ข่าว

จัด3,250ล้านบาท! พัฒนา650เกษตรแปลงใหญ่3ปี!!

จัด3,250ล้านบาท! พัฒนา650เกษตรแปลงใหญ่3ปี!!

14 ก.ย. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

 

            นายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากมติ ครม.เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2559 ที่อนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ดำเนินงานโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ วงเงินสินเชื่อของ ธ.ก.ส. จำนวน 3,250 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560–2562 ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาเกษตรแบบแปลงใหญ่ จำนวน 650 แปลง และอนุมัติค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการโครงการ 8,000,100 บาท ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดทำโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยเป็นเงินชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ ธ.ก.ส.ร้อยละ 3.50 บาท/ปี กลุ่มเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน/สหกรณ์ ให้ชำระดอกเบี้ยอัตรา ร้อยละ 0.01 

 

จัด3,250ล้านบาท! พัฒนา650เกษตรแปลงใหญ่3ปี!!

 

            สำหรับแนวทางการพัฒนาและเป้าหมายการส่งเสริมการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่ จำนวน 650 แปลง รวม 32 สินค้า เน้นการลดต้นทุนให้ได้อย่างน้อย ร้อยละ 20 และเพิ่มผลผลิตอย่างน้อย ร้อยละ 20 ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนแปลงที่เข้าสู่ระบบแล้ว จำนวน 596 แปลง พื้นที่ 1,470,509 ไร่ เกษตรกร 93,260 ราย โดยในสินค้าข้าวขณะนี้การดำเนินงานโครงการสนับสนุนสินเชื่อให้กลุ่มชาวนาผู้ผลิตข้าวแบบแปลงใหญ่ ปีการผลิต 2559/60 ซึ่งดำเนินการในพื้นที่ทั้งหมด 66 จังหวัด มีแปลงใหญ่ข้าวที่ผ่านหลักเกณฑ์ทั้งหมด จำนวน 386 แปลง และมีจังหวัดที่รายงานผลความก้าวหน้าแล้ว จำนวน 50 จังหวัด รวม 265 แปลง

            ผลการดำเนินงานสรุปได้ว่า มีการจัดประชุมทำความเข้าใจกับเกษตรกรและได้จัดทำโครงการไปแล้ว จำนวน 232 แปลง ส่วนที่เหลือ จำนวน 33 แปลงยังไม่ได้ดำเนินการ ส่วนการตัดสินใจของเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการมีมติขอกู้ จำนวน 50 แปลง เป็นเงิน 147,277,670 บาท การจัดทำโครงการเพื่อขอกู้ อยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 23 แปลง จัดทำโครงการแล้วเสร็จ จำนวน 27 แปลง และได้จัดส่งโครงการให้คณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรระดับจังหวัดแล้ว จำนวน 23 แปลง ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ เห็นชอบและส่งโครงการให้ ธ.ก.ส.แล้ว จำนวน 2 แปลง (ข้อมูลประมวลผล เมื่อ 4 กันยายน 2559)

           ทั้งนี้ ยังมีจังหวัดที่ไม่ได้รายงานผลการดำเนินงานเข้าสู่ระบบอีก จำนวน 16 จังหวัด ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรจะได้เร่งรัดหน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการต่อไป