพอ หรือขวางทางน้ำ โดยเฉพาะลำคลองวังขือ ซึ่งเป็นคลองสาธารณะที่นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ได้เกิดขึ้น ภายหลังมาตั้งคร่อมขวางไว้ และเป็นลำคลองสาขาของคลองสำโรง ที่สามารถเชื่อมต่อการระบายน้ำลงไปสู่ยังแม่น้ำบางปะกงได้ ที่บริเวณปากคลองด้านข้างที่ว่าการอำเภอบางปะกง ในพื้นที่ ต.ท่าสะอ้าน นั้นไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน